หุ้นเด่นวันนี้

KTC สตอรี่มา...แต่ราคาไปไกลเกินเอื้อมแล้ว!

KTC สตอรี่มา...แต่ราคาไปไกลเกินเอื้อมแล้ว!

ราคาหุ้น KTC ปิดซื้อขายช่วงเช้าแดนบวก สวนทาง SET ที่ปิดลบ 10.66 จุด คาดได้รับปัจจัยหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกรุงไทยลีสซิ่ง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่พากันปรับเป้ากำไร–ราคาเป้าหมายขึ้น เหตุสินเชื่อเริ่มฟื้นตัว แต่ตอนนี้เป็นจังหวะที่น่าลงทุนในหุ้น KTC หรือไม่?..ต้องติดตาม! 
 

*** บวกสวน SET หลังซื้อหุ้น"กรุงไทยลีสซิ่ง"
 

ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.พ.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 70.50 บาท ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 69.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 1.46% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 49.61% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น KTC ปิดภาคเช้าในแดนบวก สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 10.66 จุด หรือ -0.7% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกรุงไทยลีสซิ่ง จำนวน 75.05% จากธนาคารกรุงไทย (KTB)
 

*** KTC ซื้อ"กรุงไทยลีสซิ่ง" ได้อะไรบ้าง?
 

คืนวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา KTB แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ได้ขายหุ้นของบริษัทกรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด คิดเป็นสัดส่วน 75.05% ให้กับ KTC 

โดยบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่า KTC จะต้องใช้เงินลงทุนในดีลดังกล่าว ประมาณ 594 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขตกลงซื้อขายหุ้นในราคา 7.92 บาท จากราคาพาร์ 10 บาท ซึ่งอาจจะมีการปรับราคาแต่ไม่เกิน 13.15 บาท

การเข้าซื้อ"กรุงไทยลิสซิ่ง" จะส่งผลดีกับ KTC เนื่องจากกรุงไทยลิสซิ่ง ยังมีความสามารถในการกำไร โดยการเข้าซื้อสินทรัพย์ดังกล่าว คิดเป็นเพียง 3.8% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของ KTC ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาช่วยหนุนกำไรสุทธิปี 64 ให้ KTC ได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากกำไรสุทธิของกรุงไทยลีสซิ่งในปี 63 คิดเป็น 3.3% ของกำไรสุทธิ KTC เท่านั้น

แม้จะช่วยหนุนกำไรสุทธิได้เพียงเล็กน้อย แต่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่า ดีลครั้งนี้จะทำให้เกิดการ Synergy ที่ดีกว่าเดิมสำหรับ KTC โดยจะสามารถขยายปะเภทสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทั้งการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ และสามารถนำมาต่อยอดสินเชื่อ"พี่เบิ้ม" ผ่านการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแบบโอนเล่มทะเบียนได้

ทั้งนี้ ประเมินว่า ดีลนี้มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 64–65 ราว 1 – 2% ต่อปี ภายใต้สมมุติฐานสินเชื่อเติบโตปีละ 10% ตามเป้าหมายของ KTC
 

*** โบรกฯอัพเป้ากำไรปี 64 หลังสินเชื่อมีแนวโน้มโตขึ้น
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 64 ของ KTC เป็น 5.9 พันล้านบาท (เดิม 5.8 พันล้านบาท) เติบโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้น และการเติบโตของ non-NIM 

โดยคาดการเติบโตของสินเชื่อ และการใช้จ่ายผ่านบัตร จะเติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน แต่เชื่อว่า NIM จะยังคงถูกกดดันจากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทั้งปีตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ของ KTC คาดขยายพอร์ตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อ 1 พันล้านบาท ในปีนี้

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ปรับกำไรสุทธิปี 64 ของ KTC เพิ่มอีก 7% เป็น 6.37 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการปรับเพิ่มสินเชื่อเป็นขยายตัว 6% จากปีก่อน (เดิมคาดโต 3%) ภายหลังสินเชื่อปี 63 ขยายตัว 5% จากปีก่อน ดีกว่าประมาณการที่คาดไว้ 3% 

สำหรับ ปัจจัยหนุนการเติบโตของสินเชื่อในปี 64 คือ การใช้จ่ายผ่านบัตรมีแนวโน้มเติบโตขึ้น, การขยายสินเชื่อ"พี่เบิ้ม"สูงขึ้น และสภาพเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 
 

*** ตั้งสำรองผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า KTC ได้ผ่านการตั้งสำรองในระดับสูงไปแล้วเมื่อปี 62 และปี 63 จากการเตรียมรับมือมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9  (TFRS9) และ รองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามลำดับ ส่งผลให้คาดการตั้งสำรอง จะเริ่มผ่อนคลายลงตั้งแต่ปี 64 เป็นต้นไป เพราะระดับ Coverage Ratio ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดย KTC มีลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขณะที่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้ปรับลดอัตราการตั้งสำรองปี 64 ของ KTC ลงเป็น 8.2% (เดิม 9%) เพื่อให้ใกล้เคียงกับการตั้งสำรองปี 63 ที่ 8.2% ทำให้ credit cos ปรับตัวลงเป็น 633 bps จากเดิม 796 bps
 

*** โบรกฯทยอยอัพราคาเป้าหมาย แต่ไม่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำเพียงแค่ "ถือ" และ "ขาย" เท่านั้น แม้ผลการดำเนินงานของ KTC มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 25% ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากเกินไป เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่คาดค่อยๆ ฟื้นตัว 
 

 บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสมเดิม (บ.) ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.)
เมย์แบงก์ฯ  ขาย         41.00 46.00
ทิสโก้  ถือ         38.00         60.00
โนมูระฯ  Reduce         55.00 65.00
เคทีบี   ถือ         60.00 70.00
ราคาเฉลี่ย 48.50 60.25


สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาสนใจหุ้น KTC ช่วงนี้ คงไม่ใช่จังหวะเข้าลงทุนที่เหมาะสมนัก เนื่องจากราคาหุ้นที่ซื้อขายปัจจุบัน เต็มมูลค่าจากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ไปแล้ว  โดยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นราว 25% ตั้งแต่ต้นปี ได้สะท้อนผลประกอบการปี 64 ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป มากพอสมควรแล้ว..







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด