สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 25 มิถุนายน 2561 | 09:23

DTAC อนาคตไม่แน่นอน เสี่ยงลูกค้าหายช่วงย้ายคลื่น

DTAC อนาคตไม่แน่นอน เสี่ยงลูกค้าหายช่วงย้ายคลื่น

           DTAC เจอแรงขายตลอดสัปดาห์ โบรกฯ มองยังมีความเสี่ยงลูกค้าหายช่วงย้ายคลื่น จาก 1800MHz ไป 2300MHz หลังรัฐประกาศไม่เยียวยา จับตาแผนโรมมิ่งคลื่นกับ ADVANC ดึงลูกค้าได้หรือไม่

           ราคาหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ปรับลดลงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจาก 46 บาท ทำจุดต่ำสุด 36 บาท หรือกว่า 21% ล่าสุดปิดที่ 36.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 4.58%
           DTAC เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้ชื่อทางการค้าดีแทค ปัจจุบันมีคลื่นความถี่ในมือได้แก่ 850 เมกะเฮิรตซ์(MHz) 1800 MHz 2100 MHz และล่าสุดเซ็นสัญญาเช่าคลื่น 2300 MHz จากบริษัท ทีโอที จำกัด(TOT) โดยมีอายุสัมปทานดังนี้ 
850 MHz  หมดอายุ ก.ย. 2561
1800 MHz หมดอายุ ก.ย. 2561
2100 MHz หมดอายุ ภายในปี 2570
2300 MHz หมดอายุ ส.ค. 2568
           DTAC เคยมีกำไรสุทธิสูงถึงระดับ 1.07 หมื่นล้านบาท ในปี 57 ก่อนที่จะประสบภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และจากความไม่มั่นใจของผู้บริโภคต่ออายุสัมปทานที่กำลังจะหมดลง ทำให้ DTAC สูญเสียลูกค้าไปอย่างมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 58 - 60 ลดลงมาอยู่ที่ 5,893.11 ล้านบาท 2,085.83 ล้านบาท และ 2,114.97 ล้านบาท ตามลำดับ
           DTAC แก้เกมด้วยการขอเช่าคลื่น 2300 MHz กับ TOT  ระยะเวลา ตั้งแต่ เม.ย.61 - ส.ค. 62   รวมระยะสัญญา 8 ปี ซึ่งเพิ่งจะประสบความสำเร็จเมื่อเดือน เม.ย. 61 ที่ผ่านมา หลังจากที่ยืดเยื้อมานาน นอกจากนี้ยังรายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกโตแรงถึง 474% แตะ 1.3 พันล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 229.03 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดที่น้อยกว่าคาด และรายการพิเศษจากการกลับสำรองดอกเบี้ยจ่ายกับ CAT ในอดีต 
           ล่าสุด DTAC ยังเซอร์ไพร้ส์วงการด้วยการประกาศไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz โดยระบุว่ามีคลื่นมากพอรองรับการใช้งานดาต้าที่เติบโตขึ้นในอนาคต พร้อมมีแผนคุมครองลูกค้า 
           ราคาหุ้น DTAC ที่ร่วงแรงในรอบนี้ เกิดจากความกังวลที่เริ่มมีขึ้นอีกครั้ง หลังจากผู้ประกอบการทั้ง 3 ค่าย ไม่มีใครเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800MHz  ขณะที่กสทช.ประกาศไม่เยียวยาผู้ประกอบการในการย้ายลูกค้าคลื่นที่กำลังจะหมดสัมปทานซึ่งกระทบกับ DTAC มากที่สุด
           บล. โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนใบอนุญาตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังเบื้องต้น กสทช. มีแผนจะนำคลื่น 1800 MHz กลับมาประมูลอีกรอบ พร้อมกับคลื่น 900 MHz ด้วยเงื่อนไขการประมูลเดิม (ราคาตั้งต้นที่ราว 37,457 ลบ.สำหรับคลื่น 1800 MHz และ 37,988 ลบ.สำหรับคลื่น 900 MHz) โดยคงกรอบระยะเวลาประมูลเดิม (วันที่ 4 ส.ค.18 สำหรับคลื่น 1800 MHz และ 10 ส.ค.18 สำหรับคลื่น 900 MHz) 
           ทั้งนี้กสทช.ส่งหนังสือแจ้ง DTAC เร่งโอนย้ายฐานผู้ใช้บริการภายใต้สัมปทานเดิมราว 430,000 เลขหมายไปยังระบบใบอนุญาต (DTN 2100 MHz, 2300 MHz) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องก่อนสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในเดือนก.ย. ปีนี้   ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลมากขึ้นจากการที่รัฐอาจไม่ประกาศเยียวยาให้แก่ลูกค้า DTAC ที่ใช้งานภายใต้โครงข่ายสัมปทาน 
           DTAC น่าจะกระทบมากสุดจากประเด็นข้างต้น ทั้งนี้ แม้ว่า DTAC จะระบุว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจไม่เข้าประมูลรอบนี้คือ ต้นทุนใบอนุญาตที่แพง และเราประเมินมีความเป็นไปได้ที่ DTAC อาจยังตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลรอบใหม่ (เบื้องต้น กสทช.คาดจะเปิดให้เอกชนรับเอกสารเข้าประมูลได้ในวันที่ 26 มิ.ย.18)
           หากยังไม่มีการประกาศเยียวยาที่ชัดเจนภายใน ก.ย. อาจจะมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานคลื่น 2G-1800 MHz  (เบื้องต้นเราคาดมี 2-3 ล้านราย) และคลื่น 3G-850 MHz ที่อยู่นอกรัศมีการให้บริการคลื่น 3G/4G 2100 MHz ของ DTAC ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแย่งลูกค้าในระหว่างการเปลี่ยนถ่ายให้บริการไปคลื่น 2100/2300 MHz  ดังนั้น เราจึงมีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงาน DTAC ในระยะยาว 
           ทั้งนี้ DTAC ได้เจรจาโรมมิ่งคลื่น 900 MHz กับ ADVANC ซึ่งจะทำให้บริษัทยังสามารถให้บริการลูกค้า 2G ต่อไปได้ แต่นักวิเคราะห์ก็ปรับประมาณการกำไรปี 61 ลงสะท้อนการไม่มีคลื่น 1800 MHz
           บล.เคจีไอ ระบุว่าเนื่องจาก DTAC ไม่สนใจเข้าประมูลคลื่นรอบนี้ บริษัทจึงสามารถประหยัด i) ต้นทุนค่าตัดจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 2.5 พันล้านบาท (อิงจากราคาประมูลเริ่มต้นที่ 3.74 หมื่นล้านบาทสำหรับการประมูลรอบนี้) ii) กระแสเงินสดจ่ายไม่น้อยกว่า 1.28 หมื่นล้านบาท (อิงจากสมมติฐานการจ่ายค่าใบอนุญาต 50% ของราคาประมูลสุดท้ายภายใน 90 วันหลังได้รับแจ้งว่าชนะการประมูลแล้ว) เราเชื่อว่าถ้าหาก กสทช. กำหนดการประมูลคลื่น 1800 MHz รอบใหม่ภายใต้เงื่อนไขใหม่ DTAC จะสนใจเข้าร่วมประมูลเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับกิจการของบริษัท
           หลังจากที่สัมปทานคลื่นที่ใช้เพื่อให้บริการ 2G ของ DTAC หมดอายุในวันที่ 15 กันยายน 2561 สินทรัพย์ของบริษัทที่อยู่ภายใต้สัมทานจะถูกโอนไปให้เจ้าของสัมปทาน (CAT Telecom-CAT) ในขณะที่คลื่นความถี่ตามสัมปทาน ซึ่งได้แก่คลื่น 850MHz และ 1800MHz ก็จะถูกส่งคืนไปให้กับ กสทช. ซึ่งถ้าหากว่า กสทช. ไม่อนุญาตให้ DTAC ใช้คลื่น 850MHz และ 1800MHz ในช่วงที่ยังรอการเปิดประมูลรอบใหม่ (ช่วงเยียวยา) DTAC ก็ยังมีคลื่นเพียงพอที่จะให้บริการ 2G แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องได้เพราะได้เตรียมโรมมิ่งคลื่น 900MHz ของ ADVANC  เอาไว้แล้วเพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้า 2G ที่ยังเหลืออีก 0.47 ล้านราย (2% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด) ต่อไปได้ 
           เนื่องจากก่อนหน้านี้เราได้รวมใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz ที่เปิดประมูลรอบนี้เอาไว้ในประมาณการของ DTAC แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องปรับประมาณการด้วยการถอดใบอนุญาตนี้ออกไปจากประมาณการของเราซึ่งทำให้ค่าตัดจำหน่ายในปี 2561-62 ลดลง 4% - 17% และปรับลดค่าเช่าโครงข่ายที่ต้องจ่ายให้ CAT ในปี 2561-62 ลง 22% แต่อย่างไรก็ตาม เราได้ปรับเพิ่มสมมติฐานต้นทุนจาก i) คลื่น 2300 MHz ที่เปิดให้บริการในปลาย 2Q61 ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่เราคาดว่าจะเปิดให้บริการใน 4Q61 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ TOT ในปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 167% ii) ปรับเพิ่มสัดส่วน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขายในปี 2561-62 ขึ้นอีก 0.6% - 1.1% และปรับลดมาร์จิ้นของการขายเครื่องมือถือในปี 2561-62 ลงอีก 5% เพื่อกระตุ้นยอด DTAC 4G turbo (ภายใต้คลื่น 2300 MHz) และ iii) ปรับเพิ่มต้นทุนค่าโรมมิ่งคลื่น 900 MHzที่ต้องจ่ายให้ ADVANC เพื่อให้สามารถให้บริการ 2G ได้ต่อ หลังปรับสมมติฐานต่างๆ แล้วทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ลดลงจากเดิม 21% ขณะที่ประมาณการกำไรปี 2561 เพิ่มขึ้น 101%     
           หลังจากที่เราปรับประมาณการใหม่แล้ว ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2561 (DCF, WACC ที่ 11.4%) ลดลงจากเดิม 53 .00 บาท เหลือ 49.00 บาท แนะนำเพียงถือ
 
           แม้ DTAC จะเตรียมแผนรับมือการโอนย้ายลูกค้า 2G ที่สัมปทานกำลังจะหมดอายุในเดือน ก.ย.นี้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกแย่งลูกค้าไปอีกในช่วงเวลาของการเปลี่ยนถ่าย ในขณะที่ต้องจับตาการเปลี่ยนผู้บริหาร ที่ล่าสุดได้แต่งตั้ง นางอเล็กซานดรา ไรช์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายลาร์ส โอเคะ วัลเดอมาร์ นอร์ลิ่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 เป็นต้นไป ว่าผู้บริหารคนใหม่ จะนำพาบริษัทข้ามผ่านจุดวิกฤตไปได้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด