หุ้นเด่นวันนี้

CHG เก็งงบ Q1/61 โตดี แต่ยังกังวลมาร์จิ้นลดลงทุกปี

CHG  เก็งงบ Q1/61 โตดี แต่ยังกังวลมาร์จิ้นลดลงทุกปี

    CHG ราคากระตุกบวก! นักวิเคราะห์มองรายได้รักษาพยาบาลทำนิวไฮในไตรมาส 1/61  รับโรคโรต้าระบาด ในขณะที่กำไรสุทธิทั้งปีจะกลับมาโตแตะ 623 ลบ. รับจำนวนคนไข้เงินสดเพิ่ม และไร้ค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ค่าใช้จ่ายการลงทุนสูงยังกดดันความสามารถการทำกำไร 

    ราคาหุ้น บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์(CHG)วันนี้ปรับตัวขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด ทำจุดสูงสุดของภาคเช้าที่ 1.92 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 1.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท หรือ 1.60% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 171% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    CHG ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน ผ่านบริษัทย่อย 8 แห่ง ณ สิ้นปี 60 มีโรงพยาบาลและคลินิกรวมทั้งหมด 14 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่บริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ และนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา  

    ผลประกอบการ CHG ทำสถิตินิวไฮต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 57-60 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 480.62 ล้านบาท 538.38 ล้านบาท 564.29 ล้านบาท และ 565.44 ล้านบาท ตามลำดับ 

    แต่หากดูที่ความสามารถในการทำกำไรจะพบว่า CHG มีอัตรากำไรสุทธิลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (58-60) ที่ 16.94% , 15.43% และ 14.51% ตามลำดับ

    CHG ราคาหุ้นร่วงแรงจาก 2.80 บาท ในช่วงพ.ย.60 ลงมาซื้อขายที่เพียง 1.9 บาท ในปัจจุบัน จากความผิดหวังต่อผลประกอบการในไตรมาส 4/60 ที่ออกมาต่ำกว่าตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายจากการขยายธุรกิจที่สูงเข้ามากดดัน

    วันนี้ราคาหุ้น CHG กระตุกบวกขึ้นมาอีกครั้ง คาดว่ามาจากประเด็นผลประกอบการไตรมาส 1/61 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักวิเคราะห์มองรายได้จากธุรกิจการแพทย์จะทำนิวไฮ จากโรคระบาดที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้กลุ่มประกันสังคม แต่ยังมีความกังวลต่อความสามารถการทำกำไร จากการเร่งลงทุนในช่วงก่อนหน้านี้ 

    บล.บัวหลวง เผย CHG จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 ออกมาแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ จากรายได้ธุรกิจการแพทย์ที่จะทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1/61 และอัตรากำไรหลักจะฟื้นตัวในไตรมาส 1/61 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ทำให้อุปสงค์การแพทย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาลและฐานที่ต่ำในไตรมาส 1/60

    แนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน  2.90 บาท

    บล.เออีซี เผย ในช่วงไตรมาส 1/61 - 2/61 จะเห็นกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นจากปีก่อน เนื่องจากช่วงต้นปีที่ผ่านมามีโรคระบาดช่วยหนุนอัตราเข้ารักษา และยังได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นค่าบริการของกลุ่มประกันสังคม นอกจากนี้ยังมีฐานที่ต่ำในปีก่อน

    แนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 2.18 บาท

    ขณะที่ทั้งปี 61 กำไรสุทธิจะปรับตัวขึ้นมาเป็น 623 ล้านบาท จากจำนวนคนไข้เงินสดที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเตียง และคู่แข่งในจ.ระยองออกจากโครงการประกันสังคมไป อย่างไรก็ตามความสามารถในการทำกำไรที่อ่อนแอลงจากการเร่งลงทุนจะยังกดดันกำไรสุทธิ แต่จะค่อยๆดีขึ้นใน 2 - 3 ปีข้างหน้า

    บล.ฟิลลิป เผย กำไรสุทธิ CHG ในปี 61 จะเติบโตเด่นขึ้นมาที่ 623 ล้านบาท จากแนวโน้มกลุ่มลูกค้าเงินสดที่จะปรับตัวขึ้นตามการเพิ่มจำนวนเตียง และขยายพื้นที่ให้บริการต่างๆ เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้ นอกจากนี้คาดว่าจะปรับขึ้นค่าบริการอีกเล็กน้อย 2 - 3%

    ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มประกันสังคมในโรงพยาบาลรวมแพทย์ระยองจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 แสนราย จากปีก่อนที่ 4.02 แสนราย เนื่องจากโรงพยาบาลในจังหวัดระยอง 1 แห่งได้ออกจากโครงการประกันสังคมไป  ทำให้มีผู้ประกันตนราว 2 หมื่นรายต้องหาโรงพยาบาลใหม่ และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเข้ามาอีก เช่น ปีก่อนที่มีตั้งสำรองหนี้ประกันสังคมปี 56

    อย่างไรก็ตามการเปิดให้บริการโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 ในช่วง พ.ค. - มิ.ย.61 จะทำให้ อัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) จะปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้ามาเป็น 31.4% จากปีก่อนที่ 32.1% 

    แนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 2.50 บาท 

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เผย ยังมีความกังวลกับความสามารถในการทำกำไรที่อ่อนแอลงมาตั้งแต่ไตรมาส 2/60 และจะกดดันต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเป็นช่วงขยายการลงทุน โดยเฉพาะการเปิดบริการโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 และการเปิดโรงพยาบาลรวมแพทย์ที่จังหวัดฉะเชิงเทราขนาด 100 เตียงในปี 62 

    แนะนำ ถือ ที่ราคาพื้นฐาน 1.90 บาท โดยมีความเสี่ยงหลักคือ ต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ที่สูงในช่วงขยายโรงพยาบาล

    บล.เคจีไอ คาดว่าผลประกอบการจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นใน 2 - 3 ปีข้างหน้า จากโครงสร้างผู้ป่วยที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขยายโรงพยาบาล มีความสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี และการปรับลดรายได้จากโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติลง จะช่วยหนุนอัตรากำไรขึ้นในระยะยาว 

    แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 2.84 บาท 

    CHG ได้รับอานิสงส์จากเชื้อไวรัสโรต้าทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1/61 จะกลับมาโตโดดเด่น โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่จะทำนิวไฮ แต่การเติบโตในครั้งนี้ยังต้องจับตาว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นหรือไม่ เพราะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ที่จ่อเข้ากดดันความสามารถการทำกำไรตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด