หุ้นเด่นวันนี้

TMB เจอ Sell on fact หลังกำไรตามคาด ลุ้นโอกาสควบ KTB เป็นไปได้แค่ไหน?

TMB เจอ Sell on fact หลังกำไรตามคาด ลุ้นโอกาสควบ KTB เป็นไปได้แค่ไหน?

          TMB เจอ Sell on fact หลังประกาศกำไร Q1/61 โตตามคาด ด้านโบรกฯ หั่นประมาณการตามสมมติฐาน NIM ที่ลดลง แต่ยังคงเชียร์ซื้อ ส่วนกระแสควบรวม KTB มองว่ามีโอกาสน้อย

          หุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) วานนี้ (19 เม.ย.) ถูกขายทำกำไร กดราคาปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 2.46 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 2.52 บาท  
          TMB เป็นแบงก์ขนาดกลาง ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ทั้งขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง 25.92%, อันดับ 2 เป็นกลุ่ม ING สถาบันการเงินจากเนเธอแลนด์
          ผลการดำเนินงาน TMB กำไรสุทธิทำนิวไฮแตะ 9.5 พันล้านบาท ในปี 57 ส่วนปี 58-60 มีกำไรสุทธิ 9.3 พันล้านบาท, 8.2 พันล้านบาท และ 8.6 พันล้านบาทตามลำดับ ในขณะที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวในระดับ 2-3 บาทตั้งแต่ปี 58 ถึงปัจจุบัน
          TMB ถูกขายทำกำไรหลังจากแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 แม้กำไรปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์ปรับประมาณการลงเล็กน้อยตามสมมติฐาน NIM ที่ลดลง โดยยังคงคำแนะนำซื้อ
          บล.เอเชีย เวลท์ ระบุ กำไรสุทธิ TMB ไตรมาส 1/61 เพิ่มขึ้น 1.0% QoQ และ 8.7% YoY อยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท เป็นไปตามประมาณการเราและประมาณการเฉลี่ยบลูมเบิร์ก 
          อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ลง 3.9% อยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท (+17.9% YoY) เพื่อสะท้อนถึงสมมติฐาน NIM ที่ลดลงจากสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำที่เพิ่มขึ้น ทั้งในสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ โดยเราปรับ NIM ลงเป็น 3.0% จากเดิม 3.1% อย่างไรก็ตาม เราคงประมาณการอื่นๆ ไว้ตามเดิม ทั้งประมาณการการเติบโตของสินเชื่อที่ 10% และการเติบโตของค่าธรรมเนียมที่ 20% 
          นอกจากนี้ TMB ยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้ที่ 15-20% ด้วยปัจจัยหนุนหลักจากค่าธรรมเนียมการเข้าถึงช่องทางการให้บริการของธนาคาร (access fee) จากการต่อสัญญาความร่วมมือกับ บ.เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต รวมถึงค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุนรวม แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีความกังวลว่า TMB จะได้รับผลกระทบจากนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมธุรกรรมดิจิทัลของธนาคารอื่นๆ แต่เราคาดว่าธนาคารจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากธนาคารได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันมานานแล้ว และนอกเหนือจาก TMB All Free ธนาคารยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝากที่น่าสนใจอื่นๆ เพื่อรักษาฐานเงินฝาก เช่น No Fixed และ ME ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้คิดเป็นราว 47% ของเงินฝากทั้งหมด  
          เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 3.10 บาท จากเดิม 3.40 บาท คำนวณจาก prospective PBV ที่ 1.4 เท่าและ ROE ระยะยาวที่ 11.2% เนื่องจากธนาคารมีสินเชื่อที่เติบโตค่อนข้างดีเหนือคู่แข่งและแนวโน้มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สดใส เรามองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้น TMB ในช่วงที่ผ่านมาเป็นโอกาสในการเก็บสะสม
          บล. โนมูระ พัฒนสิน ยังคงแนะนำ “ซื้อ” TMB ที่ราคาพื้นฐาน 3 บาท/หุ้นพร้อมประเมินผลการดำเนินงานของ TMB ที่ประกาศประกาศออกมา in-line กับที่ฝ่ายวิจัยที่ได้ประเมินไปและเป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม mutual fund, bacassurance และ access fee สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยตาม NIM ที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองได้ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/2561 คาดกำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อย จากฐานสูงในปีก่อน
          ขณะที่กระแสข่าวกระควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย (KTB) นั้น นักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อย
          บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยจะควบรวมกิจการ หลังจากเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการจูงใจธนาคารพาณิชย์ในไทย ควบรวมกิจการให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยการสนับสนุนด้านภาษี ทั้งภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ ว่ามีความเป็นไปได้น้อย และกระแสข่าวการควบรวมดังกล่าวมีมาเป็นระยะ เนื่องจากมองว่าแบงก์ดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลังเหมือนกันจึงเป็นแรงจูงใจให้มีข่าวนี้เกิดขึ้น
          ทั้งนี้ในด้านพื้นฐานแบงก์แต่ละแห่งมีความแข็งแกร่งเฉพาะตัว จากที่ก่อนหน้านี้ TMB มีปัญหาเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาได้มีการจัดการคุณภาพหนี้มาโดยตลอด ทำให้หนี้เสียลดลง และถึงแม้เป็นแบงก์ขนาดเล็ก แต่ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น หรือ ROE สูงกว่า KTB และการเติบโตกำไรดีกว่าคุณภาพหนี้จัดการดีกว่า
          อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แบงก์ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นการจะดำเนินการอะไรจะต้องขออนุมัติจากถือหุ้น และหากจะควบรวมกันจริงก็ต้องตอบคำถามของผู้ถือหุ้นให้ได้ว่าดำเนินการเพราะเหตุใด

          ทุกวันนี้พื้นฐานของ TMB นับว่าแข็งแกร่งขึ้นมาก และนักวิเคราะห์ยังแนะนำซื้อ หลังราคาร่วงต่ำกว่าพื้นฐาน ส่วนกระแสข่าวการควบรวมกิจการ เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ การลงทุนจึงควรคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเป็นหลัก







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด