หุ้นเด่นวันนี้

TTA ดีดนิวไฮรอบ 4 ปี ..กำไรปีนี้เทิร์นอะราวด์

TTA ดีดนิวไฮรอบ 4 ปี ..กำไรปีนี้เทิร์นอะราวด์

เช้านี้หุ้น TTA ดีดทำนิวไฮรอบ 4 ปี หลังธุรกิจ Shipping ฟื้นตัว รับค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นสูงเกิน 1 หมื่นดอลลาร์/วัน ขณะที่โบรกฯ ประเมินผลประกอบการปีนี้ พลิกมีกำไร 660 - 885 ลบ. หลังโควิดคลี่คลาย หนุนธุรกิจทุกประเภทฟื้นตัวเด่น แต่การเข้าลงทุนในช่วงนี้ มีความน่าสนใจแค่ไหน? ต้องติดตาม!
 

*** ดีดนิวไฮรอบ 4 ปี รับธุรกิจ Shipping ฟื้นตัว
 

ราคาหุ้น บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ช่วงเช้าวันนี้ (19 มี.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 10.10 บาท ทำนิวไฮรอบ 4 ปี ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 9.9 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท หรือ 3.66% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 179.28% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TTA ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 4 ปี ในช่วงเช้านี้ เนื่องจากราคาหุ้นกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากธุรกิจ Shipping ฟื้นตัว หลังการค้าโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการด้านการขนส่งมากขึ้น สะท้อนจากดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.นี้ (MTD) ปรับตัวขึ้น 564 จุด หรือ 34.16% ทำนิวไฮในรอบ 1 ปี
 

*** ค่าระวางเรือ จะอยู่ระดับสูงไปอีก 2 ปี
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ธุรกิจ Shipping (ขนส่งสินค้าแห้งเทกอง) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ TTA ซึ่งมีสัดส่วนต่อรายได้รวม 37% ถูกผลกระทบหนักจากการล็อกดาวน์ในช่วงไตรมาส 2/63 กระทบผลประกอบการปี 63 พลิกขาดทุนถึง 1.9 พันล้านบาท 

แต่ปี 64 - 65 มีแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้น จากกองเรือโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.6% ในปี 64 และเพิ่มไม่ถึง 1% ในปีหน้า ขณะที่ปริมาณการค้าสินค้าเทกอง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 4% ทำให้อุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ช่วยหนุนอัตราค่าระวางเรือ ให้อยู่ในระดับสูงต่อไปในช่วง 2 ปี ถัดจากนี้

ขณะที่ จุดแข็งในธุรกิจ Shipping ของ TTA คือ อัตราค่าระวางที่สูงกว่าตลาด จากความสามารถในการบริหารเส้นทางเดินเรือ และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีของการดำเนินธุรกิจ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 59 - 63) อัตราค่าระวางของกลุ่ม TTA สูงกว่าตลาดเฉลี่ย 8% โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/63 ที่มีการล็อกดาวน์ ค่าระวางเรือของ TTA สูงกว่าตลาดถึง 44%

ขณะที่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ดัชนีค่าระวางเรือ BSI index ปรับตัวขึ้นถึง 82% YTD ทำให้อัตราการใช้บริการ (utilization rate) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น จึงมองว่าคงไม่ใช่เรื่องยาก ที่ค่าระวางเรือปี 64 จะอยู่ในระดับสูงเหนือ 1 หมื่นดอลลาร์/วัน ทั้งปี

ส่วน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า ค่าระวางเรือในตลาดที่ปรับตัวขึ้นมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.4 หมื่นดอลลาร์/วัน ทำให้เป็นปัจจัยบวกหนุนแผนธุรกิจในการซื้อเรือเพิ่มเข้ามาของ TTA ซึ่งคาดว่าปีนี้ จะมีเรือลำใหม่เข้ามา 2 - 3 ลำ โดย TTA ได้ซื้อเรือเพิ่มเข้ามาแล้ว 1 ลำ ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
 

*** ธุรกิจ Offshore จะถึงจุดคุ้มทุนในปีนี้ ส่วนปุ๋ย-ร้านอาหารไปได้สวย 
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง (Offshore) ของ TTA จะพลิกกลับมามีกำไร (Breakeven) ได้ในปีนี้ จาก Backlog ที่มีสูงถึง 190 ล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงครึ่งปีแรกมองว่ายังไม่สามารถทำกำไรได้ เนื่องจากมี Backlog ที่รอรับรู้ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ผลประกอบการของธุรกิจ Offshore จะฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นในช่วงดังกล่าว

ขณะที่ Backlog อีกจำนวน 83 ล้านดอลลาร์ จะรับรู้เป็นรายได้ในช่วงปี 65 โดย TTA ยังมีโอกาสได้งานเพิ่ม จากการประมูลงานในประเทศต่างๆที่มีสูงกว่า 5แสนล้านดอลลาร์ ประกอบกับในปีนี้ไม่มีเรือเข้าอู่แห้ง และบริษัทได้ขายหุ้นใน AOD (บริษัทร่วมที่ทำธุรกิจขุดเจาะ) ปิดความเสี่ยงในการรับรู้ผลขาดทุน
 
ส่วน บล.บัวหลวง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ธุรกิจปุ๋ยของ TTA ยังคงไปได้ด้วยดี โดยยังเน้นปุ๋ยคุณภาพสูง หรือเชิงผสมที่มีมาร์จิ้นระดับสูง จากต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง และยังมีการส่งออกไปยังประเทศเวียดนามเป็นหลัก และอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ ธุรกิจการลงทุนร้านอาหาร มีแผนจะขยายสาขาร้านพิซซ่าฮัท 10-15 แห่ง เป็น 184 ร้าน และร้านทาโก้เบล 5 - 10 สาขา เป็น 18 แห่ง ซึ่งการดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารคาดจะดีขึ้นจากปี 63 ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19

 

*** ปีนี้กำไรเทิร์นอะราวด์ 660 - 885 ลบ.
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าผลประกอบการปี 64 ของ TTA จะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 754 ล้านบาท จากปี 63 ที่ขาดทุนสุทธิ 1.9 พันล้านบาท จากกการฟื้นตัวของธุรกิจ Shipping และ Offshore โดยคาดอัตราค่าระวางในปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 1.1 หมื่นดอลลาร์/วัน ประกอบกับการขยายกองเรือเพิ่มขึ้น

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TTA ไว้ที่ 660 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้รวมที่คาดอยู่ที่ 1.53 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 4% จากปีก่อน จากค่าระวางเรือที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้คาดปีนี้ TTA จะมีรายได้จากค่าระวางเรือ 5.67 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 12% จากกปีก่อน 

ส่วน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TTA ไว้ที่ 885 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจเดินเรือ, ธุรกิจ Offshore, ธุรกิจปุ๋ย และ ธุรกิจการลงทุนในร้านอาหาร กลับมาฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง
 

*** โบรกฯ มองมูลค่าน่าสนใจ
 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า มูลค่า (Valuation) ของหุ้น TTA ยังถือว่ามีความน่าสนใจ เนื่องจาก ปัจจุบัน Trade ที่ PE ระดับ 15 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ 2 ปีหลัง ที่ 21 เท่า ซึ่งหากค่าระวางยังอยู่ในระดับสูงแบบนี้ไปเป็นระยะเวลายาวนาน อาจทำให้มีอัพไซด์ ต่อประมาณการกำไรสุทธิที่ประเมินไว้ 660 ล้านบาท ได้เช่นกัน
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกัน คือ แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าปี 64 เป็นปีที่ผลประกอบการของ TTA จะฟื้นตัวกลับมามีกำไรสุทธิอีกครั้ง และกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังกิจกรรมการขนส่ง และความต้องการมีมากขึ้น ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นในระดับสูง และมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี จากอุปสงค์ที่เริ่มมีมากกว่าอุปทาน
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบี ซื้อ     10.00
กรุงศรี  ซื้อ     11.20
ฟินันเซีย ซื้อ     12.00
ราคาเฉลี่ย 11.06


ความน่าสนใจของ TTA ณ ตอนนี้ คือ เป็นหนึ่งในหุ้นเพียงไม่กี่บริษัท ที่ผลประกอบการปี 63 ขาดทุน แต่ปี 64 จะพลิกกลับมามีกำไรในระดับปกติ เหมือนช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์เหลือให้นักลงทุนลุ้นอีกราว 12% แม้ช่วงเช้าวันนี้ ราคาหุ้นจะเพิ่งปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 4 ปี ก็ตาม...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด