หุ้นเด่นวันนี้

NFC เสี่ยงแค่ไหน หลังโบรกฯ ให้เป้าแค่ 2.20 - 4 บ.

NFC เสี่ยงแค่ไหน หลังโบรกฯ ให้เป้าแค่ 2.20 - 4 บ.

    NFC ปุ๋ยในตำนานรีเทิร์น! เปิดเทรดวันแรกราคากระฉูด 17.90 บาท ขณะที่พบบิ๊กล็อต 53.8 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยแค่ 11.73 บาท ด้านโบรกฯ มองพร้อมเติบโตทั้งจาก D/E ต่ำ-กระแสเงินสดสูง-ไร้ขาดทุนสะสม แต่หากเทียบ P/E กับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 2.28 - 4 บาทเท่านั้น

    หุ้นบมจ.เอ็นเอฟซี (NFC) กลับเข้าซื้อขายอีกครั้งหลังขึ้น SP มา 15 ปี โดยเปิดการซื้อขายด้วยความคึกคัก ราคาพุ่งทำจุดสูงสุดที่ 17.90 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 11 บาท ด้วยปริมาณการซื้อขาย 20.90 ล้านหุ้น และมูลค่าการซื้อขายรวม 268 ล้านบาท

    NFC ก่อตั้งขึ้นในปี 2525 โดยใช้ชื่อแรกว่า"บริษัท ปุ๋ยแห่งชาติ จำกัด" ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตปุ๋ยทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 38 ซึ่้งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจของไทย ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

    โดยบริษัทใช้เวลาปรับโครงสร้างหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยการเพิ่มผู้ร่วมทุนใหม่ 10 ราย ซึ่งมีนายณัฐภพ รัตนสุวรรณทวี เป็นผู้ร่วมทุนรายใหม่ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 55.84% และเปลี่ยนเชื่อบริษัทเป็น บมจ.ปุ๋ยเอ็นเอฟซี 

    จากปัญหาเครื่องจักรที่ทรุดโทรมทำให้บริษัทต้องหยุดผลิตชั่วคราวจนนำไปสู่การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการครั้งที่ 2 ก่อนที่ผลประกอบการสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา และเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.เอ็นเอฟซี 

    ปัจจุบัน NFC มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ นายณัฐภพ รัตนสุวรรณทวี ด้วยสัดส่วนถือหุ้น 55.84% และ บริษัท อินเตอร์ สเปค โกลบอล จำกัด 16.18% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ขณะที่มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 1,869 ราย คิดเป็นสัดส่วน 20%

    NFC ปัจจุบันยกเลิกธุรกิจผลิตปุ๋ยไปแล้ว และหันมาดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายแอมโมเนีย แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ และกรดกำมะถัน รวมทั้งให้บริการคลังสินค้า โลจิสติกส์ และท่าเทียบเรือ โดยมีพื้นที่ให้บริการคลังสินค้าขนาด 9 หมื่นตารางเมตร และคลังเก็บสินค้าเหลวขนาด 5.6 หมื่นตัน และท่าเทียบเรือที่รองรับเรือได้ 6 หมื่นตัน 

    ในงวดปี 60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากการจำหน่ายเคมีภัณฑ์ 89.98% และรายได้จากการให้บริการ 10.02% ซึ่งลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรม

    NFC นับเป็นบริษัทแรกที่กลับมาซื้อขาย โดยไม่มีตัวเลขขาดทุนสะสม โดยปัจจุบันมีกำไรสะสมอยู่ที่ 243 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานในปี 58 - 60 ที่มีกำไรสุทธิ 80.37 ล้านบาท, 397 ล้านบาท และ 214.69 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 26.21 ล้านบาท ลดลง 41.59% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 44.86 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายได้พิเศษเข้ามา

    หุ้น NFC เปิดเทรดอย่างร้อนแรงที่ 17.70 บาท ก่อนพุ่งแตะ 17.90 บาท ภายในไม่กี่นาที จากนั้นพบว่ามีการโยนบิ๊กล็อต 53.88 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 11.73 บาท/หุ้น  ราคาบนกระดานจึงอ่อนตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 10 บาท 
    
    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์มองว่า NFC เป็นบริษัทที่กลับมาซื้อขายด้วยความพร้อม ทั้งผลประกอบการที่ไม่มีขาดทุนสะสม อัตรา D/E ที่ต่ำเพียง 0.21 เท่า และยังมีกระแสเงินสดพร้อมลงทุนสูงถึง 400 ลบ. จะหนุนการรุกขยายธุรกิจได้ ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่มีธุรกิจพร้อมสร้าง Synergy กับ NFC เพียบ 

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เปิดเผยว่า NFC เป็นบริษัทแรกที่กลับมาซื้อขายโดยไม่มีตัวเลขขาดทุนสะสม และมีกำไรสะสมถึง 243 ล้านบาทเนื่องจากมีกำไรสุทธิต่อเนื่องมายาวถึง 9 ไตรมาส นอกจากนี้ยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนแทบเป็นศูนย์ปัจจุบัน D/E อยู่ที่ 0.21 เท่า และขณะนี้มีกระแสเงินสดในมือ 400 ลบ. 

    จัดได้ว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการรุกขยายธุรกิจเพื่อการเติบโต ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจเพิ่มเติม อาทิ โครงการปรับปรุงคลังสินค้าพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมขยายฐานลูกค้าในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และโครงการพัฒนาคลังสินค้าเหลวเพิ่มเติม รวมถึงขอใช้พื้นที่เพื่อพัฒนาคลังสินค้าเหลวเพิ่มเติมจาก กนอ.ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปราวไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

    แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ทำการวิเคราะห์ แต่คาดว่าราคาหุ้นจะได้รับความนิยมเหมือนกับบริษัทอื่นๆ ที่กลับมาซื้อขาย เพราะได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ จนมีแนวโน้มจะกลับมาดีขึ้นกว่าตอนเข้าฟื้นฟูกิจการ แต่ระยะกลาง-ยาวยังขึ้นอยู่กับภาวะแนวโน้มธุรกิจ 

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผย NFC กลับมาเทรดวันแรกหลังจากผ่านกระบวนการฟื้นฟูแล้วเสร็จ มีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่คือนายณัฐภพ รัตนสุวรรณทวี (เจ้าของบริษัท SC Group ทำธุรกิจโลจิสติกส์) ถือ 58.19% ปัจจุบัน NFC ทำธุรกิจซื้อมาขายไปแอมโมเนียและซัลเฟอร์ ซึ่งผู้บริหารต้องการขยายธุรกิจของ NFC เข้าสู่โลจิสติกส์ซึ่งมี synergy กับธุรกิจเดิมของนายณัฐภพ แต่ยังไม่ใช่ภายใน 1-2 ปีนี้ 

    บนฐานธุรกิจปัจจุบันของ NFC ที่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีรายได้ปีละประมาณ 1 พันล้านบาท มีกำไรปกติปีละ 200 ล้านบาท หรือ EPS  0.19 บาท (พาร์ 0.75 บาท) ถ้าหากอิง PE ที่ 15-20 เท่า จะได้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 3-4 บาท 

    บล.ทิสโก้ เผย หากอ้างอิงจากลุ่มที่ NFC เข้าซื้อขายคือกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมในหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ กลุ่มนี้จะซื้อขายอยู่ที่ PER ราว 12 เท่า และ PBV ที่ 1.72 เท่า ซึ่งจะคิดเป็นราคาหุ้นของ NFC อยู่ที่ 2.28 บาท ใช้เทียบ PER ที่ 12 เท่า และราคาหุ้นจะอยู่ที่ 1.57 บาท หากอ้างอิงจาก PBV ที่ 1.72 เท่า 

    ด้านผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ตกลงนำหุ้น 598 ล้านหุ้นเข้า Silent Period เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นการยืนยันว่าจะลงทุนในระยะยาว และมองว่ากลุ่ม SC Group ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน NFC มีธุรกิจในมือกว่า 20 บริษัทในธุรกิจที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะสร้าง Synergy ระหว่าง NFC และบริษัทในเครือด้วย

    NFC สลัดคราบปุ๋ย กลับมาคืนสังเวียนอย่างสวยงามด้วยพื้นฐานที่น่าสนใจ แต่ราคาหุ้นที่เปิดอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะหากเทียบกับ P/E กลุ่ม เท่ากับว่านักลงทุนให้คุณค่าและซื้ออนาคตที่ยังมาไม่ถึง จึงต้องระมัดระวังความเสี่ยงเอาไว้ด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด