หุ้นเด่นวันนี้

RBF ดิ่งสวนตลาด...จังหวะนี้"ส้มหล่น"หรือ"มีดหล่น"

RBF ดิ่งสวนตลาด...จังหวะนี้

เช้านี้ RBF ปิดซื้อขายลบ 5.42% สวน SET ที่ปรับตัวขึ้น 15.01 จุด หลังงบ Q1/64 ต่ำกว่าตลาดคาด 11% ขณะที่ นักวิเคราะห์ ประเมินผลการดำเนินงานปีนี้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดครึ่งปีหลังโตเด่นสุด แต่ขอหั่นเป้ากำไรทั้งปีลง 6-10% เหตุต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น กดดัน GPM ลดลง
 

*** ปิดเช้าลบ 5.42% สวน SET หลังงบ Q1/64 ต่ำคาด 11%
 

ราคาหุ้น บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ช่วงเช้าวันนี้ (25 พ.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 19.10 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 19.20 บาท ลดลง 1.1 บาท หรือ -5.42% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 222.90% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น RBF ช่วงเช้าวันนี้ปิดซื้อขายในแดนลบ สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปรับตัวขึ้น 15.01 จุด หรือ 0.97% เนื่องจากราคาหุ้นกำลังได้รับปัจจัยลบกดดันจากการรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 จำนวน 75.02 ล้านบาท ลดลง 49% จากปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาด 11%
 

*** โบรกฯมองกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ของ RBF เป็นจุดต่ำสุของปีแล้ว คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ RBF จะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไม่ต้องรับรู้ด้อยค่า โรงแรมอีก ในขณะที่จะเกิดธุรกรรมขายธุรกิจโรงแรมทั้ง 2 แห่งออกไป ซึ่ง RBF จะรับรู้กำไรราว 15 ล้านบาท ส่งผลให้ RBF รับรู้ขาดทุนจากการดำเนินงานเหลือ 2 เดือน หรือราว 10 - 12 ล้านบาท จากปกติรับรู้ขาดทุนไตรมาสละ 17 - 18 ล้านบาท 

นอกจากนี้ RBF ได้เริ่มรับรู้รายได้จากการขาย Flavor กลิ่นเทอร์ปีนตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว (มีลูกค้ามากกว่า 1 ราย) ซึ่งคาดว่ารายได้จากการขาย Flavor จะเข้ามาช่วยหนุนกำไรสุทธิของ RBF ตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ RBF มีแนวโมฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี เนื่องจาก RBF จะไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากธุรกิจโรงแรมอีก  เพราะจะสามารถจำหน่ายโรงแรมแล้วเสร็จตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.64 (ลดขาดทุนราว 5 - 7 ลบ./เดือน) และมีบันทึกการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโรงแรมราว 14 ล้านบาท

ขณะที่ ปัจจัยหนุนอื่นๆ คือ การเดินเครื่องของโรงงาน food coating ในประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนามที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ RBF มีอัตรากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ตามยอดขายที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
 

*** ผลงานเด่นสุดปีนี้ ต้องรอครึ่งปีหลัง
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของ RBF มีแนวโน้มโดดเด่นกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยคาดกำไรสุทธิ เริ่มเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ไตรมาส 3/64 เป็นต้นไป โดยมีสาเหตุหลัก จากไม่ต้องรับรู้ขาดทุนธุรกิจโรงแรมอีก 

นอกจากนี้ ยังคาดว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศจะคลี่คลายลง ส่งผลให้กำลังซื้อสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มกลับมาสดใสมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะได้เห็นลูกค้าของ RBF จะทยอยออกสินค้าใหม่มากขึ้น เพราะการออกสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกถูกชะลอออกไปหลายแบรนด์ คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบแพง จากการขาดแคลนตู้เทนเนอร์จะทยอยสิ้นสุดลงในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับ ในช่วงดังกล่าว คาดว่า RBF จะสามารถรับรู้รายได้จาดสินค้าใหม่ที่มากขึ้น เช่น สินค้าในกลุ่ม Plant base, สารแต่งกลิ่น เป็นต้น อีกทั้ง คาดว่า จะเห็นความคืบหน้าใน การต่อยอดธุรกิจกัญชงเพิ่มขึ้นด้วย
 

*** แต่กูรูแห่หั่นเป้ากำไรปีนี้ หลังต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
 

บล.ทิสโก้ ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ RBF ลงจากเดิม 6% เป็น 783 ล้านบาท เติบโตขึ้น 51% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เนื่องจาก RBF ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งมีราคาสูง จากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์

ส่งผลให้คาดว่า อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 64 จะลดลงอยู่ที่ระดับ 45.2% (ลดลง 100bps) นอกจากนี้ ยังประเมินว่า RBF จะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษ ในการย้ายการลงทุนจากโรงแรมในช่วงไตรมาส 2/64 อีก 10 ล้านบาท

เช่นเดียวกับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ที่ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ RBF ลงจากเดิมอีก 10% เนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่รายงานออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ โดยคิดเป็นเพียง 22% ของประมาณการทั้งปี 

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ RBF ไว้ ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.) %chg.YoY
ฟินันเซียฯ  629         21
โนมูระฯ  576         11


*** คาด"กัญชง"พร้อมขาย Q4/64 ฟันรายได้ปี 65 เต็มปี 600 ลบ.
 

บล.ทิสโก้ ระบุว่า ผลผลิตกัญชงของ RBF คาดจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในช่วงปลายไตรมาส 4/64 ประเมินสินค้าดังกล่าวจะได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า หลังเป็นธุรกิจทางเลือกใหม่ โดย RBF จะรับรู้รายได้ผลผลิตกัญชงเต็มปีครั้งแรก ในปี 65 เบื้องต้นประเมินไว้ที่ 600 ล้านบาท และคาดรายได้จากผลผลิตกัญชงในปี 65 และ 66 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันล้านบาท และ 1.6 พันล้านบาท ตามลำดับ จากราคาขายเฉลี่ย 2 แสนบาท/กก.

ทั้งนี้ ประเมินว่า RBF จะได้รับใบอนุญาตเพาะปลูกกัญชง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ในเดือน มิ.ย.นี้ โดยขณะนี้ แผนการดำเนินงานธุรกิจกัญชงของ RBF ยังคงเดินหน้าได้ตามกำหนด 
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือปีนี้ของ RBF มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ การออกผลิตภัณฑ์จากกัญชงในช่วงปลายปี 64 จะสามารถสร้างการเติบโตต่อเนื่องไปได้อย่างน้อยถึงปี 66
 

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     23.00
ดีบีเอสฯ  ซื้อ     22.90
ทิสโก้  ซื้อ     21.25
ราคาเฉลี่ย 22.38

ก่อนหน้านี้ RBF เป็นหนึ่งในบริษัท ที่ราคาหุ้นใกล้เต็มมูลค่าแล้ว แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงในช่วงเช้าวันนี้ เปิดอัพไซด์ของหุ้นกว้างขึ้นเป็น 15.36% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทุกไตรมาส โดยเฉพาะปี 65 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า จะเป็นอีก 1 จังหวะเติบโตที่โดดเด่นของ RBF หลังเริ่มวางจำหน่ายสินค้ากัญชงในช่วงปลายปี 64







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด