หุ้นเด่นวันนี้

NER นิวไฮรอบ 2 เดือน..โบรกฯแห่อัพเป้าถ่างอัพไซด์!

NER นิวไฮรอบ 2 เดือน..โบรกฯแห่อัพเป้าถ่างอัพไซด์!

เช้านี้ NER ดีดทำนิวไฮรอบ 2 เดือน รับแรงซื้อเก็งกำไรงบ Q3/64 ที่โบรกฯคาดกำไรสุทธิระหว่าง 441 - 442 ลบ. ทำนิวไฮ 4 ไตรมาสติด หลังราคา – ปริมาณขายยางพาราพุ่ง หนุนนักวิเคราะห์อัพเป้าราคา - กำไรปี 64 คาดโต 94 - 107% YoY จับตาธุรกิจใหม่แผ่นรองนอนวัว เริ่ม Q1/65 หนุน NER เทรด P/E สูงขึ้นกว่าเป้าเดิม 8 เท่า 
 

*** ดีดนิวไฮรอบ 2 เดือน หลังงบ Q3/64 จ่อทุบสถิติใหม่
 

ราคาหุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ช่วงเช้าวันนี้ (4 ต.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 8.05 บาท ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 7.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ 0.64% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 53.72% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น NER ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 2 เดือน เนื่องจาก นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ NER จะทำนิวไฮเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน จึงเกิดแรงซื้อ เพื่อเก็งกำไรปัจจัยบวกดังกล่าว ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า 
 

*** โค้งสาม ทั้งยอดขาย – ราคาพุ่ง ดันงบนิวไฮต่อเนื่อง
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ NER ไว้ที่ 442 ล้านบาท (ทำนิวไฮ 4 ไตรมาสต่อเนื่อง) เติบโตขึ้น 215% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากปริมาณการขายยางแปรรูป ที่คาดเพิ่มขึ้นเป็น 1.29 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน ประกอบกับ ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 53.3 บาท/ตัน เพิ่มขึ้น 30.7% จากปีก่อน

ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ประเมินว่า จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 13.2% เทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ 12.6% เนื่องจากต้นทุนของ NER เป็นต้นทุนเฉลี่ยที่ทยอยซื้อเพิ่มในช่วงไตรมาส 3/64 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคายาง มีการปรับตัวลง แต่ราคาขายไม่ได้ลดลงตาม ส่วนอุปสงค์ของยาง RSS ซึ่งมี GPM สูง เริ่มมากขึ้น เพราะความต้องการสินค้าในกลุ่มล้อเครื่องบินฟื้นตัว

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า NER จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 จำนวน 441 ล้านบาท เติบโตขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการขายยางแปรรูป 1.25 แสนตัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน ซึ่งได้มีการกำหนดราคาไว้ก่อนหน้าแล้ว ในช่วงที่ราคายางกำลังอยู่ในขาขึ้น

นอกจากนี้ การเปลี่ยนเทอมการขายมาเป็น FOB ช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จะลดลงเป็น 1.9 พันบาท/ตัน หรือลดลง 8.4% จากไตรมาสก่อน ช่วยให้ GPM ทรงตัวในระดับสูงราว 12.6% แต่เงินบาทที่อ่อนค่าเฉลี่ย 5% จากไตรมาสก่อน ทำให้ NER ต้องบันทึกขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ราว 80 ล้านบาท ซึ่งหากตัดรายการดังกล่าวออก NER จะมีกำไรสุทธิสูงถึง 521 ล้านบาท
 

*** โบรกฯอัพเป้ากำไรปี 64 คาดโตระหว่าง 94- 107%YoY
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ NER ขึ้นจากเดิมอีก 7.3% เป็น 1.9 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 102% จากปีก่อน เนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่กำลังจะรายงานออกมา คาดดีกว่าประมาณการเดิม ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิ 9 เดือน ที่ประเมินไว้คิดเป็น 80% ของทั้งปี ประกอบกับ ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ NER คาดยังทรงตัวในระดับสูง ตามปัจจัยฤดูกาล และการได้ลูกค้าใหม่

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ NER ไว้ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)   %chg. YoY
เคทีบีฯ  1,863 117
เมย์แบงก์ฯ 1,783   94


*** ธุรกิจใหม่เริ่ม Q1/65 ให้กำไรสูงกว่าธุรกิจเก่าเท่าตัว
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ธุรกิจแผ่นรองนอนวัวของ NER อาจมีการส่งมอบเครื่องจักรและติดตั้งเฟสแรกช้ากว่ากำหนดไตรมาส 4/64 เป็นไตรมาส 1/65 แต่ NER จะแก้ปัญหาด้วยการใช้ OEM จากโรงงานพันธมิตร เพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศ ทันช่วงไตรมาส 1/65 

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แนะนำนักลงทุนจับตาธุรกิจดังกล่าวของ NER ให้ดี แม้ว่ากำไรสุทธิจากธุรกิจดังกล่าวในปี 65 คิดเป็นเพียง 3% ของประมาณการก็ตาม แต่มองว่า ธุรกิจดังกล่าวจะช่วยลดความต้องการเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากแก่ NER 

ประกอบกับ ธุรกิจดังกล่าวมีตลาดใหญ่ทั่วโลกรองรับ ซึ่งยังสามารถเติบโตได้ในระยะยาว ประกอบกับ มี GPM สูงระดับ 15-25% เทียบกับธุรกิจกลางน้ำที่ NER ดำเนินการในปัจจุบัน ให้ GPM เพียง 7% เท่านั้น ซึ่งธุรกิจดังกล่าว จะทำให้กำไรสุทธิของ NER มีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว 
 

*** กูรูมั่นใจ NER เตรียมถูกเทรดระดับ P/E สูงขึ้น
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า การที่ NER เริ่มมีสินค้าปลายน้ำจำหน่ายให้กับลูกค้า อย่าง ผลิตภัณฑ์แผ่นนอนรองวัว จะทำให้ NER ถูกซื้อขายในระดับ PE ที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน ที่ตลาดให้มูลค่า PE ไม่เกิน 10 เท่า เพราะถูกจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ธุรกิจใหม่คาดให้ NPM สูงถึง 20%

เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่มองว่า การที่ NER เข้าสู่ธุรกิจปลายน้ำในช่วงต้นปี 65 จะทำให้ทิศทางการเติบโตของกำไรสุทธิสูงขึ้น ส่งผลดีต่อโอกาสในการ Rerate ระดับ P/E เป้าหมายขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งเป้าหมาย P/E ณ ปัจจุบัน ของ NER อยู่ที่ระดับ 8 เท่า 
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" พร้อมอัพเป้าราคา
 

จากาการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 64 ของ NER ยังคงเดินหน้าเติบโตตามปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น และคาดว่า NER จะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกราว 0.3 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 3.9% ประกอบกับ การเริ่มธุรกิจใหม่ในปี 65 ที่ให้มาร์จิ้นสูง และยังมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก เป็นปัจจัยที่ทำให้ NER ยังมีความน่าสนใจในช่วงนี้
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.) ราคาเหมาะสมเดิม (บ.)
หยวนต้า ซื้อ     11.50  10.30
เคทีบีฯ ซื้อ     10.00 9.00
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     9.00 7.70
ราคาเฉลี่ย   10.16   9.00


ภายใต้ราคาเหมาะสมใหม่ของ NER ที่เพิ่งถูกโบรกเกอร์ปรับขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์ ขยับสูงขึ้นเป็น 29.42% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์แล้ว ขณะที่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ NER ยังมีโอกาสสูง ที่จะทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 อีกด้วย ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด