หุ้นเด่นวันนี้

TACC นิวไฮรอบ 4 เดือน..ขาขึ้นรอบใหม่กำลังจะมา?

TACC นิวไฮรอบ 4 เดือน..ขาขึ้นรอบใหม่กำลังจะมา?

เช้านี้ TACC ดีดทำนิวไฮรอบ 4 เดือน คาดรับปัจจัยหนุน จ่อคลายล็อกดาวน์ 1 ก.ย.นี้ หนุนยอดขายร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น กระเตื้อง ขณะที่ นักวิเคราะห์มองกำไร Q3/64 ยังแกร่ง แม้โควิดระบาดหนัก เหตุมีรายได้เดลิเวอรี่ – ขนาดแก้วใหม่ชดเชย ส่วนโค้งสุดท้ายปีนี้ จับตาดูให้ดี เป็นจุดเริ่มต้นยกฐานกำไรขึ้นสู่ระดับ 60 ลบ./ไตรมาส !
 

*** นิวไฮ 4 เดือน หลังจ่อคลายล็อกดาวน์ 1 ก.ย.นี้
 

ราคาหุ้น บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ช่วงเช้าวันนี้ (31 ส.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 7.8 บาท ทำนิวไฮรอบ 4 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา  7.7 บาท เพิ่มขึ้น 0.2 บาท หรือ 2.67% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 258.58% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุสาเหตุที่ทำให้เช้านี้ ราคาหุ้น TACC ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 4 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการเตรียมคลายล็อกดาวน์ ที่จะเริ่ม 1 ก.ย.นี้ ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ที่จะมี Traffic เพิ่มขึ้น
 

*** กำไร Q3/64 ยังแกร่ง แม้โควิดระบาดหนัก
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ TACC ไว้ราว 50 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ที่ทำได้ 54.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับกำไรสุทธิ สูงสุดตลอดกาล (All Time High) รายไตรมาสของ TACC เนื่องจาก คาดว่าจะได้ยอดขายเดลิเวอรี่ และขนาดแก้วใหม่ที่เพิ่มเป็น 22 ออนซ์ ช่วยประคองยอดขาย ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19

ขณะเดียวกัน ประเมินว่า การขยายพื้นที่ล็อกดาวน์จาก 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ในช่วงไตรมาส 3/64 จะกระทบยอดขายของ All Café เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากช่วงเวลา 21.00 น. –  4.00 น. ที่เป็นระยะเวลาเคอร์ฟิวส์ ไม่ใช่ช่วงไพรม์ไทม์ ของการจำหน่ายเครื่องดื่ม ซึ่งยอดขายเดลิเวอรี่ และขนาดแก้วใหม่ที่เพิ่มขึ้น เพียงพอต่อการประคองกำไรสุทธิ ให้อยู่ราว 50 ล้านบาทได้ 

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของ TACC ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยคาดว่า ผลการดำเนินงานจะเริ่มกลับมาเติบโตโดดเด่น ตั้งแต่เดือน ก.ย.64 เป็นต้นไป โดย TACC ยังได้รับประโยชน์จากกระแส WFH ส่งผลให้มียอดขายเดลิเวอรี่เพิ่มขึ้น จึงคาดว่ายอดขายไตรมาส 3/64 ของ TACC มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน 

ส่วน บล.เคทีบีเอสที ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ในช่วงไตรมาส 3/64 รัฐบาล จะกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง แต่เรามองว่า ประเด็นดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ TACC เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในปี 64 มีความเข้มงวดน้อยกว่าปี 63 ซึ่งปีที่แล้ว TACC แสดงให้เห็น ถึงการได้รับผลกระทบเล็กน้อย และมีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดี สะท้อนจากกำไรสุทธิปี 63 ที่เติบโตราว 16% จากปีก่อน
 

*** Q4/64 เป็นจุดเริ่มต้น ยกฐานกำไรสู่ระดับ 60 ลบ./ไตรมาส
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมิน กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ TACC ไว้ราว 60 ล้านบาท กลับมาทำนิวไฮอีกครั้ง และคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นการปรับฐานกำไรสุทธิให้สูงขึ้นเป็น 60 ล้านบาท/ไตรมาส (เดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50 ล้านบาท/ไตรมาส) โดยมีปัจจัยหนุน จากการขยายตู้กดน้ำในศูนย์อาหารโลตัสแล้ว 6-7 สาขา

ขณะที่ ปัจจุบัน TACC เริ่มส่งวัตถุดิบให้กับร้าน Jungle café ทั้งในและนอก Lotus’s Go Fresh ได้แล้ว 600 – 700 สาขา และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 สาขา ภายในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งรายได้ดังกล่าว เป็นรายได้ใหม่ของ TACC ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น 

เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่มีมุมมองเชิงบวก ต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ TACC เนื่องจากคาดว่าธุรกิจ Character จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงดังกล่าว หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง ประกอบกับ TACC จะออกสินค้าใหม่อีก 3-5 รายการ (ไม่รวมกัญชง) โดยหนึ่งในนั้น จะเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ อย่าง Health and Wellness

นอกจากนี้ การเติบโตในระยะยาวของ TACC ยังมีปัจจัยหนุน จากการขยายเครื่องดื่มเข้า Lotus’s และ All Café รวมถึงร้าน เซเว่น-อีเลฟเว่น ในประเทศกัมพูชา ที่ล่าสุด เริ่มเปิดสาขาแรกแล้ว ส่วนผลิตภัณฑ์กัญชง คาดวางจำหน่ายได้ภายในไตรมาส 1/65 
 

*** กำไรปี 64 ยังโตต่อเนื่อง
 

บล.เคทีบี เอสที ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TACC ไว้ที่ 207 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (กำไรปี 62-64 โตต่อเนื่อง) โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ All Café และกลุ่ม non-coffee ขยายตัวตามสาขาร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น 

นอกจากนี้ TACC ยังรับรู้รายได้เพิ่มจากขนาดแก้วที่ใหญ่ขึ้นเป็น 22 ออนซ์ ประกอบกับ มีการปรับ Product Mix และบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาด GPM ปี 64 อยู่ที่ 38.2%
 
ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TACC ไว้ดังนี้ 

 

บล. กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.) %chg. YoY
ฟินันเซียฯ 223         18.61
หยวนต้า  211         12.23


*** โบรกฯมอง Valuation ไม่แพง
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า มูลค่า (Valuation) ของ TACC ณ ปัจจุบัน ยังไม่แพง เนื่องจากเทรด PER ปี 64-65 เพียง 19.9 และ 17.1 เท่า ตามลำดับ ประกอบกับ อัพไซด์ยังสูง นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถคาดหวังเงินปันผลปี 64 และ ปี 65 คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงราว 4.5% และ 5.3% ตามลำดับ
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังของ TACC ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะไตรมาส 4/64 ที่ถูกโบรกเกอร์คาดหมายว่า กำไรสุทธิจะกลับมาทำนิวไฮอีกครั้ง และยังเป็นจุดเริ่มต้นการยกฐานกำไรสุทธิรายไตรมาสของ TACC สูงขึ้น หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง 
 

บล.  คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบีฯ ซื้อ     10.00
ฟิลลิป ซื้อ     9.10
เคจีไอ  ซื้อ     9.00
หยวนต้า ซื้อ     8.70
ฟินันเซียฯ ซื้อ     8.50
ราคาเฉลี่ย 9.06


ราคาหุ้น TACC ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงราว 18.43% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้ คือ กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ TACC จะกลับมาทำนิวไฮ และ เป็นจุดเริ่มต้นของฐานกำไรสุทธิสูงขึ้น สู่ระดับ 60 ล้านบาท/ไตรมาส ได้เหมือนที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ไว้หรือไม่ ?...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด