หุ้นเด่นวันนี้

CHG ทำ All Time High …ราคานี้แพงไปหรือยัง ?

CHG ทำ All Time High …ราคานี้แพงไปหรือยัง ?

เช้านี้ CHG พุ่งทำ All Time High สวนทาง SET Index ที่ปิดลบ 5.53 จุด คาดรับปัจจัยหนุนงบ Q2/64 ทำ New High  ขณะที่ ครึ่งปีหลังรพ.ใหม่ จ่อพลิกกำไรทั้ง 2 แห่ง ธุรกิจใหม่หนุนรายได้ปีนี้เพิ่ม 344 ลบ. ส่งผลให้โบรกฯ เริ่มทยอยอัพเป้ากำไรปีนี้ คาดโต 18.94 – 35.1% แถมมีอัพไซด์จากวัคซีนทางเลือก
 

*** ดีด All Time High รับงบ Q2/64 ทำ New High 
 

ราคาหุ้น บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ช่วงเช้าวันนี้ (28 มิ.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 4.12 บาท ทำสถิติราคาหุ้นสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 3.94 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 5.35% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 220.20% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น CHG ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำ All Time High สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 5.53 จุด หรือ -0.35% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 2/64 ที่คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส

ทั้งนี้ ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ CHG ไว้ที่ 300 ล้านบาท เติบโตขึ้น 94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เติบโตขึ้น 19% จากไตรมาสก่อน โดยสาเหตุหลัก เกิดจากรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 เพิ่มขึ้นราว 30% ของรายได้รวม

สอดคล้องกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของ CHG มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น สะท้อนจากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และ Hospitel ในเครือ CHG ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) และ ผู้ป่วยนอก (OPD) มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 2/64 ทาง CHG จะมีรายได้จากการบริหารโรงพยาบาลรับรู้เต็มไตรมาส ราว 65-70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่รับรู้รายได้เพียง 2 เดือน เท่านั้น 
 

*** ครึ่งปีหลังโรงพยาบาลใหม่ จ่อพลิกกำไรทั้งหมด
 

บล.บัวหลวง ระบุว่า โรงพยาบาลแห่งใหม่ของ CHG ที่เปิดดำเนินการในปี 64 อย่าง โรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา (RPC) และ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ (CHG304) เริ่มมีผลการดำเนินงานดีขึ้นตามลำดับ โดย RPC สามารถทำกำไรได้ติดต่อกัน 2 ไตรมาสแล้ว (ไตรมาส 4/63 – 1/64) และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่ CHG304 มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/64 ลดลงจากปีก่อน แม้จะมีคู่แข่งเปิดให้บริการใหม่ในช่วงไตรมาส 1/64 แต่เราประเมินว่า CHG304 จะเริ่มพลิกรายงานกำไรสุทธิได้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 64 จากปัจจัยหนุน การเติบโตของจำนวนผู้ประกันตน (เป้าหมาย สิ้นปี 64 อยู่ที่ 2 หมื่นราย)
 

*** ธุรกิจใหม่ หนุนรายได้ปีนี้เพิ่ม 344 ลบ.
 

บล.บัวหลวง ระบุว่า ก่อนหน้านี้ CHG ได้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ อย่าง การบริหารโรงพยาบาล ซึ่งธุรกิจดังกล่าว จะสร้างกำไรให้กับ CHG แบบไม่ต้องเริ่มลงทุนใหม่ และ เชื่อว่าอัตรากำไรที่ได้ จะไม่แตกต่างกับธุรกิจโรงพยาบาลที่ CHG เป็นเจ้าของเอง 

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า ธุรกิจการบริหารจัดการโรงพยาบาล จะสร้างรายได้รวม 344 ล้านบาท ในปี 64 และอาจเติบโตขึ้น 48% เป็น 508 ล้านบาท ในปี 65 โดย ปัจจุบัน CHG มีโรงพยาบาลภายใต้การบริหาร 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลพัทยา, โรงพยาบาลเกาะล้าน, ศูนย์หัวใจสิรินธร และ โรงพยาบาลล่าสุด คือ ศูนย์โรคหัวใจสมุทรปราการ ซึ่งจะสร้างรายได้ประมาณ 7.8 ล้านบาท/เดือน ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป
 

*** โบรกฯทยอยอัพเป้ากำไรปีนี้ คาดโต 18.94 – 35.1%YoY
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ CHG ขึ้นจากเดิมอีก 21% เป็น 1.17 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุ จากการปรับเพิ่มรายได้ผู้ป่วยปี 64 และรายได้คัดกรอง และ แอดมิด จากกรณีโควิด-19 เป็นเติบโตขึ้น 30% จากปีก่อน (เดิมคาดเติบโต 3%) และรายได้ IPD เติบโตขึ้น 54% จากปีก่อน (เดิมคาดเติบโต 2%)

ขณะที่ ยังคงสมมติฐาน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ที่ 32.5% รวมถึง ยังคงสมมติฐาน ผู้ป่วยต่างชาติ จะกลับเข้ามารักษาในช่วงไตรมาส 4/64 แบบค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับ ยังมีปัจจัยวัคซีนทางเลือกหนุนผลการดำเนินงาน ที่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการที่เพิ่งปรับขึ้นใหม่

เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ CHG ขึ้นจากเดิมอีก 18% เป็น 1.18 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 35.1% จากปีก่อน จากการปรับเพิ่มรายได้รวมขึ้นจากเดิมอีก 7% เป็น 6.6 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 23%, ปรับเพิ่ม GPM ขึ้น 60bps มาอยู่ที่ 33.4% และปรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลง 1.2% เป็น 11.1% จากการประหยัดต่อขนาดทำได้ดีขึ้น

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CHG ไว้ ดังนี้
 

บล.   กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %chg YoY
ฟินันเซียฯ 1,179  34.50
เอเชีย พลัส     1,042 18.94


*** ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ พร้อมอัพเป้าราคา
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ พร้อมปรับราคาเหมาะสม CHG ขึ้นด้วย เนื่องจากมองว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการของ CHG ปีนี้เติบโตโดดเด่น ประกอบกับ ปีนี้ CHG ยังมีรายได้จากธุรกิจใหม่ อย่าง การรับบริหารโรงพยาบาลเข้ามาเพิ่มด้วย ประกอบกับ โรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง มีแนวโน้มพลิกรายงานกำไรได้ทั้งหมด ภายในครึ่งปีหลัง
 

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.) ราคาเหมาะสมเดิม (บ.)
ซีจีเอสฯ ซื้อ     4.07         3.75
เคทีบีฯ  ซื้อ     4.00         3.00
ฟินันซียฯ ซื้อ     4.00         3.90
บัวหลวง ซื้อ     3.90         3.40
ราคาเฉลี่ย 3.99         3.51

    
แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ จะปรับราคาเหมาะสมของ CHG ขึ้นจากเดิม หลังประเมินว่าผลการดำเนินงานปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น แต่ราคาหุ้น CHG ที่ปรับตัวขึ้นแรง 5.35% ในช่วงเช้าวันนี้ และ 62.19% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน เหลืออัพไซด์เพียง 1.26% เท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ย ของนักวิเคราะห์...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด