หุ้นเด่นวันนี้

TU ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี ...กำไรผ่านจุดพีคหรือยัง?

TU ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี ...กำไรผ่านจุดพีคหรือยัง?

เช้านี้ TU ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี คาดรับปัจจัยหนุนกำไร Q1/64 ดีกว่าตลาดคาด 17% ขณะที่โบรกฯ ทยอยอัพเป้ากำไร – ราคาเหมาะสมใหม่ ส่งผลให้กำไรปี 64 ของ TU ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง หลังก่อนหน้านี้ถูกนักวิเคราะห์มองว่ากำไรปีนี้จะหดตัวจากปีก่อน เพราะกำไรปี 63 เป็นจุดพีคของบริษัทไปแล้ว 
 

*** นิวไฮรอบ 2 ปี รับงบ Q1/64 ดีกว่าตลาดคาด 17%
 

ราคาหุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 17.90 บาท ทำนิวไฮรอบ 2 ปี ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 1.1 บาท หรือ 6.55% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 170.73% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TU ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 2 ปี เนื่องจากยังได้รับปัจจัยหนุนจากการประกาศงบการเงินไตรมาส 1/64 ที่มีกำไรสุทธิ 1.8 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 17%
 

*** Q2/64 เข้าไฮซีซั่น–ดีมานด์อาหารกระป๋องล้น หนุนกำไรตต่อเนื่อง
 

บทวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี มองว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/64 ของ TU ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ประกอบกับ ความต้องการอาหารทะเลกระป๋องในทวีปยุโรปเพิ่มขึ้น จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่มองว่าผลการดำเนินงานของ TU ในช่วงไตรมาส 2/64 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน สะท้อนจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/64 ที่ทำได้ดีกว่าคาด โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ TU ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 17.7% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 16.2% โดยแนวโน้มในไตรมาส 2/64 คาดยังอยู่ในระดับสูง หลังธุรกิจอาหารแช่แข็งฟื้นตัว ประกอบกับ รายได้จากอาหารสัตว์เลี้ยง ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 
 

*** อีกปัจจัยหนุนการเติบโตปีนี้ คือ RL พลิกกำไรแล้ว
 

บล.กรุงศรี ระบุว่า ส่วนแบ่งกำไรจากร้านอาหาร Red Lobster (RL) ในสหรัฐฯของ TU พลิกกลับมาเป็นกำไรได้แล้วในช่วงไตรมาส 1/64 จำนวน 81 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ต้องรับรู้ขาดทุน 111 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ต้องมีการปิดให้บริการสาขาชั่วคราวหลายแห่ง

ทั้งนี้ คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากร้าน RL ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลัก จากการกลับมาเปิดให้บริการสาขาแล้ว 96% ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้บริการสูงขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถกระจายวัคซีนได้ทั่วประเทศ (ประมาณ 3.2 ล้านโดสต่อวัน) นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 3 โดยมีธุรกิจร้านอาหารเป็นเป้าหมายหลัก อีกด้วย
 

*** โบรกฯ ทยอยอัพเป้ากำไรปีนี้ หลังงบ Q1/64 โตกระฉูด
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิปี 64 ของ TU ขึ้นอีก 8% เป็น 6.57 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ทำได้ดีกว่าคาด อีกทั้งแนวโน้มกำไรยังดีต่อเนื่องทุกไตรมาสในปีนี้ 

สอดคล้องกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ TU ขึ้นอีก 3% เป็น 6.52 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นรวมขึ้นเป็น 17% (เดิมคาด 16.5%) หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ได้ดีกว่าคาด

ขณะที่นักวิเคราะห์ อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TU ไว้ ดังนี้

บล.   กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %Chg.YoY
หยวนต้า  6,532         4.59
ทรีนีตี้  6,522         4.41


*** กูรูชี้ Valuation ยังน่าสนใจ
 

บล.เอเซีย พลัส มองว่า มูลค่า (Valuation) ของหุ้น TU ขณะนี้ ยังมีความน่าสนใจเข้าลงทุน โดยปัจจุบันราคาหุ้น TU มีค่า PER เพียง 12 เท่า นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถคาดหวังเงินปันผล คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่สูงระดับ 5% ต่อปี ได้อีกด้วย

สอดคล้องกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ระบุว่า แม้ราคาหุ้น TU วานนี้ (10 พ.ค.64) จะปรับตัวขึ้นแรงถึง 10.5% แต่ยังคิดเป็น Forward PE เพียง 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และคาด TU จะให้ Dividend Yield ราว 4.5% ในปีนี้ รวมถึงยังมี ปัจจัยหนุน จากแผนปลดล็อคมูลค่าธุรกิจอาหารสัตว์ อย่าง TFM ด้วยการเตรียมขาย IPO และนำเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายในปีนี้

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เลือก TU เป็น Top Picks ของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากมองว่า TU กำลังได้รับปัจจัยหนุนที่สำคัญ หลังสหรัฐฯฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้แล้วเกิน 50% ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ กลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าคาด เป็นปัจจัยบวกทางอ้อมสำหรับ TU เนื่องจาก TU มีรายได้ในสหรัฐฯ คิดเป็น 43% ของรายได้ทั้งหมด  
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" พร้อมปรับราคาเหมาะสมขึ้น
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" พร้อมปรับราคาเหมาะสมของ TU ขึ้นด้วย เนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่เติบโตโดดเด่นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อมั่นว่าผลประกอบการของ TU ในช่วงที่เหลือของปี 64 จะเติบโตได้โดดเด่น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เร็วกว่าคาดการณ์ ประกอบกับ ความต้องการอาหารกระป๋องยังอยู่ในระดับสูง

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสมเดิม (บ.) ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.)
ฟินันเซียฯ  ซื้อ     20.00             22.00
โนมูระฯ   ซื้อ     16.30             20.00
เอเชีย พลัส  ซื้อ     N/A   20.00
กรุงศรี   ซื้อ     18.00             19.50
ซีจีเอสฯ  ซื้อ     15.20             18.80
ยูโอบีฯ ซื้อ     17.00             18.25
ราคาเฉลี่ย  17.30             19.75


ก่อนประกาศงบการเงินไตรมาส 1/64 ทาง TU ถูกคาดหมายว่า จะเป็น 1 ในบริษัท ที่ไม่สามารถสร้างการเติบโตของกำไรปีนี้ได้ เนื่องจากฐานกำไรสุทธิปี 63 อยู่ในระดับสูงกว่าปกติ หลังได้รับอานิสงส์จากมาตรการล็อกดาวน์ หนุนความต้องการอาหารกระป๋องเพิ่มขึ้น

แต่งบการเงินไตรมาส 1/64 ที่ประกาศออกมาเติบโตมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ นำไปสู่การปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิปี 64 และราคาเป้าหมายขึ้น ส่งผลให้ปีนี้ TU ยังมีแนวโน้มสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิ ต่อจากปี 63 ที่นักวิเคราะห์หลายรายมองเหมือนกันว่า นั่นคือจุดพีคที่สุดของ TU ไปแล้ว...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด