หุ้นเด่นวันนี้

TOP พุ่งแรง-วอลุ่มแน่น ...ราคานี้แพงไปหรือยัง ?

TOP พุ่งแรง-วอลุ่มแน่น ...ราคานี้แพงไปหรือยัง ?

TOP ปิดซื้อขายเช้านี้เพิ่มขึ้น 4.69% คาดรับปัจจัยหนุนราคาน้ำมันฟื้น – รัฐบาลจ่อคลายล็อกดาวน์ ขณะที่นักวิเคราะห์ เตือนงบ Q3/64 อาจสะดุด หลังต้นทุน Crude Premium สูงขึ้น – โควิดกดดันเกือบเต็มไตรมาส แต่คาด Q4/64 เป็นจุดเริ่มต้นฟื้นเด่นยาวถึงต้นปีหน้า หลังโรงกลั่นฟื้นตัว – รับรู้กำไร CAP ไตรมาสแรก
 

*** ปิดเช้าบวก 4.69% หลังราคาน้ำมันฟื้น – จ่อเปิดเมือง
 

ราคาหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ช่วงเช้าวันนี้ (30 ส.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 50.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 50.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 4.69% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 143.26% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TOP ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.69% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้น ทำให้ช่วงไตรมาส 3/64  TOP มีความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันลดลง ขณะที่ค่าการกลั่น ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเตรียมเปิดเมือง

ขณะที่ บล.เอเชีย เวลท์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในช่วงครึ่งหลังของปี 64 คาดยังทรงตัวในระดับสูงที่ 70 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันดิบครึ่งปีหลัง จะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก ราว 4-5 ล้านบาร์เรล/วัน หลังกลุ่ม OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 4 แสนบาร์เรล/วัน ตั้งแต่ ก.ค. – ธ.ค.64 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
 

*** อีกหนึ่งปัจจัยหนุนราคาหุ้นช่วงนี้ คือปันผลระหว่างกาล
 

นอกจาก TOP จะได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบ และ ค่าการกลั่น มีแนวโน้มฟื้นตัวแล้ว ช่วงนี้ยังมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นเพิ่มเติม หลัง TOP เพิ่งประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวดงบปี 64 อัตรา 0.6 บาท/หุ้น ซึ่งจะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 9 ก.ย.64 และ จ่ายเงินปันผล วันที่ 23 ก.ย.นี้
 

*** แต่ระวังงบ Q3/64 อาจสะดุด
 

บล.เอเชีย เวลท์ ประเมิน กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ TOP มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน โดยมีเหตุผลหลักจากต้นทุนน้ำมันกลั่นที่เพิ่มขึ้นตาม Crude Premium ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.1 - 1.4 เหรียญ/บาร์เรล จากไตรมาสก่อน ขณะที่ส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ และ ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ยังมีปัจจัยกดดันจากการดำเนินการ ของโรงผลิตใหม่จากตะวันออกกลาง และจีน 

สอดคล้อง กับ บล.คิงส์ฟอร์ด ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ TOP มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้ากว้างขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้หลายประเทศต้องกลับไปใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดขึ้น ทำให้โรงกลั่นในภูมิภาค รวมถึง TOP ยังใช้อัตราการกลั่นได้ไม่สูงเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังถูกกดดันจากต้นทุน Crude Premium ปรับตัวสูงขึ้น
 

*** ลุ้นงบฟื้นอีกครั้ง ไตรมาสุดท้าย
 

บล.เอเซีย พลัส มองว่า การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของ TOP ในช่วงครึ่งปีหลัง ให้น้ำหนักไปที่ไตรมาส 4/64 ซึ่งคาดว่า กำไรจากการดำเนินงานปกติจะกลับมาเติบโตโดดเด่น โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นฟื้นตัวรับผลบวก หลังเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น

ขณะที่การแพร่ระบาดวิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในการเดินทางช่วงไตรมาส 4/64 ทยอยเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังเป็นการเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเพื่อทำความร้อนกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ค่าการกลั่นของ TOP ในช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดในปีนี้

เช่นเดียวกับ บล.คิงส์ฟอร์ด ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ TOP จะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน และต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 65 จากการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวงกว้างขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการใช้น้ำมันฟื้นตัว  ประกอบกับรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าลงทุนใน Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) เป็นไตรมาสแรก
 

*** กูรูชี้กลับมาน่าสนใจ หลังราคาหุ้นปรับฐานไปแล้ว
 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า การเข้าลงทุนใน TOP ยังมีความน่าสนใจ หลังราคาหุ้น TOP ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ปรับฐานลงราว 23% ซึ่งเป็นการปรับลงที่มากกว่าโรงกลั่นอื่นๆในประเทศ สะท้อนความกังวลอุปทานของธุรกิจปิโตรเคมี ที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

แต่เรายังมีมุมมองเป็นบวก ต่อแผนการลงทุน และแผนดำเนินธุรกิจของ TOP โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ อย่าง CAP ที่ TOP เพิ่งเข้าไปลงทุน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการลงทุนในตลาดที่มี Demand สูง อย่างประเทศอินโดนีเซีย โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ บล.เอเซีย พลัส ที่มองว่า มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบันของ TOP ยังมีความน่าสนใจ หลังราคาหุ้นปรับฐานไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ จนทำให้ปัจจุบัน TOP มีอัพไซด์ที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเรา
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ TOP มีแนวโน้มเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวยาวไปจนถึงช่วงต้นปี 65 เป็นอย่างน้อย ขณะที่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบันยัง Laggard ตลาด (SET)
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
หยวนต้า  ซื้อ      61.00
เอเชีย เวลท์ ซื้อ      58.00
คิงส์ฟอร์ด ซื้อ      55.00
เอเชีย พลัส ซื้อ      55.00
ราคาเฉลี่ย   57.25

เช้านี้ TOP ปิดซื้อขายบวกแรงถึง 4.69% แต่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันยังมีอัพไซด์สูงระดับ 14.50% ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ TOP มีแนวโน้มเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวที่ดี โดยมองว่าไตรมาสดังกล่าว TOP จะเริ่มรับรู้ผลบวกอย่างมีนัยสำคัญ หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด