หุ้นเด่นวันนี้

GPSC ราคาหารสอง...ถึงเวลาตุนรอวิกฤติคลี่คลายหรือยัง?

GPSC ราคาหารสอง...ถึงเวลาตุนรอวิกฤติคลี่คลายหรือยัง?

GPSC ดิ่งต่อเนื่อง! วันทำการล่าสุดติดลบหนักกว่าตลาด ผวาโควิด-19 ถล่มตลาดหุ้น และรัฐประกาศตรึงค่าไฟฟ้า แต่ส่องพื้นฐานในกรณีที่สถานการณ์คลี่คลาย GPSC ยังเป็นหุ้นที่นักลงทุน และควรมีไว้ติดพอร์ตหรือไม่?


วันทำการล่าสุด(12มี.ค.63) ราคาหุ้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ดิ่งแรงแซงดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET Index) โดยระหว่างวันลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 48.50 บาท ก่อนมาปิดตลาดที่ 50.25 บาท ลดลง 7 บาท หรือ -12.23% มากกว่า SET Index ที่ลดลง -10.80%


ก่อนอื่นสำรวจราคาหุ้น GPSC พบว่าราคาหุ้นเริ่มไหลเป็นขาลงมาตั้งแต่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 98.25 บาท(P/E 77.7 เท่า) เมื่อ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งหากคำนวณด้วยราคาปิดวันนี้ที่ 50.25 บาท(P/E 34.89 เท่า)จะเท่ากับว่าราคาหุ้นปรับลดลงแล้วถึง -48.85% ภายในเวลาเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้น


*** ปัจจัยลบที่ครอบงำหุ้น GPSC มีอะไรบ้าง และร้ายแรงแค่ไหนกัน?


GPSC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงแซงหุ้นอื่นในหลายๆกลุ่ม ซึ่งจากการสำรวจสาเหตุพบว่ามีประเด็นลบที่ครอบงำราคาหุ้น นอกจากการปรับลงตามความกังวลโควิด-19 ของตลาดอยู่ดังนี้


ประเด็นแรก "การตรึงค่าไฟ" : เมื่อวันที่ 10 มี.ค.63 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าโดยให้ตรึงค่าเอฟทีต่อไปในเดือนพ.ค.63 ลดลง 11.60 สตางค์ต่อหน่วยจากค่าไฟฟ้าพื้นฐาน และลดค่าในอัตรา 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทเป็นระยะเวลา 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.63)

ผลกระทบ : GPSC ระบุว่าจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ส่งผลโดยตรงกับราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นต้นทุนหลักปรับลดลง ด้านบล.บัวหลวง ระบุว่า การปรับลดค่าไฟฟ้าจะถูกทดแทนจากต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวลงเช่นเดียวกันในครึ่งหลังของปีนี้ โดยปรับลดประมาณการกำไรของ GPSC ลง 17% ขณะที่กรณีแย่สุดราคาก๊าซไม่ปรับลดด้วย จะกระทบกำไรเป็นราว 20% แทน


ประเด็นสอง "ภัยแล้ง" : บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุ จากข้อมูลของ EASTW ล่าสุด อ่างเก็บน้ำ 3 แห่งในจ. ระยอง (ดอกกราย, หนองปลาไหล, และคลองใหญ่) มีน้ำอยู่เพียง 68 ล้านลบ.ม. (24% ของความจุ) ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับเตือนขาดแคลนน้ำรุนแรง โดยมีปริมาณน้ำใช้การที่ 48 ล้านลบ.ม. ขณะที่มีปริมาณน้ำไหลออก 4 ล้านลบ.ม./สัปดาห์ (เท่ากับว่าหากไม่มีน้ำใหม่มาเติม จะไม่มีน้ำใช้เพียงพอในช่วงกลางเดือน พ.ค.) ปัจจุบันมีมาตรการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการสูบน้ำจากอ่างฯบริเวณใกล้เคียง, แม่น้ำบางปะกง, คลองวังโตนด จ. จันทบุรี เข้าพื้นที่ จ. ระยอง ซึ่งน่าจะช่วยให้ผ่านสถานการณ์นี้ตลอดฤดูแล้งไปได้

ผลกระทบ : ด้วยสถานการณ์เช่นนี้น่าจะกระทบต่อปริมาณผลิตไฟฟ้าและไอน้ำของ GPSC ในช่วงไตรมาส 1 - 2/63 ให้ลดลงอยู่บ้าง เนื่องจากมีปริมาณน้ำเข้าสู่กระบวนการผลิตลดลง และอาจรุนแรงมากกว่าคาด จะเป็นประเด็นหลักกดดันใน 3 เดือนข้างหน้า เป็น Downside risk ต่อประมาณการกำไรในปีนี้ 


*** ส่องประเด็นบวกหนุน GPSC บนเงื่อนไขโควิด-19 คลี่คลาย


กำลังก้าวเข้าสู่ธุรกิจแบตเตอรี่ : บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า GPSC กำลังก้าวเข้าสู่ New S-Curve Business คือ โรงงานผลิตแบตเตอรี่แบบ Semi Solid ที่นิคมฯ มาบตาพุด จ. ระยอง โดยในระยะแรกจะสร้าง Pilot Plant ด้วยกำลังการผลิต 30 MWh ก่อน ภายในสิ้นปี 63 จะขยายเพิ่มเป็น 100 MWh ในพื้นที่เดียวกัน ด้วยเงินลงทุนรวม 1.3 พันล้านบาท และมีแผนเพิ่มเป็น 2 GWh ในระยะยาว GPSC มองว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของบริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้งาน และต้นทุนที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังมองว่าธุรกิจนี้มีอนาคตสดใส เพราะสามารถต่อยอดไปยัง Energy Solution Provider ในรูปแบบของการทำ ESS Projects, Micro Grid, การบริหารจัดการการจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทั้งที่ใช้เชื้อเพลิงดั้งเดิม และ พลังงานหมุนเวียนรวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต


มี Synergy กับ GLOW รออยู่ : จากการควบรวม GLOW 400 ล้านบาทในปีนี้ ภายหลังควบรวมกับ GLOW เสร็จเรียบร้อยในปลายปี 62 ทาง GPSC มุ่งหวังที่จะสร้าง Synergy ให้เกิดขึ้น โดยใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายผสานเข้าด้วยกัน และ ต้องสะท้อนออกมาในรูปเม็ดเงินที่ชัดเจน ซึ่งในปี 62 ทำได้แล้ว 76 ล้านบาท ผ่านกระบวนการจัดซื้อร่วมกัน, และงานบริหารการเงิน สำหรับปีนี้ GPSC ตั้งเป้าหมายที่ 400 ล้านบาท ผ่านงานจัดซื้อ, Operations & Maintenance, และการบริหารการเงินร่วมกัน ขณะที่ในระยะยาวตั้งเป้าที่ 1.6 พันล้านบาท ในปี 67


กำไรสุทธิปี 63 อาจโตสูงมาก +119% : บล.หยวนต้า คงประมาณการกำไรสุทธิปี 63 ไว้ที่ 8.9 พันล้านบาท เติบโต +119% YoY จากการรับรู้ GLOW เต็มปี, กำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่เริ่มเปิดดำเนินงานระหว่างปี 62 เต็มปี, ประโยชน์จาก Synergy, และต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลง อย่างไรก็ตาม เราเห็น Downside จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนไซยะบุรี, ภัยแล้งในประเทศกรณียืดเยื้อนานกว่าคาด, ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่วัตถุดิบจากประเทศจีน, และค่าเงินบาทอ่อนค่า โดย Sensitivity ทุก 1 บาท/ดอลลาร์ กระทบกำไร 150 ล้านบาท


*** นักวิเคราะห์แนะนำอย่างไร และให้ราคาเหมาะสมเท่าไหร่?


บล.หยวนต้า แนะนำ "Trading" ราคาเป้าหมาย 77 บาท /หุ้น โดยราคาหุ้นที่ปรับลดลงมากๆ สะท้อนปัจจัยลบทั้งโควิด-19, ภัยแล้ง, เงินบาทอ่อนค่าไปมากแล้ว


บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ "รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว" ด้วยราคาเป้าหมาย 74 บาท/หุ้น ยังคงมองบวกในระยะยาวต่อ GPSC เนื่องจากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลังการเพิ่มทุน จะช่วยให้บริษัทสามารถมองหาโครงการใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตามยังอาจถูกกดดันจากสถานการณ์ภัยแล้งซึ่งน่าจะกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น


บล.กรุงศรี แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ราคาหุ้นลดลงสะท้อนปัจจัยลบจากข่าวภาครัฐประกาศลดค่าไฟฟ้าไปแล้ว ขณะที่ราคาหุ้น ณ ระดับปัจจุบันเริ่มมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย ด้านผลกำไรคาดโตโดดเด่นจากการรวมงบกับ GLOW โดยคาดกำไรสุทธิปี 63 ประมาณ 6,437 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 59% YoY


ขณะที่นักวิเคระห์รายอื่นๆ ให้ราคาเป้าหมายไว้ดังนี้

บล.                       คำแนะนำ        ราคาเป้าหมาย(บ.)
ฟิลลิป                       ซื้อ                     81
กสิกรไทย                Neutral               76.50
บัวหลวง                Trading Buy         80
คันทรี่ กรุ๊ป                ซื้อ                     89
เอเซีย พลัส              ซื้อ                     91
ทิสโก้                       ถือ                     82
ไทยพาณิชย์            ซื้อ                     95
ดีบีเอส วิคเคอร์ส     ซื้อ                    103
ยูโอบี เคย์เฮียน       ซื้อ                     95
กรุงไทย ซีมิโก้        ซื้อ                     87
เคทีบี                       ถือ                     85
     
เฉลี่ย                      87.68
ราคาปิดล่าสุด        50.25
อัพไซด์                  37.43

 

สรุปว่าแม้ GPSC จะมีประเด็นบวกรออยู่มาก ทั้งธุรกิจใหม่ และผลประโยชน์ร่วมกับ GLOW และกำไรสุทธิที่อาจโตแรงในปีนี้ แต่ประเด็นเหล่านี้ยังถูกครอบงำจากสถานการณ์โควิด-19 นอกประเทศจีนที่เลวร้ายขึ้น แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายไว้สูงก็ตาม แต่นักลงทุนต้องดูแลตัวเอง ด้วยการหาจังหวะซื้อที่เหมาะสมด้วย เพราะราคาหุ้นจะปรับขึ้นไม่ได้เลยหากไวรัสยังแพร่ระบาดเช่นนี้ !







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด