สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 19 มิถุนายน 2561 | 09:19

META วอลุ่มคึก จับตางบเทิร์นอะราวด์ตามแผนหรือไม่?

META วอลุ่มคึก จับตางบเทิร์นอะราวด์ตามแผนหรือไม่?

           META วอลุ่มคึก ดันราคาพุ่ง เก็งผลการดำเนินงานปีนี้เทิร์นอะราวด์ หลังบุกพลังงานหมุนเวียนเต็มสูบ จับตางบปีนี้พลิกกำไรได้จริงหรือไม่ ขณะที่ราคาหุ้นเทรดเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยหมวดรับเหมาก่อสร้างและโรงไฟฟ้าแล้ว

           ความเคลื่อนไหวหุ้น บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META มีการซื้อขายคึกคักและราคาปรับตัวขึ้นแรง โดยล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 2.14 บาท พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 260% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
           META เดิมชื่อ บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ VTE ดำเนินธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสารประกอบอาคาร จากนั้นขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบเครื่องกลและระบบปรับอากาศ ก่อนเข้าระดมทุนในตลาด mai ในปี 54
           ปี 56 บริษัทเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจพลังงานด้วยการลงทุนเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย ก่อนที่ในปี 58 จะเริ่มเปลี่ยนแปลงทุนมีผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้ามา พร้อมกับเปลี่ยนผู้บริหารเพื่อเข้าสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภค 
           META เพิ่งเปลี่ยนชื่อบริษัทพร้อมตัวย่อมีผลเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีประเภทธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง, ธุรกิจโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ,กิจการร่วมค้า และ ธุรกิจอื่นๆ

           ล่าสุด META ผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกของ META ประกอบด้วย 
1.PLANET ENERGY HOLDINGS PTE. LTD. ถือหุ้น 85.63 ล้านหุ้น หรือ 6.72%
2.นาย ณรุจ วิวรรธนไกร ถือหุ้น 74.15 ล้านหุ้น หรือ 5.82%
3.นาย ชนน วังตาล ถือหุ้น 70.39 ล้านหุ้น หรือ 5.52%
4.บริษัท ไฮเทค ยูทีริตี้ จำกัด ถือหุ้น 62.50ล้านหุ้น หรือ 4.90%
5.บริษัท เอสเอ็มอี เอสเตท จำกัด ถือหุ้น 62.50ล้านหุ้น หรือ 4.90% 

           ผลการดำเนินงาน META หลังเข้าเทรดในปี 56 (VTE) ก็พลิกขาดทุนทันทีกว่า 518 ล้านบาท และขาดทุนต่อเนื่องมาจนถึงปี 60 ที่ 269 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1/61 เริ่มมีกำไรสุทธิราว 24 ล้านบาท 
           การเปลี่ยนผ่านทั้งชื่อบริษัท, ผู้ถือหุ้น, ผู้บริหาร และการทำธุรกิจ ทำให้หุ้น META ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะในแง่ของการเก็งกำไร ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นทำ All Time High ที่ 2.28 บาท ไปเมื่อวันที่ 25 เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์ เชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของบริษัทฯ จากการทยอยรับรู้รายได้จากงานก่อสร้าง รวมไปถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่จะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้า
           บทวิเคราะบล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุว่า ภายหลังได้จาก META นัดประชุมนัดวิเคราะห์ ซึ่งได้สะท้อนเป้าหมายในระยะยาวในการเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ดังนี้ 
           1. มีงานวิศวกรรมรอรับรู้รายได้ราว 1.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นงานในประเทศมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และงานก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มที่เมียนมาร์มูลค่า 1พันล้านบาท คาดจะรับรู้รายได้ช่วงครึ่งหลังปีนี้ 
           2.จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในเมียนมาเฟสที่ 1 จำนวน 50 MW ในไตรมาส1/2562 หลังจากถูกเลื่อนมาก่อนหน้านี้ (บริษัทถือหุ้น 12 %) ขณะที่โครงการในเฟสที่เหลือ เฟส 2-4 ขนาด 50,50,และ MW ตามลำดับ จะเริ่มรับรู้ครบได้ภายใน 1 ปี 6 เดือน- 3 ปี ทั้งนี้ บริษัทยังได้รับงานก่อสร้างในโครงการดักล่าว ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้กว่า 6 พันล้านบาท ในช่วงปี 2562-2564 โดยงานดังกล่าวมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานราว 7 %
           3. ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เดินหน้าเข้าร่วมประมูล งานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประพทเศญี่ปุ่น โดยบางโครงการได้จ่ายค่ามัดจำรวมถึงการดำเนินงานเอกสารสำคัญ อาทิ ใบอนุญาตการเชื่อมโครงการโครงข่ายการไฟฟ้า สัญญาซื้อขายที่ดินไปแล้ว ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการชัดเจนในปีนี้ โดยโครงการทั้งหมดนี้บริษัทประเมินว่าจะมี IRR ราว 9-11 % ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมทั่วไป
           ฝ่ายวิจัยมองว่า META ยังมี Tralling PBV ที่ต่ำกว่าการซื้อขายเฉลี่ยของหุ้นในหมวดรับเหมาก่อสร้างและโรงไฟฟ้าที่ 1.8 เท่า จึงเชื่อว่าปีนี้ จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของ META โดยจะไม่กลับไปขาดทุนหนักดังเช่นที่เกิดในปี 2558 และ 2560 อีก เนื่องจากการทยอยรับรู้งานก่อสร้างในมือกว่า 7 พันล้านบาท
           สอดคล้องกับผู้บริหาร META ที่มั่นใจว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะพลิกมีกำไรสุทธิ และผลงานในไตรมาส 2/61 จะดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสแรก  แต่มีตัวแปรสำคัญคือการส่งมอบสินค้าในโครงการมินบูที่เมียนมา
            นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร   META ระบุ แนวโน้มปี 2561 บริษัทจะพยายามผลักดันผลประกอบการให้กลับมามีกำไรสุทธิ จากปี 2560 มีผลขาดทุนสุทธิ 269 ล้านบาท เนื่องจากจะลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตในทิศทางที่ดี
           ทั้งนี้ในปี 2561 ประเมินว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ระดับ 2,300 ล้านบาท จากปี 2560 ที่มีรายได้ 776.82 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) จำนวน 9,497.22 ล้านบาท ทยอยรับรู้เป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปี 2561 ประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้เป็นรายได้จนถึงปี 2565
           ส่วนการเติบโตของผลประกอบการในงวดไตรมาส 2/61 ยังคงต้องขึ้นอยู่กับการส่งมอบสินค้าให้ถึงหน้างานในโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูที่เมียนมา ซึ่งอาจจะเป็นช่วงปลายไตรมาส 2/2561 หรือต้นไตรมาส 3/2561 อย่างไรก็ตามหากส่งมอบสินค้าได้ทัน จะมีโอกาสทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

           การเปลี่ยนแปลงของ META นับว่าน่าจับตา แต่การที่ราคาหุ้นปัจจุบันขึ้นมาอยู่ในระดับ P/BV ที่ราว 1.42 เท่า ใกล้เคียงกับกลุ่มที่เทรดที่ P/BV เฉลี่ย 1.8 เท่าแล้ว ดังนั้นจึงต้องจับตาในแง่ผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหารและนักวิเคราะห์หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด