หุ้นเด่นวันนี้

SCC ธุรกิจพ้นจุดต่ำสุด ...สัญญาณซื้อมาหรือยัง ?

SCC ธุรกิจพ้นจุดต่ำสุด ...สัญญาณซื้อมาหรือยัง ?

เช้านี้ SCC บวกสูงสุด 3.61% รับปัจจัยหนุนจ่อดัน SCGC เข้าตลาดหุ้น หลายปัจจัยลบกดดันเริ่มคลายตัว หนุนอัพเป้ายอดขายปีนี้โตมากกว่า 10% ด้านโบรกฯ มอง Q2/65 จุดเริ่มต้นฟื้นตัว หลังปรับขึ้นราคาขาย ชี้ราคาหุ้น 1 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบปีนี้หมดแล้ว แนะ ทยอยสะสมรับงบฟื้น
 

*** เช้านี้บวกสูงสุด 3.61% จ่อดัน SCGC เข้าตลาดหุ้น
 

ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ช่วงเช้าวันนี้ (29 เม.ย.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 373 บาท เพิ่มขึ้น 3.61% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 371 บาท เพิ่มขึ้น 11 บาท หรือ 3.06% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 214.78% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้เช้านี้ ราคาหุ้น SCC ปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.61% เนื่องจากยังคงได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการเตรียมนำบริษัทย่อย อย่าง "เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายในปีนี้ อีกทั้งผลการดำเนินงานปี 65 มีแนวโน้มเติบโตกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิม

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การ Spin Off ธุรกิจปิโตรเคมี จะทำให้ SCC ซึ่งเป็น Holding Company สามารถสะท้อนมูลค่าตลาดของธุรกิจต่างๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน หลังประสบความสำเร็จในการนำธุรกิจกระเบื้อง (COTTO) และ แพคเกจจิ้ง (SCGP) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย (SET) และจะส่งผลบวกต่อการประเมินมูลค่าหุ้น SCC ภายใต้วิธี Sum Of the part ที่สามารถประเมินออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้น 
 

*** อัพเป้ายอดขายปีนี้ โตมากกว่า 10% หลังขึ้นราคาขาย 
 

"รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส" กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC เปิดเผยว่า บริษัทปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 65 เป็นเติบโตมากกว่า 10% จากเดิมที่คาดเติบโต 10% จากปีก่อน เนื่องจากได้ปรับราคาขายสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ตามทิศทางของต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้น โดยช่วงที่ผ่านมา ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7% จากช่วงไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปริมาณขายยังคงต้องรอติดตามสถานการณ์ เพราะยังมีปัจจัยลบที่เข้ามากดดันทั้งด้านราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความขัดแย้งในยุโรปตะวันออก รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน ที่ทำให้ตลาดในจีนช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างซบเซา แต่โดยรวมยังมั่นใจว่ายอดขายปีนี้น่าจะเติบโตมากกว่า 10% ได้
 

*** โบรกฯมอง Q2/65 จุดเริ่มต้นฟื้น หลังปัจจัยลบคลาย
 

บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 8.8 พันล้านบาท หดตัว 41% จากปีก่อน แต่มองว่า ในช่วงไตรมาส 2/65 จะเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน หลังหลายปัจจัยลบที่กดดันผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 เริ่มผ่อนคลายลง

โดยเฉพาะการส่งผ่านต้นทุนไปสู่ราคาขายทำได้ดีขึ้น สะท้อนจาก Spread ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหลักๆ ที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจซีเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ Packaging ยังคงมีความพยายามในการปรับเพิ่มราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน ณ ปัจจุบัน 

สอดคล้องกับ บล.พาย ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/65 ของ SCC มีแนวโน้มเป็นจุดเริ่มต้นฟื้นตัว มีปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น เพราะมีราคาขายที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างสมเหตุสมผล ประกอบกับ ธุรกิจซีเมนต์ และ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ บรรจุภัณฑ์ อยู่ในทิศทางที่ดีกว่าไตรมาสก่อน
 

*** กูรูชี้ ปีนี้ยังมีอีกหลายปัจจัย รอหนุนราคาหุ้น
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ระยะกลาง – ยาว ยังมีปัจจัยหนุนต่อราคาหุ้น SCC อยู่ อาทิ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่ประเทศเวียดนาม (LSP) ภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีการตัดสินใจลงทุน (FID) ขยายกำลังการผลิตโอเลฟินส์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย และ การนำ SCGC เข้าจดทะเบียนใน SET


*** โบรกฯมองถึงจังหวะเข้าสะสม รอรับผลงานฟื้น
 

บล.เอเซีย พลัส มองว่า การทยอยเข้าสะสมหุ้น SCC ช่วงนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสม แม้คาดกำไรสุทธิปี 65 จะทำได้ 3.96 หมื่นล้านบาท หดตัว 15% จากปีก่อน ซึ่งเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ SCC ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง คือการเพิ่มกำลังการผลิต ด้วยงบลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวดอกผล

โดยจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงต้นปี 66 หลังโรงงานปิโตรเคมีแห่งใหม่ที่ประเทศเวียดนาม COD ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ธุรกิจปิโตรเคมีอีก 55% ในจังหวะที่คาดว่าเศรษฐกิจโลก จะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เต็มที่พอดี หนุนให้กำไรสุทธิปี 66 จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 16% จากปีก่อน

ทั้งนี้ ราคาหุ้นมักจะตอบสนองต่อผลการดำเนินงานล่วงหน้าราว 6 เดือน – 1 ปี ประกอบกับ คาด SCC จะจ่ายเงินปันผลปี 65 ที่อัตรา 16 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ราว 4.49% จึงมองช่วงนี้ เป็นจังหวะทยอยเข้าสะสมที่ดี อีก 1 จังหวะ

ส่วน บล.ทรีนีตี้ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น SCC ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลงราว 5% ซึ่งมองว่า ได้สะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวในปีนี้ไปหมดแล้ว จึงมองช่วงนี้ เป็นจังหวะเข้าสะสมหุ้นที่เหมาะสม เพื่อรอรับการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานปี 66 ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 4.6 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากปีก่อน
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" สะท้อนจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 แม้จะหดตัวแรง แต่ยังดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้อย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความสามารถในการรักษาระดับกำไร ขณะที่ ผลการดำเนินงานในระยะถัดไป มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ทรีนีตี้  ซื้อ         465.00
หยวนต้า ซื้อ         460.00
เอเชีย พลัส  ซื้อ         460.00
พาย   ซื้อ         445.00
กรุงศรี ถือ         356.00
ราคาเฉลี่ย   437.20


แม้เช้านี้ราคาหุ้น SCC จะปรับตัวขึ้นแรงราว 3.61% แต่ราคาหุ้นที่อยู่ในทิศทางขาลงตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังทำให้ SCC มีอัพไซด์เหลืออยู่ราว 19% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ เมื่ออ้างอิงข้อมูลของโบรกเกอร์ ดูเหมือนการเข้าลงทุนในช่วงนี้ จะเหมาะสมกับนักลงทุนที่สามารถถือหุ้นราว 6 เดือน - 1 ปี มากกว่านักลงทุนระยะสั้น

สะท้อนจากผลการดำเนินงาน ที่มีแนวโน้มค่อยๆฟื้นตัวขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในช่วงต้นปี 66 ตามการเปิด COD โครงการปิโตรเคมีในประเทศเวียดนาม และ การจ่ายเงินปันผลงวดปี 65 ในช่วงต้นปี 66 ที่คาดว่าจะให้ Dividend Yield สูงราว 4 - 5%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด