หุ้นเด่นวันนี้

TMB ปีนี้ผลงานฟื้น...แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกซื้อ!

TMB ปีนี้ผลงานฟื้น...แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกซื้อ!

หุ้น TMB ปิดซื้อขายช่วงเช้าในแดนบวก แม้เพิ่งประกาศงบ Q4/63 ต่ำกว่าตลาดคาด 15% คาดได้รับปัจจัยบวก หลัง ตลท.เตรียมนำฟรีโฟลทมาเป็นในเกณฑ์ในการคำนวณดัชนี บีบกองทุนซื้อหุ้นแบงก์มากขึ้น ด้านกำไรปี 64 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อน แต่จะดึงดูดใจนักลงทุนหรือไม่ ? ต้องติดตาม! 
 

*** ราคาบวก รับอานิสงส์ ตลท.ปรับเกณฑ์คำนวณดัชนี
 

ราคาหุ้น ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ช่วงเช้าวันนี้ (21 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 1.21 บาท ก่อนปิดซื้อขายด้วยราคา 1.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ 4.35% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 129.90% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TMB ปิดซื้อขายช่วงเช้าในแดนบวก เนื่องจากกลุ่มหุ้นธนาคารพาณิชย์ กำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เตรียมแก้ไขเกณฑ์คำนวณดัชนี โดยนำฟรีโฟลท(Free Float)มาร่วมพิจารณาด้วย

ทั้งนี้ การคำนวณดัชนีใหม่ที่เรียกว่า Free float Adjusted Market Cap ซึ่งเป็นการนำตัวเลข Free Float ของแต่ละบริษัทมาถ่วงน้ำหนักใน Market Cap ก่อนคำนวณเป็นดัชนี ซึ่ง Free float ของตลาดหุ้นไทยมีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 44% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับดังกล่าว มีโอกาสที่จะได้รับการถ่วงน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์

 

*** Q4/63 ตั้งสำรองสูงฉุดกำไรต่ำกว่าคาด 
 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า TMB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 1.2 พันล้านบาท ลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ 15% โดยมีสาเหตุหลักจากการกลับมาตั้งสำรองที่สูงขึ้น ระดับ 8.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทำให้ Credit Cost เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% จาก 2% ในช่วงไตรมาส 3/63 เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้กำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ของ TMB จะต่ำกว่าตลาดคาดราว 15% จากการตั้งสำรองที่สูงขึ้น แต่เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน ถือว่าเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดังนี้

1.รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน บวกกับ NIM ที่สูงขึ้นเป็น 3.1% เทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่  2.9% จากการดำเนินกลยุทธ์ Balance Sheet Optimization โดยการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ Yield สูงอย่างสินเชื่อเช่าซื้อ และเงินฝากที่มีต้นทุนต่ำ ทำให้ Asset Yield สูงขึ้นขณะที่ Funding Cost ลดลง

2.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หลังรายได้ค่าธรรมเนียมทั้งจากธุรกิจธนาคาร, ธุรกิจประกันชีวิต และธุรกิจกองทุนรวมฟื้นตัวได้ดี บวกกับมีกำไรจากการตีมูลค่าเงินลงทุนผ่านงบกำไรขาดทุนอีก 582 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ในช่วงไตรมาส 3/63 ที่ทำได้ 254 ล้านบาท 

3.ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้น สะท้อนจาก Cost to Income Ratio ที่ต่ำลงเหลือ 45.4% เทียบกับไตรมาสก่อน ที่อยู่ในระดับ 46.5%

 

*** เร่งตัดหนี้สูญ–ลูกค้าพักชำระหนี้ลดลง 

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า TMB มีการตัดหนี้สูญ (write-off NPL) ถึง 4 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4/63 สูงกว่าระดับปกติที่ไตรมาสละ 2.5 - 3 พันล้านบาท ดังนั้น สัดส่วน NPL coverage จึงทรงตัวอยู่ที่ 134% เท่ากับในช่วงไตรมาส 3/63 

ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงไตรมาส 4/63 NPL Ratio ของ TMB เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.97% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ระดับ 2.79% ทำให้ Coverage Ratio ยังทรงตัวอยู่ที่ 127.1% ใกล้เคียงเดิม ขณะที่จำนวนลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้โครงการพักชำระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ลดลงเหลือ 15% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ระดับ 20% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ SME สะท้อนความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อที่ต่ำลง

 

*** บางโบรกฯ มอง 1H64 ไม่ใช่จังหวะลงทุนที่เหมาะสม
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 64 TMB ยังไม่น่าสนใจ เพราะมีแรงกดดันจากการตั้งสำรอง ที่คาดว่ายังอยู่ในระดับสูง จากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ก่อนที่จะผ่อนคลายลงในช่วงครึ่งหลังของปี 64

โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า TMB จะตั้งสำรองในปี 64 จำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่วงไตรมาส 1/64 ยังมีแนวโน้มที่ TMB จะยังตั้งสำรองในระดับสูง โดยมีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่
 

*** กำไรปี 64 ฟื้น หลังรายได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น–ควบรวม TBANK เสร็จ
 

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า TMB จะกลับมารายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 1.18 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดผลประกอบการของ TMB ได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 4/63 แล้ว และมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 1/64 เป็นต้นไป โดยได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่สูงขึ้น จากเงินกู้ที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่คาดว่า TMB จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 1.38 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 37.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวดี หลังควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาต(TBANK) ที่มีกำหนดเสร็จสิ้นกลางปี 64 ซึ่งคาดทำให้ผลของ Synergy ระหว่าง 2 ธนาคาร มีผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดว่า TMB จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมต่ำในปี 63 และ และคาดการตั้งสำรองเริ่มลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 64
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ”ซื้อ”
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ”ซื้อ” เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานของ TMB มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ควบรวม TBANK สำเร็จในช่วงกลางปี 64  และ TMB ยังซื้อขายด้วย PBV ต่ำกว่า 0.6 เท่า จึงทำให้มีความน่าสนใจ
 

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบี ถือ         1.20
โนมูระ พัฒนสิน เป็นกลาง 1.20
หยวนต้า ซื้อ         1.29
ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซื้อ         1.30
ยูโอบี เคย์เฮียน ซื้อ         1.38
เคจีไอ ซื้อ         1.53
ราคาเฉลี่ย  1.31

 

แม้นักวิเคราะห์หลายรายจะมีความเห็นคล้ายกันว่า ผลประกอบการปี 64 ของ TMB มีแนวโมเติบโตจากปีก่อน แต่ปัจจัยหลักที่จะหนุนการเติบโตอยู่ในช่วงกลางปี คือการควบรวม TBANK สำเร็จ และการตั้งสำรองที่คาดว่าจะลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

แต่การเข้าลงทุนในช่วงนี้ ดูมีความเสี่ยงและอาจต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายรายมองคล้ายกันว่า TMB ยังมีตั้งสำรองระดับสูงในช่วงครึ่งแรกของปี 64 จากการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งอาจฉุดกำไรครึ่งปีแรกของ TMB ให้ลดลงมากกว่าที่ควรจะเป็น..







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด