หุ้นเด่นวันนี้

ส่องอนาคต MAJOR ..ในวันที่ไม่มีเธอ(SF)อีกแล้ว!

ส่องอนาคต MAJOR ..ในวันที่ไม่มีเธอ(SF)อีกแล้ว!

MAJOR ปิดซื้อขายเช้านี้ ลบแรง 12.08% สวนทาง SET ที่บวก 13.31 จุด หลังประกาศขายหุ้น SF สัดส่วน 30.36% ให้ CPN มูลค่า 7.7 พันลบ. โบรกฯประเมินระยะสั้นเป็นบวก บันทึกกำไรพิเศษ 2.8 พันลบ. หนุนต้องอัพเป้ากำไรปีนี้ขึ้นเป็น 2.3-2.6 พันลบ. แต่ระยะยาว ส่วนแบ่งกำไรหาย 250 -300 ลบ./ปี
 

*** ปิดเช้าลบ 12.08% สวนทาง SET หลังขายหุ้น SF ให้ CPN
 

ราคาหุ้น บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ช่วงเช้าวันนี้ (6 ก.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 21.70 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 22.20 บาท ลดลง 3.05 บาท หรือ -12.08% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 395.72% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น MAJOR ปิดซื้อขายภาคเช้าวันนี้ลบแรงถึง 12.08% สวนดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปรับตัวขึ้น 13.31 จุด หรือ 0.84% เนื่องจากดีลขายหุ้น SF ได้ถูกประกาศออกมาแล้ว ทำให้มีแรงขาย Sell on Fact ออกมา โดยก่อนหน้านี้ราคาหุ้น MAJOR ปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องเพื่อรับข่าวดังกล่าว

ขณะเดียวกันการประกาศขายหุ้น SF จำนวน 647.15 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 30.36% ให้กับ CPN ในราคา 12 บาท/หุ้น มูลค่ารวม 7.7 พันล้านบาท อาจจะทำให้มีกำไรในระยะสั้น แต่ในระยะยาวหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นลบกับ MAJOR มากกว่า เพราะสูญเสียบริษัทที่ช่วยสร้างกำไรอย่าง SF ไป
 

*** ดีลนี้ MAJOR ได้อะไรบ้าง ?
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ดีลดังกล่าว มีข้อดีสำหรับ MAJOR คือ จะทำให้บริษัทรับร้ายได้ 7.7 พันล้านบาท และมีกำไรหลังหักภาษี จำนวน 2.8 พันล้านบาท หรือราว 3.16 บาท/หุ้นจากต้นทุนเฉลี่ยของ MAJOR ราว 6.1 บาท/หุ้น 

ทั้งนี้ MAJOR จะนำเงินจำนวนดังกล่าว ไปชำระหนี้ ซึ่งจะช่วยให้ภาระดอกเบี้ยของ MAJOR จ่ายลดลงประมาณ 250 ล้านบาท/ปี และ จะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้เสริมสภาพคล่องเป็นหลัก ในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดโควิด-19

สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ดีลดังกล่าว มีข้อดี คือ จะทำให้ MAJOR ได้กระแสเงินสดเข้ามา ทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งการนำเงินที่ได้รับจากการขายหุ้น SF ไปคืนเงินกู้ คาดว่าจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) ลดลงจาก 0.5 เท่า กลายเป็นเงินสดสุทธิ (Net cash) และประหยัดดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 250 ล้านบาท/ปี
 

*** ดีลนี้ MAJOR เสียอะไรบ้าง ?
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ข้อเสียที่ MAJOR จะได้รับ หลังทำธุรกรรมเสร็จสิ้น คือ ส่วนแบ่งกำไรที่ MAJOR เคยได้รับจาก SF ต่อปีราว 500-600 ล้านบาท จะไม่มีอีกแล้ว เมื่อรวมกับดอกเบี้ยที่ลดลงหลังนำเงินไปชำระหนี้ กำไรของ MAJOR จะหายไปราว 250-300 ล้านบาท/ปี

และปกติ MAJOR จะมีการซื้อขายหุ้น SF เพื่อปรับฐานกำไรของบริษัทไม่ให้มีความผันผวนมากนัก ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ MAJOR มักใช้เป็นประจำ แต่หลังจากนี้ MAJOR จะไม่สามารถทำแบบนั้นได้อีกแล้ว ส่งผลให้กำไรของ MAJOR จะมีความผันผวนต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น
 

*** ผู้ถือหุ้นมีลุ้นปันผลพิเศษ 1 บ./หุ้น
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ภายหลังที่ MAJOR นำเงินจากการขายหุ้น SF ไปชำระคืนหนี้ และลงทุนบางส่วนแล้ว คาดว่า MAJOR จะมีเงินสดเหลืออยู่ราว 2.2 พันล้านบาท แต่จะมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่ ยังต้องติดตามอีกครั้ง

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า MAJOR จะนำเงินสดที่เหลือจากการชำระหนี้ มาจ่ายเป็นเงินปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตรา 1 บาท/หุ้น หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 4%
 

*** ธุรกิจหลัก พลิกกำไร Q4/64
 

บล.ทิสโก้ มองว่า ผลการดำเนินงานธุรกิจหลักของ MAJOR (ไม่รวมขายหุ้น SF) จะเริ่มมีกำไรในช่วงไตรมาส 4/64 จากคาดสถานณการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย และหนังค่ายสตูดิโอดังต่างๆ เตรียมพร้อมฉายภาพยนตร์ได้ตั้งแต่เดือน ส.ค.64 เป็นต้นไป ได้แก่ Fast &Furious 9, Black Widow, Venom, Infinite, Top Gud 2 , Spider Man3, Jungle Cruise, และ  Minions เป็นต้น

ส่วน ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ประเมินว่า จะขาดทุนสุทธิ 382 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากปีก่อนที่ 475 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาท โดยรายได้มีแนวโน้มลดลง 45% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รลอกสามที่นานกว่าระลอกสอง โดยต้องปิดโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 427 โรง เทียบกับไตรมาสก่อน ที่ปิด 52 โรง
 

*** โบรกฯ เริ่มอัพเป้ากำไร 64 คาดพลิกกำไร 2.3-2.6 พันลบ.
 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ MAJOR ขึ้นจากเดิม 653% เป็น 2.6 พันล้านบาท พลิกกำไร หลังปี 63 รายงานขาดทุนสุทธิ 527 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักของการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ขึ้น คือการขายหุ้น SF ให้กับ CPN ที่จะทำให้ MAJOR บันทึกกำไรพิเศษในช่วงไตรมาส 3/64 

ทั้งนี้ เราได้ปรับสมมติฐานหลักด้วยการ ปรับลดประมาณการรายได้ปี 64 และ 65 ของ MAJOR ลง 21% และ 3% ตามลำดับ จากแนวโน้มจำนวนผู้ชมภาพยนตร์ลดลง ประกอบกับ ได้ปรับลดประมาณการต้นทุนปี 64 และ 65 ลง 11% และ 2% ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังปรับลดประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปี 64 ลง 17% แต่ปรับเพิ่มปี 65 ขึ้นจากเดิม 8% เนื่องจากคาดว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการจะเลื่อนไปเป็นปี 65

เช่นเดียวกับ บล.ทิสโก้ ที่ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ MAJOR ขึ้นเป็น 2.3 พันล้านบาท โดยหากไม่รวมกำไรจากการขายหุ้น SF จำนวน 2.8 พันล้านบาท และการหยุดรับส่วนแบ่งกำไรจากการขายหุ้น SF ตั้งแต่เดือน ส.ค.64 เป็นต้นไป MAJOR จะขาดทุนจากธุรกิจหลัก 486 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 รุนแรงกว่าที่คาดไว้ 
 

*** กูรูเตือน งดเก็งกำไรหลังราคาหุ้นปรับตัวลงแรง
 

ราคาหุ้น MAJOR ตอบสนองเชิงลบอย่างรุนแรง โดยปิดซื้อขายภาคเช้าลบ 12.08% หลังประกาศขายหุ้น SF ให้กับ CPN ซึ่งแม้ในระยะสั้น จะส่งผลดีต่อผลประกอบการของ CPN แต่นักวิเคราะห์บางราย มองว่าการเข้าเก็งกำไรจากประเด็นดังกล่าว มีความเสี่ยงสูง

โดย บล.เคทีบีเอสที ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น MAJOR ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 5 ก.ค.64 ปรับตัวขึ้นมาถึง 4.75 บาท หรือ ราว 23.17% ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงดังกล่าว ได้สะท้อนการเก็งกำไรข่าวการขายเงินลงทุน SF ให้กับ CPN ไปมากพอสมควรแล้ว
 

*** แต่ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า การขายหุ้น SF ออกไป จะทำให้ MAJOR สามารถพลิกกลับมารายงานกำไรสุทธิได้เร็วขึ้น กว่าคาดการณ์เดิม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในช่วงที่ธุรกิจหลัก กำลังได้รับผลกระทบรุนแรง จากการแพร่ระบาดโควิด-19
 

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
เคจีไอ  ซื้อ     32.75
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     28.00
กรุงศรี   ถือ     25.00 
หยวนต้า  เก็งกำไร 21.40
ราคาเฉลี่ย 26.78


ในช่วงที่ผลประกอบการของ MAJOR ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 การขายหุ้น SF ออกไปในช่วงนี้ คงเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทไม่น้อย เพราะจะทำให้ MAJOR มีกระแสเงินสดเข้ามาประคองธุรกิจ แต่ต้องแลกกับกำไรที่ลดลง และผันผวนมากขึ้นในระยาว ซึ่งนักลงทุนคงต้องติดตามต่อไปว่า MAJOR จะมีกลยุทธ์ดันกำไรสุทธิ ให้กลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมได้อย่างไร ?







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด