หุ้นเด่นวันนี้

SAK กำไรปีนี้สดใส...แต่จะพาหุ้นไปได้ไกลแค่ไหน?

SAK กำไรปีนี้สดใส...แต่จะพาหุ้นไปได้ไกลแค่ไหน?

ราคาหุ้น SAK ในช่วง 9 วันทำการล่าสุด ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 12.79% โดยเช้านี้ปิดซื้อขายในแดนบวก คาดรับปัจจัยหนุนดอกเบี้ยยังอยู่ระดับต่ำ - ลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบโควิดระลอกสอง ขณะที่โบรกฯมองผลงาน Q1/64 ยังเดินหน้าเติบโต จากความต้องการสินเชื่อสูง รุกขยายสาขามากขึ้นเท่าตัว คาดหนุนสินเชื่อทั้งปีโต 30 - 36% แต่จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นฝ่าแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 11 บ.ได้หรือไม่? ต้องติดตาม!
 

*** ปิดเช้าแดนบวก หลังดอกเบี้ยยังอยู่ระดับต่ำ
 

ราคาหุ้น บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 9.70 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 9.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 3.21% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 100.35% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SAK ปิดซื้อขายภาคเช้าในแดนบวก เนื่องจากราคาหุ้นได้ปัจจัยหนุน จากอุตสาหกรรม ที่กำลังได้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากธนาคารกลางยังต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นอกจากนี้ ยัง เป็นกลุ่มธุรกิจที่สามารถเติบโตอย่างโดดเด่น แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิด-19
 

*** Q1/64 โตสดใส หลังเร่งขยายสาขา-โควิดไม่กระทบ
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ของ SAK มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อน แม้จะเป็นช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 2  แต่ยังเห็นสัญญาณการเติบโตของสินเชื่อ ส่วนมากจากความต้องการสินเชื่อทะเบียนรถที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับ SAK เริ่มขยายสาขาใหม่ตั้งแต่ต้นปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ครบ 200 แห่ง ภายในไตรมาส 2/64 ซึ่งจะทำให้ SAK มีสาขาเพิ่มเป็น 720 แห่ง ในปี 64

ด้าน นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสอง ไม่ส่งผลกระทบกับ SAK เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริาทฯไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว และยังคงประกอบอาชีพได้ตามปกติ รวมถึงยังมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ที่บริษัทฯให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาคกลางตอนบน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ ไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงจากการแพร่ระบาดโควิด-19  

นอกจากนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ SAK เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 50 แห่ง และคาดว่าจะเปิดสาขาใหม่ครบ 200 แห่ง ในเดือน พ.ค.64 โดยเน้นให้บริการ 38 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ, กลาง, ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตก สอดรับกับเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ จำนวน 2 พันล้านบาท ในปีนี้
 

*** สินเชื่อปีนี้มีแนวโน้มโต 30-36% ดันกำไรพุ่ง 23%
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ SAK ไว้ที่ 688 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุน จากสินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่โดดเด่นถึง 36% จากปีก่อน จากความต้องการสินเชื่อทะเบียนรถที่มีอยู่จำนวนมาก, การเดินหน้าขยายสาขาอีก 200 แห่ง, ต้นทุนการเงินลดลงหลัง IPO และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 47.7% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 53.1% จากการประหยัดต่อขนาดที่มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังคาดว่า NIM ในปี 64 จะเพิ่มขึ้นเป็น 22.6% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 22.5% โดยมีแรงหนุนจากผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจากสินเชื่อลดลงช้ากว่าคู่แข่ง เนื่องจาก SAK มีสัดส่วนสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์จำนวนน้อย ซึ่งยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันดุเดือด ขณะเดียวกัน SAK ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบครัน ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการในด้านการเงินให้กับลูกค้า ดังนั้นเมื่อ SAK ปลดข้อจำกัดในด้านแหล่งเงินทุนด้วย IPO จึงมองว่า SAK จะสามารถทำให้สินเชื่อเติบโตอย่างมีนัยสำคัญได้ไม่ยาก

ขณะที่ นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK ระบุว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 2 เดือนแรกของปี 64 ปรับตัวขึ้นจากปีก่อน และมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นที่สุดเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน มิ.ย. - ส.ค.64 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ เพราะเป็นช่วงฤดูการเพาะปลูกใหม่ ทำให้ความต้องการสินเชื่อของเกษตรกรมีมากขึ้น

ทั้งนี้ ประเมินว่า ทั้งปี 64 บริษัทฯ จะมีฐานลูกค้าเพิ่มอีก 20% ทำให้สัญญากู้ยืมเพิ่มเป็น 3 แสนสัญญา เทียบกับสิ้นปี 63 ที่มีอยู่ 2.3 แสนสัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้เป้าหมายการขยายพอร์ตสินเชื่อปี 64 เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้จำนวน 8.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 

*** พอร์ตสินเชื่อยังเล็ก มีแนวโน้มโตอีกยาว 
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่ากำไรสุทธิของ SAK จะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี (64 - 66) เฉลี่ย 30% ต่อปี เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อของ SAK ณ ปัจจุบัน ยังมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับ MTC หรือ SAWAD ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อของ SAK มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการสินเชื่อทะเบียนรถในกลุ่มรากหญ้าที่มีมากขึ้น โดยคาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 8.6 แสนล้านบาท 

นอกจากนี้ พอร์ตสินเชื่อของ SAK มากกว่า 50% เป็นลูกค้ากลุ่มการเกษตร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับ MTC และ SAWAD จึงทำให้ความต้องการสินเชื่อยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 
 

*** โบรกฯ มั่นใจศักยภาพเติบโต จึงแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า SAK ยังมีศักยภาพเติบโตที่โดดเด่น จากขนาดพอร์ตสินเชื่อที่ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่ในทางกลับกันความต้องการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในปีนี้ SAK เดินเกมรุกมากขึ้น ด้วยการขยายสาขาเพิ่มเป็น 200 แห่ง/ปี (เดิมขยาย 100 แห่ง/ปี)

บล.  คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
ธนชาต ซื้อ     11.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ     12.80
ราคาเฉลี่ย 11.90   


ณ ปัจจุบัน ราคาหุ้น SAK มีอัพไซด์ถึง 24% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าการเติบโตที่โดดเด่นของ SAK ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดหมายไว้ จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น SAK ปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้าน 11 บาทได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ราคาหุ้น SAK เคยปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านใกล้บริเวณ 11 บาท มาแล้ว ก่อนย่อตัวกลับไปเคลื่อนไหวในกรอบ 9 - 9.70 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด