สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 26 เมษายน 2561 | 09:21

KBANK ร่วงกว่า 14% หลังประกาศปลดล็อคค่าฟี ราคานี้น่าเก็บหรือยัง?

KBANK ร่วงกว่า 14% หลังประกาศปลดล็อคค่าฟี ราคานี้น่าเก็บหรือยัง?

           จับตาหุ้น KBANK หลังร่วงต่อเนื่องกว่า 14% นับจากประกาศฟรีธรรมเนียม และปรับลดเป้าหมายการเติบโตปีนี้ แม้งบไตรมาส 1/61 ออกมายังดูดี แต่นักวิเคราะห์ชี้ผลกระทบจากค่าธรรมเนียมจะเห็นในช่วงที่เหลือของปี 

           ราคาหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปรับตัวลงแรงในการซื้อขายวานนี้ โดยปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 188.50 บาท ต่ำสุดรอบราว 8 เดือน ก่อนปิดการซื้อขายที่ 190.00 บาท ลดลง -4.50 บาท หรือ 2.31%  มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ที่ 3,522.07 ล้านบาท 
           แต่หากนับจากที่ธนาคารประกาศฟรีค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์ในปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่าราคาหุ้นร่วงต่อเนื่องราว 14.41% เพราะธนาคารได้ประกาศลดเป้าหมายการเงินปีนี้ลงด้วย  
           KBANK แจ้งที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อ 4 เม.ย.61 มีมติอนุมัติการปรับเป้าหมายทางการเงินของธนาคาร ในส่วนของการเติบโตรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income Growth) -6% to -8% สำหรับปี 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสภาวะเศรษฐกิจ 
           อย่างไรก็ตาม KBANK แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิยังเติบโตได้ดี ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะผลกระทบจากค่าธรรมเนียม จะเริ่มเห็นในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยส่วนใหญ่แนะนำเพียงถือ หรือ ขาย
           KBANK ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ที่ 1.076 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.84% โดยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 2.06% ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อหมุนเวียนและสินเชื่อการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ NPL ทรงตัวจากสิ้นปีก่อนที่ 3.30% ขณะที่มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลง
           บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุ กำไร 1Q18 อยู่ที่ 10.7 พันล้านบาท +5.8% yoy และ +88.7% qoq สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 5%กำไร 1Q18 เป็น 26% ของประมาณการ FY18F ก่อนหน้าของเรา
           อัตราการเติบโตสินเชื่อ 1Q18 อยู่ที่ 2.0% YTD จากสินเชื่อภาคธุรกิจ (corporate loans) เราเชื่อว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย NIM จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันเรายังไม่เห็นการเติบโตในส่วน SMEs
           เราลดประมาณการ EPS FY18/19F/20F ลง 13.3%/7.8%/4.7% เพื่อสะท้อนการการลดรายได้ค่าธรรมเนียม fee income และ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย
           เราปรับคำแนะนำ KBANK เป็น ขาย และตัดราคาเป้าหมายวิธี GGM เป็น 192.6 บาท 
           บล.ทรีนีตี้ ระบุ สำหรับผลประกอบการใน 1Q61 ที่ค่อนข้างโดดเด่นนั้น ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งเรามองว่าในช่วงที่เหลือของปีจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำในไตรมาสนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปกติตามฤดูกาล เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2561 ที่ 35,411 ล้านบาท ซึ่งเป็นประมาณการที่เราได้ปรับในช่วงก่อนหน้าเพื่อสะท้อนปัจจัยด้านการยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านระบบ Digital ไปแล้ว
           เราประเมินราคาเป้าหมายสำหรับปี 2561 อยู่ที่ 205 บาท อิง PBV 1.3 เท่า แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะปรับตัวลงมาแรง แต่ยังมี Upside ค่อนข้างจำกัด เราจึงแนะนำเพียง "ถือ" โดยยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย
           ขณะที่ บล.หยวนต้า เป็นโบรกฯที่ให้ราคาเหมาะสม KBANK สูงสุดที่ 240 บาท พร้อมแนะนำซื้อ โดยระบุว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวลบไปหมดแล้ว
           บล.หยวนต้าระบุว่า 1) ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ปรับตัวลงราว 12% นับตั้งแต่ KBANK ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2561 สะท้อนความกังวลเรื่องนี้ไปแล้ว และ 2) คาดการตั้งสำรองลดลง ภาพรวมกำไรสุทธิปีนี้โต 10% YoY สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 4.2% YoY

           หุ้น KBANK ที่ร่วงลง อาจถึงระดับที่นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจ ในขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมที่ค่อนข้างต่างกันมาก การตัดสินใจลงทุนจึงต้องระมัดระวัง โดยผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี อาจจะสะท้อนได้ในระดับหนึ่งว่า KBANK จะผ่านมรสุมค่าธรรมเนียมไปได้ดีเพียงใด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด