สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 12 เมษายน 2561 | 09:27

SCB รับอานิสงส์ดีล PACE อยากได้ปันผลต้องซื้อหุ้นวันนี้!

SCB รับอานิสงส์ดีล PACE อยากได้ปันผลต้องซื้อหุ้นวันนี้!

          SCB หลังรับอานิสงส์ PACE ขายสินทรัพย์ให้ "คิง พาวเวอร์" ปลดล็อคความกังวลตั้งสำรองหนี้เสีย จับตาราคาไปไกลแค่ไหน เหตุภาพรวมกำไรยังฟื้นตัวช้า หลังลงทุนไอทีไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่หากต้องการปันผลหุ้นละ 4 บาท ต้องซื้อวันนี้เท่านั้น ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 เม.ย. 

          ราคาหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB เริ่มฟื้นตัวในการซื้อขายวานนี้ (11 เม.ย.) โดยปิดการซื้อขายที่ 141.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท แต่หากมองในภาพรวมตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นเป็นขาลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดที่ 162 บาท ลงมาต่ำสุดที่ 136 บาท หรือลดลงราว 16%
          SCB ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการทางการเงินครบวงจรสำหรับลูกค้าทุกประเภท เช่น รับฝากเงิน โอนเงิน ให้กู้ยืมประเภทต่างๆ บริการด้านปริวรรตเงินตรา Bancassurance บริการด้านการค้าต่างประเทศ Cash Management รวมถึงบริการด้านธุรกิจหลักทรัพย์ บริการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคล บริการด้านบัตรเครดิตและการรับฝากทรัพย์สิน
          ปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาหุ้น SCB ร่วงลงตั้งแต่ต้นปี มาจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสีย (NPL)ของ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE รวมถึงการตั้งสำรองพิเศษเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9 และเร่งเพิ่ม Coverage ratio 
          ราคาหุ้น SCB ที่กระเตื้องขึ้นมาในรอบนี้หลังจาก PACE มีมติอนุมัติขายสินทรัพย์มูลค่าไม่เกิน 1.4 หมื่นล้านบาทให้กับบริษัทคิง พาวเวอร์ ได้แก่ ที่ดิน, โรงแรม, อาคารจุดชมวิว, อาคารรีเทลคิวบ์ เมื่อสภาพคล่องของ PACE ดีขึ้น ย่อมบวกต่อ SCB ในฐานะเจ้าหนี้เช่นกัน 
          บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุใบทวิเคราะห์ฯว่า กรณี PACE ขายทรัพย์สินจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาทให้แก่ บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด มองเป็นปัจจัยสนับสนุนชัดเจนต่อธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มีสถานะเป็นเจ้าหนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท
          ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า แรงเก็งกำไรใน SCB มาจากแรงกดดันกรณีหนี้ของ PACE ที่คลี่คลายลง
          บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) แนะนำหุ้น SCB ระยะสั้นได้ปัจจัยบวกทางจิตวิทยาจากการขายโครงการมหานครของ PACE ทำให้ความเสี่ยงการปล่อยกู้และตั้งสำรองลดลง
          บล.โนมูระ พัฒนสิน  คาดกำไร 1Q18F ของ SCB ที่ 1.01 หมื่นลบ. -15% y-y, +10% q-q ฟื้นตัวดีขึ้น q-q จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานตามฤดูกาลลดลง ในขณะที่ Loan growth YTD มีสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อย +0.5% ประกอบกับ คุณภาพสินทรัพย์ NPL ไม่ได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มจากการลงทุน SCB Transformation รับการเปลี่ยนถ่ายสู่ Digital Banking เอื้อประโยชน์ในระยะยาว
          ปัจจุบันราคาหุ้นอิง PBV18F เพียง 1.23x เท่า หรือซื้อขายที่ระดับ -1SD Laggard ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง คาดว่าราคาหุ้นซึมซับปัจจัยลบและความเสี่ยงด้านตั้งสำรองหนี้เสียไปแล้ว จึงทำให้มี Downside จำกัด
          ส่วนกรณี PACE แจ้งตลาด มีกลุ่มทุนพิจารณาเข้าซื้อสินทรัพย์ของบริษัทมูลค่าทั้งหมดไม่เกิน 1.4 หมื่นลบ. เป็นปัจจัยบวกต่อพื้นฐานและ Sentiment ในการลงทุน ปลดล็อค Overhang ราคาหุ้นที่ตลาดกังวลมานานเกี่ยวกับการตั้งสำรอง
          นอกจากนี้ SCB ยังมีประเด็นการจ่ายปันผลครึ่งหลังปี 60 อีกหุ้นละ 4 บาท ที่จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 17 เม.ย. นี้ ดังนั้นหากต้องการเงินปันผลต้องซื้อหุ้นในวันนี้เท่านั้น โดยหากคิดจากราคาปิดล่าสุดที่ 141.50 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 2.82%
          บล. หยวนต้า แนะ เก็งกำไร SCB จาก Sentiment เชิงบวก หลัง PACE มีมติอนุมัติขายสินทรัพย์มูลค่าไม่เกิน 1.4 หมื่นล้านบาทให้กับบริษัทคิง พาวเวอร์ ได้แก่ ที่ดิน, โรงแรม, อาคารจุดชมวิว, อาคารรีเทลคิวบ์ เมื่อสภาพคล่องของ PACE ดีขึ้น ย่อมบวกต่อ SCB ในฐานะเจ้าหนี้เช่นกัน
          SCB ขึ้น XD เงินปันผลหุ้นละ 4.00 บาท ในวันที่ 17 เม.ย. คิดเป็น Dividend Yield 2.8% ขณะที่ราคาหุ้นลงมา 7% YTD ทำให้มี Downside Risk ที่จำกัด จากราคาเหมาะสม 153 บาท
          อย่างไรก็ตามในระยะยาว SCB ยังมีความเสี่ยงจากกำไรที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงไปจนถึงปี 63 หลังจากลงทุนระบบไอทีไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยหากดูงบในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (57-60) กำไรของธนาคารปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 5.3 หมื่นล้านบาท เหลือ 4.3 หมื่นล้านบาท
          ก่อนหน้านี้ นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB แถลงข่าวยอมรับว่าการลงทุนไอทีสูงกว่า 4 หมื่นล้านบาท จะกระทบผลการดำเนินงานต่อเนื่องไปถึงปี 63 แต่ก็จะเร่งปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง ลดสาขาเหลือ 400 แห่ง จากปัจจุบัน 1,153 สาขา พร้อมลดจำนวนพนักงานเหลือ 15,000 คน จากปัจจุบัน 27,000 คน และหันรุกสินเชื่อไร้หลักประกัน ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล เครดิตการ์ด เอสเอ็มอีขนาดเล็ก เนื่องจากมีมาร์จิ้นที่สูงกว่า 

          การลงทุนในหุ้น SCB จึงต้องใช้ความระมัดระวัง และประเมินให้ดีว่าเงินปันผลที่จะได้รับในระดับผลตอบแทน 2.8% นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ในขณะที่ระยะยาวกำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก ที่สำคัญหากต้องการปันผลอย่าลืมว่าต้องซื้อวันนี้เท่านั้น!! 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด