หุ้นเด่นวันนี้

DELTA พุ่งทันที!หลังหลุดแคชบาลานซ์..โบรกฯยังคงแนะขาย!

DELTA พุ่งทันที!หลังหลุดแคชบาลานซ์..โบรกฯยังคงแนะขาย!

DELTA ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 5.56% สวนทาง SET ปิดลบ 6.88 จุด หลังหลุด Cash Balance วันแรก - บาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 ปี 9 เดือน แต่โบรกฯเตือนงบ Q3/64 อาจสะดุด แม้ดีมานด์ทั้งปีล้น เหตุโควิดระบาดหนักกว่าคาด ฉุดอัตราการทำกำไรลดลง หวั่นโควิดไม่จบง่ายๆ ทำกำไรปีนี้หลุดเป้า 
 

*** ปิดเช้าบวก 5.56% หลังหลุด Cash Balance - บาทอ่อนสุดรอบ 2 ปี 9 เดือน
 

ราคาหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ช่วงเช้าวันนี้ (6 ส.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 658 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 608 บาท เพิ่มขึ้น 32 บาท หรือ 5.56% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 783.01% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น DELTA ปิดซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ บวก 5.56% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 6.88 จุด หรือ -0.45% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังหลุดมาตรการกำกับการซื้อขาย ทั้งการห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance ตั้งแต่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้วันนี้เป็นวันแรก ที่สามารถซื้อด้วยบัญชีมาร์จิ้นได้

นอกจากนี้ DELTA ยังได้รับปัจจัยหนุน หลังเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทที่มีรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก 
 

*** ครึ่งหลังดีมานด์ล้น จนต้องอัพเป้ารายได้ปีนี้โตเกิน 10%
 

นายแจ็คกี้ จาง ประธานบริหาร DELTA เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ เป็นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (เดิมคาดโค 5-10%) โดยมีเหตุผลหลัก จากความต้องการสินค้าของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV), กลุ่มธุรกิจ Data Center รวมถึงธุรกิจ Clound Storage ยังมีความต้องการในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยบวกดังกล่าว ทำให้ DELTA มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นด้วย
 

*** แต่กูรูเตือนงบ Q3/64 อาจสะดุด แม้ดีมานด์ล้น
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ยอดขายในช่วงไตรมาส 3/64 ของ DELTA มีความเสี่ยงลดลงจากไตรมาสก่อน แม้ดีมานด์ยังทรงตัวในระดับสูงก็ตาม แต่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังคงความรุนแรง ส่งผลให้ประเทศมาเลเซีย ต้องประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ 14 วัน ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อ Raw Material ของ DELTA ในช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยที่รุนแรง ทำให้ DELTA มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เช่น ตรวจคัดกรองเชื้อพนักงานกลุ่มเสี่ยงโดยใช้ Rapid Test, เช่าที่พักอาศัยให้พนักงาน ในกรณีที่ต้องทำ Home Isolution และพยายามจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้พนักงานได้มากที่สุด

ทั้งนี้ การจัดการควบคุมโรคที่เข้มข้นของ DELTA ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าทำงานล่วงเวลาพนักงาน (OT) หรือค่าเช่าที่พักพนักงาน เป็นต้น และอาจกดดันให้การผลิตของ DELTA ไม่สามารถดำเนินการได้เต็มศักยภาพ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำกำไรในช่วงดังกล่าว มีแนวโน้มลดลง

เช่นเดียวกับ บล.ทิสโก้ ที่ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ DELTA ยังมีความท้าทาย แม้ดีมานด์ยังสูง เพราะ DELTA ได้มีการเร่งตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ให้พนักงาน  และกักตัวพนักงานที่มีความเสี่ยงสูง ประกอบกับ มีแผนที่จะติดตั้ง UV Cabinet จำนวน 20 จุด ราคา 1.5 ล้านบาทต่อจุด ขณะที่ จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นคน (เดิม 1.5 หมื่นคน)
 

*** โบรกฯหวั่นโควิดลากยาวกว่าคาด ฉุดกำไรปีนี้หลุดเป้า
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า กำไรปกติครึ่งปีแรกของ DELTA จำนวน 2.9 พันล้านบาท คิดเป็นเพียง 38% ของประมาณการทั้งปีเท่านั้น แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ DELTA ไว้ที่ 7.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 9.5% จากปีก่อนตามเดิม เพราะยังคาดหวังการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับ ยังมีปัจจัยหนุนสำคัญ อย่างเงินบาทอ่อนค่า

อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นดาวน์ไซด์ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ DELTA จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ยาวนานกว่าคาดการณ์ ประกอบกับ ค่าขนส่งยังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงการล็อกดาวน์ประเทศมาเลเซีย อาจส่งผลกระทบต่อวัตถุดิบ Speccific IC ที่ DELTA สั่งผลิตจาก Supplier ในประเทศมาเลเซีย

เช่นเดียวกับ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของ DELTA ที่ออกมาแย่กว่าคาด ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ที่เราคาดไว้ที่ 8.1 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 14% จากปีก่อน เริ่มมีดาวน์ไซด์ หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงระดับความรุนแรง เบื้อต้น แนะนำจับตาดูการแพร่ระบาดดังกล่าว และแนวทางการบริหารจัดการของ DELTA ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดปริมาณการผลิต และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ DELTA ในปีนี้

ส่วน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากในช่วงครึ่งปีหลัง การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย และภูมิภาคยังไม่ลดระดับความรุนแรงในระยะสั้นนี้ อาจกดดันให้ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังของ DELTA แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ได้เช่นกัน
 

*** กูรูไม่แนะนำสะสมในราคานี้
 

บล.บัวหลวง ระบุว่า ยังคงไม่แนะนำทยอยสะสมหุ้น DELTA ในระดับราคานี้ เนื่องจากกำไรสุทธิในระยะถัดไป มีแนวโน้มอ่อนตัว และมูลค่า (Valuation) หุ้น ณ ปัจจุบัน ค่อนข้างแพง สะท้อนจาก ราคาหุ้นที่เทรดระดับ PER ปี 65 ที่ 82 เท่า เทียบกับกลุ่ม Semiconductor ชั้นนำของโลก เทรดเฉลี่ยเพียง 24 เท่า

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่ระบุว่า ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันของ DELTA มี Valuation ที่แพงและเกินมูลค่าพื้นฐานไปมากแล้ว จนล่าสุดมีค่า PER สูงถึง 86 เท่า จึงยังคงแนะนำขาย
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ขาย"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงแนะนำ"ขาย" เนื่องจากมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง กำไรสุทธิของ DELTA ยังมีความไม่แน่นอนที่จะดีตามที่ตลาดคาดการณ์ หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงรุนแรง และฉุดความสามารถการทำกำไรต่ำลง ประกอบกับ Valuation ณ ปัจจุบันที่ค่อนข้างแพงไปมากแล้ว
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ยูโอบีฯ ขาย     460.00
หยวนต้า ขาย     414.00
โนมูระฯ REDUCE    345.00
ฟินันเซียฯ ขาย     330.00
เคจีไอ   ขาย     320.00
ทิสโก้  ขาย     280.00
ราคาเฉลี่ย 358.16


ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าปี 64 จะเป็นปีที่ไม่ยากลำบากเท่าไรนักสำหรับ DELTA เพราะดีมานด์อยู่ในระดับสูงทั้งปี แต่การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ฉุดกำไรครึ่งปีแรกต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ เริ่มเป็นปัจจัยที่ทำให้นักวิเคราะห์กลับมากังวลใจอีกครั้ง หลังการแพร่ระบาดดังกล่าวยังไม่มีท่าที่จบลงในช่วงสั้น ซึ่งอาจกดดันกำไรครึ่งปีหลัง ของ DELTA แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ก็เป็นได้... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด