หุ้นเด่นวันนี้

TTCL โกยงานใหม่เพียบ จับตาความเสี่ยงเพิ่มทุนยังกดดัน

TTCL โกยงานใหม่เพียบ จับตาความเสี่ยงเพิ่มทุนยังกดดัน

    TTCL งานใหม่เริ่มเข้า! ล่าสุดคว้างานก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามมูลค่า 6.4 - 7 พันลบ.ของ SCC จากก่อนหน้าเพิ่งรับงานมาบตาพุดโอเลฟินส์เข้าพอร์ตไป 4.8 พันลบ. โบรกฯมองมีโอกาสรับงานอื่นจาก SCC เพิ่มอีก หนุนแนวโน้มหุ้นเป็นบวกมากขึ้น แต่ระวังยังมีความเสี่ยงจากการเพิ่มทุนกดดันราคาหุ้น

    ราคาหุ้น บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL)กระตุกบวกขึ้นมาทำจุดสูงสุดรอบเช้าที่ 8.45 บาท ก่อนถูกเทขายปิดตลาดรอบเช้าที่ 7.95 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 2.45% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 352% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    TTCL ประกอบธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจผลิตไฟฟ้า ในปี 60 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจก่อสร้างอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 81.73% ธุรกิจก่อสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน 3.02% ธุรกิจก่อสร้างอุตสาหกรรมอื่นๆ 8.04% รายได้จากการผลิตไฟฟ้า 7.21%
 
    เดิม TTCL ถือหุ้นใหญ่โดย Toyo Engineering Corporation (TEC) ที่เป็นบริษัทตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่นด้วยสัดส่วนถือหุ้น 10%  ซึ่งปัจจุบันได้ขายหุ้นออกมาทั้งหมดแล้ว โดยล่าสุดมี บลจ.กรุงศรี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วยสัดส่วนถือหุ้นรวมทั้งหมด 7.89% และ บริษัท โกลบอล บิสซิเนส แมเนจเมนท์ จำกัด ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 6.90%

    TTCL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 52 โดยราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 57.25 บาทในช่วงกลางปี 56 หลังจากที่สามารถทำกำไรสุทธิไปได้ถึง 655 ล้านบาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมาอย่างรุนแรง จากกำไรสุทธิที่หดตัวเหลือ 460 ล้านบาทในปี 57 

    ผลประกอบการ TTCL ยังปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องอีกในปี 58 - 60 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 422.55 ล้านบาท 400.10 ล้านบาท และเหลือเพียง 52.56 ล้านบาทในปี 60 เนื่องจากงานก่อสร้างที่ลดลง ขณะที่ไตรมาส 1/61 พลิกมาเป็นขาดทุน 60.53 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ที่ลดลง และค่าใข้จ่ายพิเศษจากการจ่ายชดเชยให้กับรัฐบาลพม่าที่บริษัทไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตามกำหนด บวกกับประเด็นยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของรัฐบาลพม่าทำให้ราคาหุ้นลงมาซื้อขายที่ระดับต่ำสุดที่ 5.90 บาท ในเดือนเม.ย.61

    ล่าสุดราคาหุ้น TTCL กระตุกบวกในช่วงเปิดการซื้อขาย พร้อมกับปริมาณการซื้อขายหนาแน่น หลังจากประกาศได้รับงานก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามมูลค่า 6.4 - 7 พันลบ.ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ของ SCC จากก่อนหน้านี้เพิ่งคว้างานใหญ่ 4.8 พันลบ.ของ SCC 

    TTCL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุได้เซ็นสัญญางานก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีชื่อ Package D (LLDPE Plant) of Long Son Petrochemicals Project ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม มูลค่า 6.4 - 7 พันล้านบาท กำหนดเสร็จสิ้นในปี 65 ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นของ  Long Son Petrochemicals Company Limited ที่ บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย(SCC)เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 71% 

    โดยก่อนหน้านี้ TTCL เพิ่งได้รับงานก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมี ชื่อโครงการ"MOCD2 Project" ของ "มาบตาพุดโอเลฟินส์" มูลค่า 4.48 - 4.8 พันลบ. ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงการขยายกำลังการผลิตโอเลฟินส์ของ SCC

    ทั้งนี้หากรวม 3 โครงการที่ได้รับมาในเดือน พ.ค.61 แบ่งเป็น โรงงานปิโตรเคมี 2 แห่ง โครงการแรกใน จ. ระยอง และอีกโครงการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท  และโครงการ Oil & Gasที่เมียนมามูลค่า 1.4 พันล้านบาท

    นักวิเคราะห์มอง TTCL เริ่มมีสัญญาณที่ดีหลังจากที่ได้รับงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีคิดเป็นมูลค่างานถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะโครงการ Long Son ที่เชื่อว่าน่าจะมีงานส่วนอื่นของโครงการเข้ามาอีก ขณะที่ผลงานในไตรมาส 2/61 คาดปรับตัวดีขึ้น รับค่าใช้จ่ายพิเศษลด แต่ระวังความเสี่ยงเพิ่มทุนยังกดดัน

    บล.เอเซีย พลัส ระบุ TTCL มีสัญญาณบวกมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะเริ่มเห็นข่าวดีเข้ามา หลังจากที่ตั้งแต่ช่วงต้นปีได้รับงานเข้ามาถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว โดยเฉพาะงานก่อสร้าง LLDPE Plant ของ Long Son Petro Complex มูลค่า 200 - 220 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของ SCC หนุนให้งานในมือล่าสุดเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านบาท และจะรับรู้เข้ามาปีนี้ 7 พันล้านบาท
 
    นอกจากนี้การรับงานก่อสร้าง Long Son Petro Complex ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ น่าจะทำให้บริษัทสามารถเข้ารับงานส่วนอื่นๆของโครงการอีกได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ และยังมีลุ้นความคืบหน้าการลงทุนโรงไฟฟ้าที่ยังค้างคาไว้ด้วย แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 9.83 บาท     

    บล.ทิสโก้ คาดผลประกอบการในไตรมาส 2/61 จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง และรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวก นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอเข้าประมูลงานมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในต่างประเทศช่วงครึ่งหลังปีนี้

    แต่ยังแนะนำ "ขาย" ที่ราคาเหมาะสม 5.60 บาท อิง PER ที่ 26 เท่าในปี 61 เนื่องจากผลประกอบการที่ขาดทุนในไตรมาส 1/61 และมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มทุน

    ทั้งนี้ล่าสุดที่ประชุมผู้ถือหุ้น TTCL อนุมัติการแผนการระดมทุนเพื่อใช้ในโครงการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า Ahlone เฟส 2 ที่ประเทศเมียนมา มีกำลังผลิตส่วนเพิ่มเป็นโรงไฟฟ้าขนาด 356 เมกะวัตต์ ที่ต้องใช้เงินลงทุน 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้เป็นเงินกู้ 70% และต้องใช้เงินลงทุน 30% หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท

    โดยแนวทางแรกคือการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นพิจาณานำ TTCL Power Holding Pte. Ltd. (TTPHD) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) จะขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) 40% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมด โดยให้สิทธิในการจองซื้อแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive right) ไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินประเมิน P/E อ้างอิงของธุรกิจโรงไฟฟ้าในตลท. อยู่ที่ 15 เท่า และบริษัทจะให้ส่วนลดประมาณ 25% และดำเนินการเข้าจดทะเบียนให้เร็วที่สุดภายใน พ.ย. นี้ หรือช้าสุดตามกรอบระยะเวลาที่แจ้งต่อผู้ถือหุ้น คือ ไตรมาส 2 ปี 62

    รวมถึงขอเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) 336 ล้านหุ้น ขาย RO-PP-แจกวอร์แรนต์ เป็นแผนสำรองหากการขาย IPO พลาดเป้า 
    
    TTCL ได้รับงานใหม่เข้ามาค่อนข้างมากตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการเข้ารับงาน Pakage D ของ Long Son จะเปิดทางให้บริษัทคว้างานส่วนอื่นๆ ของโครงการได้อีก แต่ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ โรงไฟฟ้าในเมียนมาจะมีความคืบหน้าอย่างไร รวมไปถึงการเพิ่มทุนจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่กดดันราคาหุ้นได้อยู่ในขณะนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด