สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 22 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:29

PTG กำไรทรุดครั้งแรกรอบ 5 ปี จับตา "ปาล์มคอมเพล็กซ์" กู้สถานการณ์

PTG กำไรทรุดครั้งแรกรอบ 5 ปี จับตา

    หุ้น PTG ทำนิวโลว์รอบ 5 เดือน รับงบปี 60 กำไรลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์เตรียมทบทวนประมาณการ จับตาโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์ ยิ่งเกิดช้ายิ่งเป็นความเสี่ยง

    ราคาหุ้น บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ปรับตัวลงต่อเนื่องล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 17 บาท นิวโลว์รอบ 5 เดือน โดยภาพรวมแล้วราคาถือว่าเป็นขาลงต่อเนื่อง ตั้งแต่เคยขึ้นไปแตะเกือบ 34 บาท เมื่อปลายปี 59 
    PTG ทำธุรกิจหลัก คือ ค้าปลีกและค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้สถานีบริการน้ำมันแบรนด์ PT ธุรกิจขนส่งน้ำมัน และธุรกิจ non-oil ได้แก่ ร้าน "กาแฟพันธุ์ไทย" รวมถึงร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ PT Mart และ Max Mart แต่ปัจจุบันมีรายได้หลักมาจากการค้าปลีกและค้าส่งน้ำมันกว่า 98%
    ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ PTG กำไรสุทธิทำนิวไฮต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จาก 312 ล้านบาท ในปี 56 เป็น 494 ล้านบาท ในปี 57 (+58%) , 650 ล้านบาท ในปี 58 (+31%) และขึ้นมาทะลุ 1 พันล้านบาท (+64%) ในปี 59 สอดคล้องกับราคาหุ้น PTG ที่เคยไปแตะ All Time High ที่ 33.75 บาท เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 59
    ราคาหุ้น PTG เริ่มเป็นขาลงในปี 60 ตอบรับกับผลการดำเนินงาน ที่ล่าสุดประกาศงบออกมา ปรากฏว่ากำไรสุทธิลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ขณะที่มีเป้าหมาย 3-5 ปี เป็นผู้ให้บริการที่ครบวงจร โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนกำไรสุทธิของธุรกิจ non-oil ให้เพิ่มขึ้นเป็น 60% ของกำไรสุทธิทั้งหมด
    PTG แจ้งตลาดหลักทรัพย์เช้านี้ ว่าผลดำเนินงานปี 2560 มีกำไรสุทธิ 913.10 ล้านบาท ลดลง15% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,073 ล้านบาท
    โดยบริษัทมี รายได้จากการขายและบริการ เท่ากับ 84,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน ทั้งนี้ 97% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด ยังคงมาจากธุรกิจน้ำมัน อย่างไรก็ตามบริษัทมีต้นทุนการขายและบริการ เท่ากับ 78,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน มาจากปริมาณการขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ทั้งนี้ การปรับราคาขายปลีกที่ไม่สมดุลกับราคาต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำมัน อยู่ที่ 7% ลดลงจาก 8% เมื่อปีที่แล้ว
    ปี 2560 ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมของบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 3,377 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว ซึ่งเติบโตมากกว่าปริมาณการใช้น้ำมันของประเทศ แต่ปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการ PT มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า อยู่ที่ 3,188 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้น 24% จากปีที่แล้ว โดยช่องทางการค้าปลีกคิดเป็นสัดส่วน 94% ของปริมาณการจาหน่ายน้ำมันทั้งหมด
    สิ้นปี 2560 พีทีจีมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันและแก๊ส ทั้งหมด 1,696 สถานี ซึ่งน้อยกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้เมื่อตอนต้นปี ที่ 1,800 สถานี อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายรวมจากสถานีบริการใหม่จะต้องเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ถึงแม้ว่าจะเพิ่มสาขาใหม่ได้น้อยกว่าการคาดการณ์
    สำหรับปี 2561 บริษัทจะเน้นการเพิ่มรายได้จากธุรกิจ non-oil ให้มากขึ้น โดยพีทีจียังคงเน้นการต่อยอดสินค้าและบริการใหม่ๆ ผ่านทางเครือข่ายของบริษัทและพันธมิตรเพิ่มเติม ในส่วนของธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งได้แก่ โครงการอุตสาหกรรมน้ามันปาล์มครบวงจร จะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 1 ปี 2561 โดยพีทีจีเข้าร่วมลงทุนในสัดส่วน 40% ของจานวนหุ้นทั้งหมด โครงการนี้มีกาลังการผลิตไบโอดีเซล 450,000 ลิตร ต่อวัน และมีกาลังการผลิตน้ำมันพืชเพื่อบริโภค 200,000 ลิตร ต่อวัน
    ในปี 2561 พีทีจีคาดว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 20-25% จากปีก่อน ประกอบกับการบริหารต้นทุน และการผลักดันธุรกิจที่มีกำไรขั้นต้นสูง จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น EBITDA คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 40-45% จากปีที่แล้ว งบลงทุนคาดว่าจะอยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
    เป้าหมายของบริษัทในระยะ 3-5 ปี คือการเป็นผู้ให้บริการที่ครบวงจร ทั้งการขยายธุรกิจน้ำมัน และขยายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุนธุรกิจหลัก มีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนกำไรสุทธิของธุรกิจ non-oil ให้เพิ่มขึ้นเป็น 60% ของกำไรสุทธิทั้งหมด
    นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2560 ในอัตรา 0.17 บาท/หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 6 มี.ค. 2561 และกำหนดจ่าย วันที่ 18 พ.ค.2561
    ผลการดำเนินงาน PTG เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ โดยโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการในอนาคต
    บล.กสิกรไทย ประเมินกำไรไตรมาส 4/2560 ของ PTG ที่ 253 ลบ. (กำไรต่อหุ้น (EPS) 0.15 บาท) ลดลง 17% YoY แต่โตขึ้น 11% QoQ โดยมองว่าการปรับตัวลดลงในเชิง YoY นั้นเป็นผลมาจากการที่ไม่มีรายการกำไรพิเศษ 94 ลบ. จากการนำบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน)จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์ (SET) เมื่อไตรมาส 4/2559 ขณะเดียวกัน เราคาดว่าการปรับตัวดีขึ้น QoQ หลักๆ เป็นผลมาจากยอดขายที่สูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล และอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากกำไรสต็อกน้ำมัน 
    ทั้งนี้ เมื่ออิงจากประมาณการกำไรไตรมาส 4/2560 ของเรา เราก็คาดว่ากำไรทั้งปี 2560 ของ PTG จะลดลงเป็น 928 ลบ. หรือลดลง 13% YoY และจะคิดเป็นสัดส่วน 99% ต่อประมาณการทั้งปีเดิมของเรา 
    นอกจากนี้ เราคาดว่าการเริ่มดำเนินงานโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์น่าจะถุกเลื่อนออกไปปลายไตรมาส 1/61 ซึ่งสร้างความเสี่ยงให้กับประมาณการการเติบโตของกำไรสุทธิ PTG ของเรา ในขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายสูงกว่า 1x PEG แล้ว ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ PTG เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการและราคาเป้าหมายของเรา

    นับเป็นเรื่องที่ท้าทายของผู้บริหาร PTG ว่าจะพลิกฟื้นผลการดำเนินงานได้อย่างไร หลังจากกำไรสุทธิปี 60 ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ซึ่งโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัทฯ ที่ต้องจับตาว่าสำเร็จเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด