หุ้นเด่นวันนี้

KCE พุ่งแรงสวน SET ..บาทอ่อนดันกำไรสู่จุดพีค!

KCE พุ่งแรงสวน SET ..บาทอ่อนดันกำไรสู่จุดพีค!

KCE ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 8.28% สวนทาง SET ปิดลบ 10.55 จุด คาดรับปัจจัยหนุนบาทอ่อน – ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ด้านโบรกฯ ประเมินกำไรโค้งสามยังโตแรงไม่เลิก เหตุธุรกิจเข้าไฮซีซั่น บาทอ่อนช่วยหนุน ส่วนจุดพีค รออยู่ไตรมาสสุดท้ายของปี กูรูเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม เหตุกำไรปี 64-65 จ่อโตแรงสุด 
 

*** ปิดเช้าบวก 8.28% รับบาทอ่อน – ต้นทุนลด
 

ราคาหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 85.50 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 85 บาท เพิ่มขึ้น 6.5 บาท หรือ 8.28% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 332.24% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น KCE ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 8.28% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ10.55 จุด หรือ -0.65% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน เงินบาทวันนี้ อ่อนค่าแตะ 33.50 บาท/ดอลลาร์ ประกอบกับ ต้นทุนวัตถุดิบ อย่าง ทองแดง ปรับตัวลดลงจากเงินดอลลาร์ฯแข็งค่าขึ้น ทำให้มีแรงเก็งกำไร จากที่ก่อนหน้านี้ราคาพักตัวค่อนข้างมาก
 

*** โค้งสามเข้าไฮซีซั่น กำไรพุ่งไม่หยุด
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/64 ของ KCE ไว้ที่ 690 ล้านบาท เติบโตขึ้น 176% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ โดยลูกค้าในประเทศ และสหรัฐฯ-ยุโรป มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน  ประกอบกับ อุตสาหกรรมยานยนต์ มีการเติบโตทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังคาดว่า KCE จะมีการให้พนักงานเร่งทำงานล่วงเวลา เพื่อเพิ่มผลผลิตชดเชยผลกระทบโควิด-19 ที่มีต่อโรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบกับ เงินบาทที่อ่อนค่าถึง 33.40 บาท/ดอลลาร์ ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จะช่วยทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ KCE ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 30% (สูงสุดรอบ 4 ปี)

เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่มองว่ากำไรปกติไตรมาส 3/64 ของ KCE จะเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยประเมินไว้ที่ 655 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุน จากการกลับมาเร่งกำลังผลิตในเดือน ก.ย.นี้ หลังโรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราวในช่วงเดือนปลาย มิ.ย. – ต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 

ขณะเดียวกัน KCE ยังได้รับปัจจัยหนุนจากเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 30% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าไตรมาสก่อน และปีก่อน ที่อยู่ในระดับ 29% และ 19% ตามลำดับ 
 

*** จุดพีคปีนี้ รออยู่ไตรมาสสุดท้าย 
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ KCE จะเป็นจุดสูงสุดของปี 64 โดยมีปัจจัยหนุน จากคำสั่งซื้อ ณ ปัจจุบันที่มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับ มีคำสั่งซื้อที่คงค้างมาจากครึ่งปีแรกด้วย ขณะที่ การแข่งขันกับผู้ประกอบการจีน มีความรุนแรงต่ำมาก เพราะ KCE ปรับขึ้นราคาสินค้าน้อยกว่าคู่แข่ง เพราะได้รับอานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่า

นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง โดยคาดว่า สถานการณ์ช่วงไตรมาส 4/64 จะดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ KCE สามารถเดินหน้าขยายแผนกำลังผลิตส่วนเพิ่มได้อีกราว 10-15% อีกด้วย

สอดคล้องกับ บล.บัวหลวง ที่มองว่า กำไรสุทธิปี 64 ของ KCE มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในทุกไตรมาส โดยช่วงไตรมาส 4/64 คาดว่ายอดขายของ KCE จะเติบโตขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก มีการขยายกำลังการผลิตช่วยหนุนให้ อัตรากำไรขั้นต้น มีโอกาสปรับตัวขึ้นเกิน 30% หลังใช้กำลังการผลิตได้เต็มที่มากขึ้น 
 

*** ยอดใช้ชิ้นส่วนฯปีนี้โตเกินคาด ลากยาวถึงปี 65
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สถาบันวิจัย World Semiconductor Trade Statistic (WSTS) ปรับคาดการณ์การเติบโตของตลาด Semiconductor ปี 64 เป็น 25% จากปีก่อน (เดิม 19%) สู่ระดับ 5.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ และคาดว่า จะเติบโตต่อเนื่องในปี 65 อีก 10% สู่ระดับ 6 แสนดอลลาร์ฯ แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นปัจจัยกดดันก็ตาม

ซึ่งสาเหตุของการเติบโตที่ดีกว่าคาด เป็นเพราะ ภาพรวมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิสก์ เติบโตขึ้นต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สะท้อนจากอุตสาหกรรมยานยนต์, โทรคมนาคมและ 5G ที่ปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก และอุตสาหกรรม Data center ที่ยังทรงตัวสูงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยต่างๆ คาดยอดขายสินค้าในอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเครื่องประกอบ ปี 64 – 65 ดังนี้

1.สถาบัน Canalys คาดยอดขาย Smart Phone ทั่วโลก ในปี 64-65 เติบโตขึ้น 12% และ 5% ตามลำดับ คิดเป็นจำนวนเครื่อง 1.4 พันล้านเครื่อง และ 1.5 พันล้านเครื่อง ตามลำดับ

2.สถาบัน Statista คาดการณ์ยอดขายรถยนต์ทั่วโลก ในปี 64-65 จะเติบโตขึ้น 9% และ 5% ตามลำดับ คิดเป็นจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 70 ล้านค้น และ 73.5 ล้านคัน ตามลำดับ


*** กูรูชี้ Valuation น่าสนใจ เลือกเป็น Top Pick
 

บล..เคทีบีเอสที มองว่า มูลค่า (Valuation) ของ KCE ณ ปัจจุบัน ยังมีความน่าสนใจ แม้ราคาหุ้น 1 – 3 เดือน ที่ผ่านมา จะปรับตัวขึ้น Outperform ดัชนีหุ้นไทย ราว 9.5% และ 34% ตามลำดับ จากเงินบาทอ่อนค่า และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 น้อยกว่าคู่แข่ง

แต่ ราคาหุ้น KCE ณ ปัจจุบัน ยังเทรด PER ปี 65 ที่ระดับ 27.8 เท่า เทียบกับการเติบโตของกำไรสุทธิปี 62-65 เฉลี่ยอยู่ที่ 80% คิดเป็น PEG เพียง 0.34 เท่า

ส่วน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยังคงเลือก KCE เป็น Top Pick ในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิปี 64-65 ที่โดดเด่นถึง 160%  และ 33% ตามลำดับ ซึ่งการเติบโตของกำไรสุทธิระดับดังกล่าว ในช่วงปี 64-65 ถือเป็นการเติบโตที่สูงกว่าหุ้นในกลุ่มฯ อย่าง DELTA, HANA และ SVI ค่อนข้างมาก
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า กำไรสุทธิของ KCE ช่วง 2 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ จะเติบโตขึ้นโดดเด่นทุกไตรมาส และยังคงลากยาวไปถึงช่วงปี 65 หลังมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าถึงช่วงไตรมาส 1/65 แล้ว 

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     100.00
เอเชียเวลท์ ซื้อ     95.00
เคทีบีฯ ซื้อ     90.00
โนมูระฯ  ซื้อเก็งกำไร   87.70
หยวนต้า  ซื้อเก็งกำไร 87.00
ราคาเฉลี่ย 91.94


แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ จะมองว่ากำไรสุทธิครึ่งปีหลัง และ ปี 65 ของ KCE จะเติบโตได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ที่ปรับตัวขึ้นแรงถึง 8.28% ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน เหลืออัพไซด์ราว 8.16% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด