หุ้นเด่นวันนี้

TACC นิวไฮรอบ 3 ปี จังหวะนี้ยังเข้าทันหรือไม่?

TACC นิวไฮรอบ 3 ปี จังหวะนี้ยังเข้าทันหรือไม่?

เช้านี้หุ้น TACC ดีดขึ้นทำนิวไฮรอบ 3 ปี สวนทาง SET Index ปรับตัวลดลงแรง คาดได้รับปัจจัยบวกจากงบ Q4/63 โตโดดเด่น ขณะที่นักวิเคราะห์จ่อปรับเป้ากำไรปี 64 ขึ้นอีก หลังเห็นความชัดเจนร้าน 7-Eleven รุก สปป.ลาว – กัมพูชา แต่ TACC จะได้อานิสงส์แค่ไหน? ต้องติดตาม!
 

*** ราคาดีดทำนิวไฮรอบ 3 ปี 
 

ราคาหุ้น บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ช่วงเช้าวันนี้ (28 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 7.30 บาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 7.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 12.50% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 911.65% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TACC ปิดซื้อขายช่วงเช้าบวกแรง สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 14.86 จุด หรือ 0.99% เนื่องจากราคาหุ้นได้รับปัจจัยบวก จากงบไตรมาส 4/63 ที่คาดจะประกาศออกมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
 

*** กำไร Q4/63 จ่อทำนิวไฮ
 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินว่า TACC จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 51 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับกำไรสุทธิสูงสุดใหม่รายไตรมาส (นิวไฮ) โดยสาเหตุหลักเกิดจาก แนวโน้มมาร์จิ้นที่ดีขึ้นจาก Product Mix, ขายสินค้ามาร์จิ้นสูงมากขึ้น และไม่มี One time item กดดันเหมือนไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 33.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน อยู่ที่ 30.9% และ 32.2% ตามลำดับ

สอดคล้องกับ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่มองว่า TACC จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 51 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยอดขายในช่วงดังกล่าวจะทำได้ 350 ล้านบาท ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังชดเชยด้วยต้นทุนการขาย และบริการที่คาดอยู่ที่ 234 ล้านบาท ลดลง 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

โดยเครื่องดื่มใน All Cafe สัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดขายทั้งหมด สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ลดต้นทุนวัตถุดิบลง, คุมต้นทุนการขนส่งได้ดี ประกอบกับ ร้าน 7-Eleven ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงไตรมาส 4/63 ของ TACC จะอยู่ที่ 33.2% เพิ่มขึ้น 2.3ppts เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น 
 

*** โควิด-19 รอบใหม่ไม่กระทบผลงาน
 

TACC เป็นอีก 1 บริษัท ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 สะท้อนจากผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 63 ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากมาตรการล็อกดาวน์ ที่ทำให้จำนวนลูกค้าลดลง

แต่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ TACC อย่างมีนัยสำคัญ แม้การแพร่ระบาดดังกล่าว จะทำให้คนเริ่มเดินทางออกนอกบ้านน้อยลง ส่งผลต่อการจับจ่ายและการบริโภคสินค้า โดยเฉพาะกับร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven แต่คาดได้อานิสงส์จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น และยังคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ( SG&A) ได้ดี ทำให้กำไรสุทธิของ TACC ยังเติบโตได้

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่รายได้ในช่วงไตรมาส 1/64 ถึงปัจจุบัน (1QTD) ของ TACC ยังเติบโตได้ราว 8 – 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากภาครัฐไม่ได้บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มข้นเหมือนช่วงต้นปี 63 

ขณะเดียวกัน TACC ยังมีการออกเครื่องดื่มรสชาติใหม่ใน All Caf และแบบโถกด (Seasonal Flavor) รสชาติลิ้นจี่ เบอร์รี่ ทวิสต์ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจ Character ที่ลูกค้าเชื่อมั่น และเริ่มกลับมาทำการตลาดอีกครั้ง 
 

*** กำไรปี 64 ยังมีอัพไซด์
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า TACC จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 216 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประมาณการดังกล่าว ยังมีอัพไซด์ จาก 3 ประเด็น ประกอบด้วย การขยายช่องทางการขายไปใน Tesco Lotus, การได้เป็น Supplier เมนูเครื่องดื่มในร้าน 7-Eleven ที่ สปป.ลาว และ ประเทศกัมพูชา หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย และดีล M&A หรือการทำ JV ที่ยังอยู่ในแผน เพื่อต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจ 

ขณะที่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่า TACC จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 233 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประมาณการดังกล่าว ได้รวมสมมติฐานการขยายสาขาร้าน 7-Eleven ไปยังประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว ซึ่งคาดว่า TACC จะมีรายได้จากทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว ประมาณ 12 ล้านบาท 

เบื้องต้นได้สมมติฐานการเปิดสาขาในกัมพูชา 100 สาขา และลาว 100 สาขา โดยช่วงเริ่มต้น คาดรายได้เฉลี่ยของ TACC/สาขา/ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 60,000 บาท (ประเทศไทย รายได้เฉลี่ยของ TACC/สาขา/ปี  อยู่ที่ 109,600 บาท) ทั้งนี้จะมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ขึ้นอีก หากมีความชัดเจนในเรื่องการขยายสาขาร้าน 7-Eleven ที่ สปป.ลาว และกัมพูชา มากขึ้น
 

*** โบรกฯ แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ TACC อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการปรับกลยุทธ์ขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น ขณะที่ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ยังมีอัพไซด์ จากร้าน 7-Eleven ขยายสาขาไปยัง สปป.ลาว และกัมพูชา ประกอบกับการขยายช่องทางขายไปยัง Tesco Lotus

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซีย ซื้อ         7.40
เคจีไอ ซื้อ         8.00
ฟิลิป  ซื้อ         8.00
เคทีบี ซื้อ         8.30
ราคาเฉลี่ย 7.92

ต้องยอมรับว่า TACC เปรียบเหมือนลูกรักของ CPALL สะท้อนจากรายได้กว่า 80% มาจากร้าน 7-Eleven แม้กระทั่ง CPALL จะรุกตลาด สปป.ลาว และกัมพูชา ก็ยังหนีบ TACC ตามไปด้วย  ดังนั้นการเติบโตของ TACC จึงดูแข็งแกร่งอยู่มาก แต่ความท้าทายของ TACC คือ ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า หากไร้เงา CPALL จะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างไร?







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด