หุ้นเด่นวันนี้

DDD เริ่มฟื้น จับตา NVDR ดอดเก็บหุ้น ขณะที่งบ Q2 ส่อแววทรุด

DDD เริ่มฟื้น จับตา NVDR ดอดเก็บหุ้น ขณะที่งบ Q2 ส่อแววทรุด

    DDD เริ่มฟื้น พบ NVDR ดอดเก็บหุ้น แม้ต่างชาติยังกระหน่ำขายหุ้นไทย ขณะที่โบรกฯ คาดผลงานไตรมาส 2/61 หดตัวจากลูกหลงความเชื่อมั่นประเด็นอย. แต่ยังโตแรงกว่ากลุ่ม และเริ่มฟื้นในไตรมาส 3 ชี้ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปหมดแล้ว

    บมจ.ดู เดย์ ดรีม(DDD) ราคาหุ้นบวก 3 วันติด มาทำจุดสูงสุดรอบเช้าวันนี้ที่ 50 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 48 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.52% นับเป็นการฟื้นตัวหลังจากลงไปทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าเทรดที่ 40.50 บาท ไปเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา

    DDD เริ่มก่อตั้งธุรกิจในปี 53 หรือมีอายุราว 8 ปี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายภายใต้แบรนด์ Namu Life ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ในมือได้แก่ SNAILWHITE, Oxe'Cure และอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อธุรกิจเวชสำอางเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง

    ในงวดปี 60 มีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า 78.8% ทำความสะอาดผิวกาย 8% ทำความสะอาดผิวหน้า 4.3%  ครีมกันแดด 3.9% บำรุงผิวกาย 3.6% ชุดของขวัญ 3.2% รายได้อื่นๆ 0.6% โดยจำหน่ายผ่านร้านค้าสมัยใหม่ 29% ร้านค้าดั้งเดิม 6% ผ่านตัวแทนจำหน่าย 35% และส่งออก 30% โดยเกือบทั้งหมดเป็นการส่งออกไปยังจีนและฮ่องกง

    ผลการดำเนินงาน DDD เติบโตก้าวกระโดดมาตั้งแต่ก่อตั้ง โดยในปี 57 - 59 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 27.5 ล้านบาท 175.7 ล้านบาท 328 ล้านบาทตามลำดับ หรือคิดเป็นกำไรโตเฉลี่ย 248.8% ต่อปี ก่อนที่จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.60 ด้วยราคา IPO ที่สูงถึง 53 บาท หรือคิดเป็น P/E 54 เท่า และราคาหุ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลไปถึง 121 บาท ไปในเดือน ก.พ.61

    อย่างไรก็ดีในปี 60 บริษัทกลับทำกำไรสุทธิไปได้เพียง  351.06 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเพียง 7% จากปีก่อนหน้าทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเป็นขาลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากรายงานงบไตรมาส 1/61 แม้กำไรสุทธิจะโตถึง 79% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยอดขายที่ต่ำ และยังเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการบุกจับสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากผู้ผลิตรายอื่นในตลาด ทำให้ราคาหุ้นลงไปทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 40.50 บาทต่ำกว่าราคา IPO ทันที

    ล่าสุดราคาหุ้น DDD ปรับตัวขึ้นถึง 3 วันติดต่อกันหลังจากลงไปทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย ซึ่งจากการสำรวจพบกองทุน NVDR ได้เข้าซื้อหุ้นเข้ามาอย่างมากในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลง สวนทางตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนต่างชาติเทขายอย่างต่อเนื่อง

    จากการสำรวจผ่านเครื่องมือ .nvdr ในโปรแกรม efin Stock Pick Up พบว่าในวันที่ 27 มิ.ย.61 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาหุ้น DDD เริ่มปรับตัวลดลงอย่างหนักบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด(NVDR) ได้เริ่มเข้าซื้อหุ้น ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองหุ้นล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 2,392,947 หุ้น จากวันที่ 27 มิ.ย. ถือครองเพียง 773,722 หุ้น

    ขณะที่นักวิเคราะห์มองราคาหุ้น DDD ที่ปรับตัวลดลงจากลูกหลงประเด็นอย. นั้นมากเกินกว่าผลกระทบจริงไปแล้ว แม้คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 จะทำได้ต่ำกว่าปีก่อน แต่ยังโตแรงกว่ากลุ่ม และเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติในไตรมาส 3/61

    บล.บัวหลวง  เผย DDD เป็นบริษัทที่ถูกลูกหลงจากการบุกจับผู้ผลิตเครื่องสำอางปลอมแปลงใบอนุญาตอย. แม้สินค้าทุกตัวของบริษัทจะมีอย.ถูกต้องก็ตาม ทำให้ยอดขายในประเทศและยอดส่งออกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/61 โดยประเมินยอดขายจะอยู่ที่ 449 ล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 126 ล้านบาท ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    อย่างไรก็ดียอดขายในประเทศให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้เริ่มฟื้นตัวมาตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย.แล้ว ขณะที่ลูกค้าจีนทั้งช่องทางส่งออกและขายในไทยคาดว่าจะต้องใช้เวลามากกว่านี้ หรือกลับมาฟื้นในไตรมาส 3/61 จากการเปิดตัวสินค้าที่ได้รับอย.จีน และการเริ่มขายสินค้าช่องทางออนไลน์แบบ mainstream    

    ทั้งนี้ราคาหุ้น DDD ที่ปรับตัวลงมาแรงจากผลข้างเคียงกรณี Magic Skin นั้น มากเกินผลกระทบจริง PER ปี 2561 ของ DDD (หลังจากปรับลดประมาณการกำไรลง 8%) อยู่ที่ 26.2 เท่า แม้ PER ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 26.9 เท่า แต่แนวโน้มการเติบโตดีกว่ามาก 

    คาดกำไรของ DDD ขยายตัว 51% ในปี 2561 และ 27% ในปี 2562 เทียบกับกำไรกลุ่มที่คาดว่าโตเพียง 16% ทั้งในปี 2561 และ 2562 ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" DDD โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ใหม่ที่ 63 บาท

    บล.เคทีบี คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 จะอยู่ที่ 98 ล้านบาท ลดลง 33% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากรายได้ในประเทศที่ลดลงตามผลกระทบอย. การจำหน่ายสินค้าผ่าน Sino-Pacific ไปยังร้านค้าโชห่วยทำได้ช้ากว่าคาด ขณะที่ต่างประเทศยังลดลงจากการปรับปรุงสินค้าตามอย.จีนเสร็จสิ้นไปเพียง 1 ผลิตภัณฑ์ทำให้ตัวแทนจำหน่ายชะลอการสั่งสินค้าไปก่อน 

    ดังนั้นจึงปรับกำไรสุทธิในปี 61 - 62 ลง 13.5 และ 17% ตามลำดับ มาเป็น 482 ล้านบาท และ 667 ล้านบาทตามลำดับ 

    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 55 บาท อิง DCF (WACC 10.4% และ Terminal Growth 2%)ปัจจุบัน DDD ซื้อขายที่ PEG 0.89x ต่ำกว่ากลุ่ม ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากว่า 44% ในระยะเวลา 3 เดือนได้สะท้อนปัจจัยลบเกี่ยวกับการชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศไปพอสมควรแล้ว

    บล.กสิกรไทย ระบุว่า DDD มีตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่ง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถกำหนดราคาสินค้าระดับพรีเมี่ยมได้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และสามารถขยายช่องทางการขายอื่นๆ ได้แก่ ร้าน King Power Duty Free และร้านค้าทั่วไป ซึ่งมองว่าเป็นช่องทางที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตด้านรายได้ 

    นอกจากนี้ DDD ยังมีอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมาย และมีค่าเฉลี่ยการซื้อขายที่ PER ปี 2562-63 ระดับ 21.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าหุ้นอิงวิธีคิดลดเงินสด (DCF) หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2562-63 ที่ 27.6 เท่า หรือคิดเป็น PEG ราวๆ 1.074 เท่าต่ออัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สำหรับการเติบโตด้านกำไรที่ 26.5% 

    แนะนำ "ซื้อ" พร้อมกับราคาเป้าหมายกลางปี 2562 ที่ 58.00 บาท

    แม้ DDD จะได้รับความสนใจจาก NVDR อย่างมากในขณะนี้ แต่สิ่งที่ต้องจับตาก็คือการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในครั้งนี้จะเป็นการลงทุนระยะยาวหรือไม่ และจะยังซื้อหุ้นไปอีกเท่าไหร่ ซึ่งการถือครองจำนวนหุ้นที่มากถึง 2.4 ล้านหุ้น หากถูกเทขายออกมาย่อมจบไม่สวยอย่างแน่นอน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด