หุ้นเด่นวันนี้

MTLS สะดุดเกณฑ์คุมดอกเบี้ย โบรกฯ หวั่นกดดันกำไรปีหน้า

MTLS สะดุดเกณฑ์คุมดอกเบี้ย โบรกฯ หวั่นกดดันกำไรปีหน้า

           MTLS ร่วงทำนิวโลว์รอบ 7 เดือน กังวลเกณฑ์คุมดอกเบี้ยอาจกดดันกำไรอ่อนตัวครั้งแรกรอบ 7 ปี ขณะที่ผู้บริหารเชื่อไม่โดนจำกัดเพดานที่ 15% 

           ราคาหุ้น บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS ปรับตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จากระดับ All Time High ที่ 45.25 บาท ในเดือน ก.พ. ลงมาแตะ 35.50 บาท ทำนิวโลว์ในรอบราว 7 เดือน โดยปิดการซื้อขายล่าสุดที่ 35.75 บาท พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบ 500% เทียบค่าเฉลี่ยวันทำการก่อนหน้า
           MTLS  ทำธุรกิจหลักให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ นอกจากนี้ยังมีบริการสินเชื่อโฉนดที่ดิน สินเชื่อส่วนบุคคลและนาโนไฟแนนซ์ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเดือน พ.ย.2557 ด้วยราคา IPO เพียง 5.50 บาท
           MTLS จัดเป็น Growth Stock ที่ให้ผลตอบแทนอย่างก้าวกระโดด จากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นกว่า 700% ในเวลาเพียง 3 ปีหลังเข้าเทรด สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ที่กำไรสุทธิทำนิวไฮต่อเนื่องจากระดับ 351 ล้านบาทในปี 56 ขึ้นมาแตะ 2.5 พันล้านบาทในปี 60 ตามสาขาที่เพิ่มขึ้นตามแผน ล่าสุดมีสาขากว่า 2,400 แห่ง
           ราคาหุ้น MTLS ออกอาการสะดุด หลังจากมีปัจจัยเสี่ยง ที่อาจทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี แม้ว่าผู้บริหารจะเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม
           บล.เออีซี ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น  MTLS ปรับตัวลงแรงหลังเผชิญความกังวลต่อความเสี่ยงด้านกฎระเบียบจากการปล่อยกู้สินเชื่อภายใต้สัญญาเงินกู้ยืมเงินที่อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนด โดยภายใต้ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ได้ระบุลักษณะการให้กู้ยืมที่มีความผิดไว้ดังนี้
           (1) เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 654 ห้ามไม่ให้เรียกดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี (2) กำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่นๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืมเงิน หรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้ เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และ (3) กำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อื่นนอกจากดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือสิ่งของ หรือโดยวิธีการใดๆ จนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากเกินส่วนอัตราสมควรตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน
           ซึ่งตามข้อ (2) และ (3) เป็นข้อกังวลหลักของตลาด เนื่องจากปัจจุบันแม้ MTLS จะคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 15%ต่อปี ตามเกณฑ์ แต่ได้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 8% ซึ่งยังไม่มีการตัดสินอย่างเป็นทางการว่าเป็นอัตราเรียกเก็บที่สมควรหรือไม่ อย่างไรก็ดีเรามองว่าหากมีการปรับใช้ พ.ร.บ.  กำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. เริ่มมีผลบังคับใช้ (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำ Public hearing ) อาจทำให้ประเด็นดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้น และอาจส่งผลต่อการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของบริษัทตามมาได้
           แม้ปัจจุบัน  MTLS ยืนยันว่ายังไม่เคยมีคดีความฟ้องร้องต่อกรณีเรียกดอกเบี้ย แต่เรามองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจของ MTLS อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งจากการสืบค้นของเราพบกรณีของบริษัทอื่นที่เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราได้ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด เช่น ฎีกาที่ 3288/2551 และ 6465/2552 (ผลของการตัดสินอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละฎีกา) 
           ดังนั้นเราจึงทำการวิเคราะห์ Scenario Analysis ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เพื่อประเมินผลกระทบกรณีที่บริษัทมีความผิดตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยมีสมมุติฐานหลักดังนี้ 1) สัญญาเงินกู้ของบริษัทได้ระบุการเรียกเก็บดอกเบี้ยไว้ชัดเจนที่ 23% ต่อปี และลูกหนี้รับทราบว่าดอกเบี้ยที่เรียกเก็บในสัญญานั้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดที่ 15% ต่อปี ดังนั้นการชำระดอกเบี้ยส่วนเกินที่ผ่านมาของลูกหนี้ถือเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 จึงไม่มีผลต่อผลดำเนินงานในอดีต และ 2) บริษัทสามารถให้ลูกหนี้เปลี่ยนมาทำสัญญาเงินกู้ชุดใหม่ที่มีดอกเบี้ยลดลงเหลือ 15% ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนดได้ทันที ซึ่งตั้งสมมติฐานเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่กลางปีนี้  
           โดยภายใต้สมมติฐานดังกล่าวคาดจะกดดันให้ปี 2561 และตั้งแต่ปี 2562  MTLS  มีรายได้ดอกเบี้ยรับลดลงจากเดิม 17.5% และ 35.1% ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิลดลงจากเดิม 22.7% และ 46% ตามลำดับ โดยภายใต้กรณีดังกล่าวเราคาดปี 2561 MTLS จะมีกำไรสุทธิ 2,635 ล้านบาท  โต 5.4%YoY ก่อนที่จะหดตัว 10.5%YoY ในปี 2562 หลังรับรู้ผลกระทบเต็มปีครั้งแรก
           ด้านนายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร  MTLS เปิดเผย ถึงพ.ร.บ.กำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน คำนวณดบ.15% ยังไม่ประกาศออกมาบังคับใช้จึงยังไม่ชัดเจนเรื่องเกณฑ์คำนวณดอกเบี้ย แต่เชื่อว่าจะมีการนำข้อมูลการปล่อยสินเชื่อประเภทต่างๆ ในปัจจุบันมาใช้เป็นฐานอ้างอิง เช่น กระทรวงการคลังได้ออกใบอนุญาตปล่อยเงินกู้ พิโก ไฟแนนซ์ (Pico Finance) คิดดอกเบี้ย 36% แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้น การที่วิตกกังวลว่าจะให้คิดดอกเบี้ย 15% จึงเป็นไปไม่ได้ 
           ขณะที่ยังมั่นใจว่ารายได้ปีนี้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท และจะทุบสถิติต่อเนื่องถึงปี 63 หลังวางเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่โตเฉลี่ย 35% ต่อปี ลุยขยายสาขาครบ 4,000 แห่ง นอกจากนี้เตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองไทย แคปปิตอล" หรือ MTC ไม่เกินกลางปีนี้ หวังลบภาพธุรกิจเช่าซื้อ 

           เกณฑ์ที่แน่นอน น่าจะได้ข้อสรุปราวกลางปีนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าจะกระทบต่อ MTLS มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการปั๊มกำไรนิวไฮจะสามารถทำได้ตามแผนหรือสะดุดลงตามราคาหุ้น เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด