หุ้นเด่นวันนี้

CPT พุ่งทำนิวไฮ พบ"ฝรั่งหัวดำ"ดอดเก็บหุ้นผ่าน NVDR

CPT พุ่งทำนิวไฮ พบ

    CPT พุ่ง 3 วันติด ทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่เข้าซื้อขาย ส่องพบนักลงทุนลุยเก็บหุ้นผ่าน NVDR ด้านผู้บริหารเผยปริมาณส่งมอบงานเร่งตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/61 พร้อมเปิดแผนประมูลงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าย่อยกว่า 300 MW โบรกฯเผยบริษัทมีโอกาสเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่กว่าเดิมจากการลงทุนใหม่ แต่ระวังหุ้นพุ่งอาจฉุดปันผลปีนี้หด!

    ราคาหุ้น บมจ.ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์(CPT)บวกต่อเนื่อง 3 วันทำการติด ทำจุดสูงสุดภาคเช้าที่ 2.70 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 2.56 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.09% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 212.19% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    CPT ประกอบธุรกิจหลัก 4 ด้าน และมีสัดส่วนรายได้ในปี 60 ดังนี้ 1.ผลิตและจำหน่ายตู้ไฟฟ้า 56.53% 2.จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม 20.30% 3.บริการติดตั้งตู้ไฟฟ้า และก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย 20.50% 4.ธุรกิจให้บริการและซ่อมแซม 2.41% และ อื่นๆ 0.26%

    CPT เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET)เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.60 ที่ราคาไอพีโอ 2.30 บาท และปิดการซื้อขายวันแรกที่ 2.08 บาท ต่ำจองเกือบ 10% แม้บริษัทจะมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างสม่ำเสมอทุกปี โดยมีกำไรสุทธิในปี 57 - 60 อยู่ที่ 53.3 ล้านบาท 85.5 ล้านบาท 121.1 ล้านบาท และ 140.7 ล้านบาท ตามลำดับ

    แต่หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 ที่อ่อนแอออกมา หรือทำกำไรได้เพียง 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 24.1 ล้านบาท ทำให้ราคาหุ้น CPT ดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 1.85 บาท ทันที ก่อนที่จะสามารถปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือ 2 บาทได้อีกครั้ง

    ล่าสุดราคาหุ้น CPT ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 3 วันทำการติด ทุบสถิติราคาสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าปริมาณการถือครองหุ้น CPT ผ่านกองทุน NVDR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    โดยการถือครองหุ้น CPT ผ่านบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด(NVDR)จากวันที่ 16 พ.ค. 61 ที่มีสัดส่วนถือหุ้นเพียง 2.06 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 13.06 ล้านหุ้น ในวันที่ 17 พ.ค. 61 และทยอยเพิ่มขึ้นเป็น 22.15 ล้านหุ้น เมื่อวานนี้(11 มิ.ย.61) ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 7 หากคิดจากการปิดสมุดทะเบียนล่าสุดวันที่ 6 มี.ค. 61 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น

    ซึ่งการเข้าซื้อหุ้นของNVDRเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้บริหารเคยออกมาสร้างความเชื่อมั่นถึงรายได้ที่จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่โรงงานต่างๆเริ่มปรับปรุงเครื่องจักร นอกจากนี้ยังมีแผนงานเข้าประมูลอีกถึง 1.2 พันล้านบาท

    "สมศักดิ์ หลิมประเสริฐ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPT เปิดเผยว่า แม้รายได้จะลดลงอย่างมากในไตรมาส 1/61 แต่เชื่อว่าปริมาณงานจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่เป็นฤดูส่งมอบสินค้าของบริษัท เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเริ่มดำเนินการปรับปรุงเครื่องจักรรองรับการเปิดหีบผลผลิตอ้อย ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 1/61 มีงานในมืออยู่ทั้งหมด 336 ล้านบาท
    นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างประมูลงานรวมมูลค่า 700-800 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้งานไม่ต่ำกว่า 40% ของมูลค่างานที่เข้าประมูล ซึ่งจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ในไตรมาส 2/61 และอยู่ระหว่างยื่นประมูลงานก่อสร้างสถานีโรงไฟฟ้าย่อยขนาด 300 MW ทั้งหมด 17 ราย ซึ่งหวังว่าจะได้รับงานเข้ามาทั้งหมด 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 420 ล้านบาท
    ขณะที่แผนการลงทุนในฟิลิปปินส์คาดว่าจะสามารถตั้งสำนักงานขายได้ภายในไตรมาส 3/61 และจะเริ่มเปิดดำเนินงานในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียภายในปีนี้ เนื่องจากประเมินว่ากลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศดังกล่าวยังมีแนวโน้มเติบโตดี

    ด้านนักวิเคราะห์มองการเติบโตในไตรมาส 2/61 ยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากปกติแล้วรายได้ของบริษัทจะเริ่มเข้ามาในไตรมาส 3-4 ของทุกปี ขณะที่การลงทุนโรงงานใหม่มูลค่า 200 ลบ. เชื่อว่าจะทำให้บริษัทจะสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ที่ใหญ่กว่าได้ แต่การลงทุนหนักอาจทำให้ปันผลปีนี้ลดลง

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผย ผลประกอบการไตรมาส 1/61 ที่ลดลงอย่างมากมาจากฐานที่สูงในปีก่อน  ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2/61 ยังคงไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากโดยปกติแล้ว CPT จะมีรายได้เข้ามาในไตรมาส 3 - 4 ของทุกปีเป็นหลัก
    ขณะที่การลงทุนสร้างโรงงานใหม่เนื้อที่ 3 ไร่ มูลค่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จในเดือนส.ค. 61 โดยจะลงทุนผลิต 1.ตู้ไฟฟ้าชนิดไม่มีโครงสร้าง ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าผลิตภัณฑ์เดิมของบริษัทอย่างมาก 2.หน่วยประกอบ Ring Unit นำไปใช้ในโครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน 3. ขายระบบเก็บพลังงาน
    ซึ่งจากการที่บริษัทอยู่ในช่วงลงทุนอาจจะทำให้ระดับการจ่ายปันผลในปีนี้มีโอกาสลดลง จากปีก่อนที่มีอัตราเงินปันผลอยู่ที่ 6.93%

    การเข้าซื้อหุ้น CPT อย่างมากของ NVDR อาจมาจากความมั่นใจในการฟื้นตัวของธุรกิจหรืออัตราปันผลในอดีตที่สูงถึง 6.93% แต่ต้องจับตาการฟื้นตัวที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์และอัตราปันผลก็อาจลดลงในปีนี้ด้วย 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด