หุ้นเด่นวันนี้

RATCH ตกใจเพิ่มทุน..ซื้อโรงไฟฟ้าถ่านหินได้คุ้มเสียหรือไม่?

RATCH ตกใจเพิ่มทุน..ซื้อโรงไฟฟ้าถ่านหินได้คุ้มเสียหรือไม่?

เช้านี้ RATCH ดิ่งทำนิวโลว์รอบ 1 ปี หลังประกาศเพิ่มทุน 769.23 ล้านหุ้น โบรกฯ ประเมินมีดาวน์ไซด์ต่อราคาหุ้น 7% คาดนำเงินลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน หนุนกำไร 3 – 3.7 พันลบ./ปี แต่นักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG ส่อเมินหุ้น หลังลงทุนสวนทางเทรนด์รักษ์โลก
 

*** นิวโลว์รอบ 1 ปี หลังประกาศเพิ่มทุน 769.23 ล้านหุ้น
 

ราคาหุ้น บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ช่วงเช้าวันนี้ (23 มิ.ย.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 45.75 บาท ทำนิวโลว์รอบ 1 ปี ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 47.50 บาท ลดลง 4.25 บาท หรือ –8.21% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 1,626.13% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น RATCH ในช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวลงทำนิวโลว์ในรอบ 1 ปี เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงลบ หลังประกาศเพิ่มทุน 769.23 ล้านหุ้น โดยเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมที่อัตรา 1.885 : 1 เพื่อลงทุนซื้อโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2,045 MW ที่ ประเทศอินโดนีเซีย โดย RATCH จะเข้าถือหุ้น 45.515% (หรือ 930 MW) และการลงทุนอื่นๆในอนาคต รวมทั้งชำระหนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเพิ่มทุนดังกล่าวของ RATCH เร็วเกินไป สวนทางกับ net D/E ณ ปัจจุบัน ที่ต่ำเพียง 0.6 เท่า ซึ่ง RATCH ยังมีศักยภาพในการกู้ยืมอีกมาก และ เพียงพอสำหรับการลงทุนที่ตั้งเป้าไว้ (การใช้เงินก้อนใหญ่คาดอยู่ในปี 67-68 เพื่อ funding โรงไฟฟ้าหินกอง) นอกจากนี้ เงินกู้ส่วนใหญ่ของ RATCH ยังเป็นเงินกู้ระยะยาว และส่วนใหญ่ครบกำหนดชำระคืนหลังปี 68
 

*** ราคาปิดเช้า -8.21% ตอบรับการเพิ่มทุนมากไปไหม ?
 

ราคาหุ้น RATCH ปิดซื้อขายภาคเช้าอยู่ที่ 47.5 บาท ลดลง 4.25 บาท หรือ -8.21% 

โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า การเพิ่มทุน เพื่อเข้าซื้อ Paiton Energy มีดาวน์ไซด์ต่อราคาเป้าหมายปี 64 ของ RATCH ราว 4.85 บาท/หุ้น หรือราว 7% โดยคำนวณจากการใช้เงินลงทุนราว 6.2 หมื่นล้านบาท มีอัตราผลตอบแทน (IRR) ราว 8.9% และมีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าราว 21 ปี

ประกอบกับ เงินกู้ของ Paiton Energy อยู่ที่ราว 6.3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยราว 5.1%/ปี จะได้อัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายปี 64 ของ RATCH ราว 4.85 บาท/ หุ้น ซึ่ง net กับ dilution ที่เกิดจากการเพิ่มทุนติดลบ 9.7 บาท/หุ้น ดังนั้น จึงทำให้ราคาหุ้น RATCH มีดาวน์ไซด์จากดีลดังกล่าว 7%

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเด็นการเพิ่มทุนของ RATCH จะกดดันราคาหุ้นปรับตัวลดลงในระยะสั้นอย่างแน่นอน ซึ่งมองว่า หากราคาหุ้น RATCH ปรับตัวลงมาต่ำกว่าระดับ 47 บาท/หุ้น มองเป็นจังหวะเข้าสะสมหุ้นได้ 
 

*** ลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้คุ้มเสียหรือไม่ ? 
 

การเพิ่มทุนรอบนี้ ของ RATCH มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน (ถ่านหิน) Paiton Energy ที่ประเทศอินโดนีเซีย 

โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ระบุถึงข้อดี ที่ RATCH จะได้รับจากการลงทุนดังกล่าว คือ คาดว่าจะทำให้ RATCH รับรู้ส่วนแบ่งกำไรประมาณ 3 พันล้านบาท/ปี โดยอ้างอิงจากรายงานผลประกอบการปี 63 ของบริษัท Nebras Power ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุน 35.5% ในโรงไฟฟ้าดังกล่าว พบว่า มีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Paiton Energy ราว 2.5 พันล้านบาท 

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า RATCH จะมีกำไร จากการลงทุนโครงการดังกล่าว 3.7 พันล้านบาท/ปี โดยในปี 65 คาดจะรับรู้กำไรก่อน 2.7 พันล้านบาท เนื่องจากจะสามรถรับรู้กำไรจากโครงการดังกล่าวได้ 3 ไตรมาส และจะทำให้ กำลังการผลิตของ RATCH เพิ่มขึ้นราว 930 MW หรือราว 12% ของกำลังการผลิตทั้งหมดที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ณ ปัจจุบัน

ทีนี้ลองมาดูข้อเสียของการลงทุนในดีลนี้ดูบ้าง

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า การเข้าลงทุนโครงการที่เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำให้มีสัดส่วนรายได้จากไฟฟ้าถ่านหินของ RATCH เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 40% ซึ่งสวนกระแสการลงทุนในปัจจุบัน ที่เน้นการลงทุนในพลังงานสะอาด โดยอาจส่งผลให้นักลงทุนสถาบัน ที่มีกฎเกณฑ์เรื่องการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (ESG) ที่เข้มงวด อาจไม่สนใจเข้าลงทุนหุ้น RATCH

สอดคล้องกับ บล.เคทีบีเอสที ที่มองว่า การเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าว เป็นปัจจัยลบต่อราคาหุ้น RATCH เนื่องจากขัดกับหลัก ESG และเทรนด์ลงทุนในปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดมากขึ้น 
 

*** แต่ที่แน่ๆ ระยะสั้นกำไร Q2/64 จ่อฟื้น!
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของ RATCH มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากช่วงไตรมาส 1/64 ที่มีกำไรสุทธิ 2.08 พันล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของฤดูใช้ไฟ ประกอบกับ RATCH ไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหลัก เช่นไตรมาสที่ผ่านมา อีกทั้ง ยังคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน หลังโรงไฟฟ้าหงสา กลับมาเดินเครื่องได้เต็มที่ตามปกติ

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของ RATCH มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรปีก่อนต่ำ และได้รับปัจจัยหนุน จากการกลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มที่ของโรงไฟฟ้าหงสา หลังมีการปิดซ่อมบำรุงในช่วงปีก่อน และไตรมาสก่อน 

นอกจากนี้ RATCH ยังจะรับรู้รายได้ จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Yandin ขนาด 150 MW และรับรู้รายได้จากการดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ขนาด 227 MW ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อีกด้วย
 

*** โบรกฯ ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ RATCH ยังมีแนวโน้มฟื้นตัว ประกอบกับเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลในระดับสูง ที่สม่ำเสมอ แต่นักวิเคราะห์ จะมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิ และ ราคาเหมาะสมใหม่อีกครั้ง ภายหลังเห็นความชัดเจนจากการเพิ่มทุนมากขึ้น

บล.   คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบี   ซื้อ     77.00
ยูโอบีฯ ซื้อ     76.00
โนมูระฯ  ซื้อ     67.00
เอเซียพลัส ซื้อ     65.00
ราคาเฉลี่ย  71.25

ราคาหุ้น RATCH ที่ร่วงไปทำนิวโลว์ในรอบ 1 ปี ของช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวลงแรงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ที่ประเมินดาวน์ไซด์จากความกังวลการเพิ่มทุนไว้ 7% ส่งผลให้ราคาหุ้น RATCH ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงถึง 49.21% แต่การเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ขัดกับนโยบาย ESG อาจเป็นอีก 1 ปัจจัยลบ ที่กดดันราคาหุ้น RATCH ให้ฟื้นตัวช้ากว่าคาดก็เป็นได้ .... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด