หุ้นเด่นวันนี้

EPG ธุรกิจฟื้นตัวแรง...ดันกำไรทำนิวไฮ!

EPG ธุรกิจฟื้นตัวแรง...ดันกำไรทำนิวไฮ!

EPG ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.76% คาดรับปัจจัยหนุนบาทอ่อน – ต้นทุนวัตถุดิบลด หนุนประสิทธิภาพทำกำไรสูงขึ้น ขณะที่โบรกฯ ประเมิน 3 ธุรกิจหลักปีนี้ฟื้นแรง – ดีมานด์ล้น หนุนกำไร Q2/64-65 ทำนิวไฮ 2 ไตรมาสติด ส่วนทั้งปี คาดกำไรทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล!
 

*** ปิดเช้าบวก 4.76% หลังบาทอ่อน – ต้นทุนลด 
 

ราคาหุ้น บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ช่วงเช้าวันนี้ (20 ส.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 13.20 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 0.6 บาท หรือ 4.76% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 171.64% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น EPG ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.76% เนื่องจากกำลังได้ Sentiment เชิงบวก จากการอ่อนค่าของเงินบาท ประกอบกับ ราคาขายปิโตรเคมีฯ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ปรับลดลง ช่วยหนุนประสิทธิภาพการทำกำไรของ EPG เพิ่มขึ้น
 

*** กำไร Q2/64-65 เดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่อง
 

ก่อนหน้านี้ EPG รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64-65 (เม.ย. – มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 448 ล้านบาท เติบโตขึ้น 491% จากปีก่อน โดยกำไรสุทธิไตรมาสก่อน ยังทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดรายไตรมาสของ EPG อีกด้วย หลังปริมาณการขายสินค้าปรับตัวขึ้นจากปีก่อน อย่างมีนัยสำคัญ

โดย บล.เคทีบี เอสที ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64-65 (ก.ค. – ก.ย.) ของ EPG ยังมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุน จากธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) ในสหรัฐฯยังเติบโตโดดเด่น จากการประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าใหม่ ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 8 พันตัน/ปี (เดิม 4 พันตัน/ปี) ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ในเดือน ส.ค.นี้ รวมถึงยอดขายในทวีปยุโรป และ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว

ขณะที่ ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (Aeroklas) ยังเติบโตโดดเด่น ตามอุตสาหกรรมยานยนต์โลกฟื้นตัว หลังปีก่อนมีฐานกำไรต่ำ โดยประเมินว่า ในช่วงดังกล่าว อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ EPG จะปรับตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนด้วย หลังต้นทุนวัตถุดิบลดลง ประกอบกับ เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง

สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64-65 ของ EPG มีแนวโน้มทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจาก 3 ธุรกิจหลัก อย่าง ฉนวนยาง, ชิ้นส่วนยานยนต์ และ บรรจุภัณฑ์พลาสติก ฟื้นตัวโดดเด่นทั้งหมด ประกอบกับ EPG มีสัดส่วนยอดขายต่างประเทศ 60 -70% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุน จากเงินบาทอ่อนค่า และต้นทุนวัตถุดิบลดลง อีกด้วย  
 

*** ส่วนแบ่งกำไรธุรกิจ JV จ่อเพิ่มขึ้น หลังดีมานด์ล้น
 

บล.เคทีบี เอสที มองว่า จากสัญญาณการฟื้นตัวของ 3 ธุรกิจหลักของ EPG ในปีนี้ ทำให้ประเมินว่า ธุรกิจร่วมทุน (JV) ของ EPG ในประเทศอินเดีย และ แอฟริกาใต้ จะได้รับส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น หลังธุรกิจทั้ง 2 ประเทศ เริ่มกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติแล้ว

ขณะที่ บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า EPG ถือหุ้น 40% ใน ALP Aeroflex บริษัทร่วมทุนในอินเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้ผลิตฉนวนยาง และจับตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ล่าสุดได้ส่งชิ้นส่วนหลังคาเพื่อขายให้กับ Mahindra Auto และมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ ALP Aeroflex กำลังอยู่ระหว่าพิจารณาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนหลังขาเพิ่มขึ้น

ส่วน บริษัทร่วมทุนในประเทศแอฟริกาใต้ อย่าง DUYS ที่ EPG ถือหุ้น 45% ไตรมาสที่ผ่านมาพลิกทำกำไร 2 ล้านบาท เทียบปีก่อนที่ขาดทุน 51 ล้านบาท หลังความต้องการปูพื้นรถกระบะในแอฟริกาใต้สูงขึ้น จนปัจจุบัน เกินกำลังการผลิตของ DUYS แล้ว ส่งผลให้ EPG และ DUYS กำลังอยู่ในช่วงขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
 

*** กำไรปีนี้ All Time High หลัง 3 ธุรกิจหลักฟื้นแรง
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 64-65 (เม.ย.64 – มี.ค.65) ของ EPG ไว้ที่ 1.52 พันล้านบาท ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดตลอดกาล (All Time High) เติบโตขึ้น 25.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายในช่วงเดือน เม.ย.64 – มี.ค.65 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ มีความต้องการสูงขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว

ประกอบกับ ธุรกิจฉนวนยาง มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า ในสหรัฐฯ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก มีแนวโน้มฟื้นตัวแรง หลังมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศไทยจบลง เหมือนกับต่างประเทศ นอกจากนี้ ต้นทุนค่าระวางเรือของ EPG ยังลดลงในทุกธุรกิจ เช่นเดียวกับ ค่าใช้จ่ายทางการตลาดของธุรกิจฉนวนยางที่ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64-65 ของ EPG ไว้ที่ 1.47 พันล้านบาท ทำ All Time High เติบโตขึ้น 21% จากปีก่อน หลัง 3 ธุรกิจหลักของ EPG ในปีนี้ มีแนวโมฟื้นตัวโดดเด่น 

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64-65 ของ EPG ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 64-65 (ลบ.)  %chg YoY
กรุงศรี  1,679  37.73
เมย์แบงก์ 1,652 35.52


*** โบรกฯส่วนใหญ่ แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานในระยะสั้นของ EPG ในไตรมาส 2/64-65 ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่อง หลังความต้องการสินค้าในธุรกิจหลักทั้ง 3 ประเภท ฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นในปีนี้ หนุนให้กำไรสุทธิงวดปี 64-65 มีแนวโน้มทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดตลอดกาลของบริษัทอีกด้วย

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม
เคทีบีฯ ซื้อ     17.00
กรุงศรี  ซื้อ     16.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ     15.50
เมย์แบงก์ฯ  ซื้อ     15.00
ราคาเฉลี่ย 15.87


หากอ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์ ดูเหมือนว่า การฟื้นตัวของ EPG ในปีนี้จะทำได้อย่างโดดเด่น สะท้อนจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/64-65 ที่ฟื้นแรงถึง 491% จากปีก่อน ขณะที่ ความต้องการสินค้าในเครือ EPG ยังถูกมองว่าจะทรงตัวสูงตลอดทั้งปี แถมยังมีการอ่อนค่าเงินบาท หนุนประสิทธิภาพทำกำไรเพิ่มขึ้นด้วย แถมราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์สูงถึง 20.22% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ อีกด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด