หุ้นเด่นวันนี้

GULF วอลุ่มเริ่มปูด ...จับตากำไรปี 64-69 โตแรงกว่ากลุ่ม!

GULF วอลุ่มเริ่มปูด ...จับตากำไรปี 64-69 โตแรงกว่ากลุ่ม!

GULF ปิดเทรดเช้านี้บวก 2.55% ด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่น หลังเตรียมบุ๊คกำไร INTUCH ไตรมาสแรก ดันกำไร Q4/64 แตะ 2 พันลบ. นิวไฮต่อเนื่อง ขณะที่ แผน COD โรงไฟฟ้า GRSC ยังตามเป้า ต้นปี 65 เพิ่มอีก 2 หน่วย กูรูคาดปี 69 กำลังผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าตัว ดันกำไรปี 64 – 69 โตแรงกว่ากลุ่ม เฉลี่ย 59% ต่อปี
 

*** ปิดเช้าบวก 2.55% หลังเตรียมบุ๊คกำไร INTUCH ไตรมาสแรก
 

ราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ช่วงเช้าวันนี้ (1 ธ.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 40.25 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 2.55% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 104.61% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น GULF ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.55% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ GULF มีแนวโน้มทำนิวไฮ ต่อจากไตรมาสก่อน หลังเตรียมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH เป็นไตรมาสแรก

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH ของ GULF ในอนาคต มีโอกาสเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ภายหลัง TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการสำเร็จ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาดเบาลง ส่งผลดีต่อ ADVANC (INTUCH ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 40.44%) ที่ยังมีความสามารถทำกำไรสูงสุดในกลุ่มโอเปอเรเตอร์
 

*** วินด์ฟาร์มเข้าไฮซีซั่น – บุ๊คกำไร INTUCH หนุนงบ Q4/64 นิวไฮ
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรปกติไตรมาส 4/64 ของ GULF ไว้ที่ 2.3 – 2.6 พันล้านบาท ทำนิวไฮต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม (BKR2) เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ตามกระแสลมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ ได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH เป็นไตรมาสแรก ราว 1.1 – 1.2 พันล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุน จากโรงไฟฟ้า IPP หน่วยที่ 2 ขนาดกำลังผลิต 464 MW สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามกำหนดการ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การรับซื้อไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนด้วย 

ขณะที่ โรงไฟฟ้าโซลาร์ในประเทศเวียดนาม มีแนวโมรายได้ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน หลังรัฐบาลเวียดนามยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ประกอบกับ ไตรมาสนี้ เป็นช่วงที่ GULF มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าน้อยที่สุดของปี และไม่มีโรงไฟฟ้าชนิด IPP เลย จึงทำให้ประสิทธิภาพการทำกำไร มีแนวโน้มสูงสุดของปี

เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่คาดว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ GULF มีแนวโมเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ จากกำไรสุทธิ ที่มีโอกาสอยู่ในระดับ 2 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุน จากโรงไฟฟ้า SPP และ IPP มีรายได้สูงขึ้น ตามความต้องการ หลังการคลายล็อกดาวน์ ทั้งในประเทศไทย และ เวียดนาม ประกอบกับ เป็นไตรมาสแรก ที่จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH
 

*** ปีหน้า COD โรงไฟฟ้า GRSC อีก 2 หน่วย กูรูชี้ปี 64–68 โตแรงสุดในกลุ่ม
 

บล.เคทีบี เอสที ระบุว่า จากการเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ กับผู้บริหาร GULF ทางบริษัท ระบุว่า โครงการโรงฟ้าก๊าซธรรมชาติ (GRSC) ที่กำลังอยู่ระกว่างก่อสร้าง จะสามารถ COD ได้ทันกำหนดการปี 65 ที่บริษัทตั้งเป้าได้

โดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรงไฟฟ้า GRSC ของ GULF มีทั้งหมด 4 หน่วย กำลังการผลิตรวม 2,650 MW (หน่วยละ 662 MW) ซึ่ง GULF ได้ COD หน่วยที่ 1 และ 2 ไปเมื่อเดือน ม.ค. และ ต.ค.ที่ผ่านมา เรียบร้อยแล้ว ส่วนหน่วยที่ 3 และ 4 จะกำหนด COD ต้นปี 65 

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน เสริมว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าของ GULF มีแนวโน้มเติบโตในระดับสูงอย่างน้อยอีก 5 ปี (ถึงปี 69) จากการเดินหน้าทยอย COD โครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อถึงปี 69 กำลังการผลิตของ GULF จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันราว 2 เท่าตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วงปี 64 - 69 จะเติบโตในระดับที่สูงกว่ากลุ่ม เฉลี่ย 59% ต่อปี ซึ่งเป็นการเติบโตขึ้นแบบขั้นบันไดทุกปี
 

*** กุรูชี้ทั้ง Valuation – พื้นฐาน ยังน่าสนใจเข้าสะสม
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า หากพิจารณาทั้งมูลค่า (Valuation) และ ปัจจัยพื้นฐาน ถือว่า GULF ยังมีความน่าสนใจอยู่พอสมควร สะท้อนจาก PE ปี 65 ที่อยู่ในระดับ 33 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าในอดีต แต่การเติบโตต่อจากนี้ กลับอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ จึงมองเป็นโอกาสซื้อลงทุน

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบี เอสที ที่มองว่า การเข้าลงทุนใน GULF ยังมีความน่าสนใจ แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลง Underperform ดัชนีหุ้นไทย (SET) ราว2% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากความกังวลราคาก๊าซธรรมชาติ อยู่ในระดับสูง อาจกดดันผลการดำเนินงานในช่วงท้ายปี มากจนเกินไป 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น GULF ยังมีโอกาสกลับมา Outperform ดัชนีหุ้นไทยในระยะถัดไปได้ เนื่องจากกำไรสุทธิ ที่จะเติบโตอย่างโดดเด่น ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป หลังจะเริ่มรับรู้รายได้จาก INTUCH เป็นไตรมาสแรก ประกอบกับ ปีนี้มีการ COD โรงไฟฟ้า IPP ถึง 5.3 GW รวมทั้งยังอยู่ระหว่างศึกษาโครงการอื่นเพิ่มเติมอีก 8 GW ซึ่งหากสำเร็จจะสร้างปัจจัยหนุนให้กับราคาหุ้นเพิ่มเติม จากประเด็นผลประกอบการเติบโตโดดเด่น
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ ชอบการเติบโต – ราคาไม่แพง
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงาน GULF มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป ภายหลังเริ่มบุ๊ครายได้จาก INTUCH ขณะที่ ยังมีโครงการใหม่เตรียม COD อย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีจากนี้ ประกอบกับ มูลค่าหุ้นเทียบกับการเติบโต ถือว่ายังไม่แพงเท่าไรนัก 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     56.00
หยวนต้า  ซื้อ     48.50
บัวหลวง Neutral 48.00
เคทีบีฯ ซื้อ     44.00
โนมูระฯ ซื้อเก็งกำไร 44.00
ราคาเฉลี่ย 48.10


แม้เช้านี้ราคาหุ้น GULF จะปรับตัวขึ้น 2.55% แต่ราคาหุ้น 2 เดือนล่าสุดยังปรับตัวลงราว 7.51% จนทำให้ยังมีอัพไซด์สูงราว 20% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ซึ่งอาจสะท้อนได้ว่า ราคาหุ้น GULF ณ ปัจจุบัน ยังไม่ได้ตอบรับ ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ที่มีแนวโน้มทำนิวไฮไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน มากเท่าไรนัก....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด