หุ้นเด่นวันนี้

OSP จุดต่ำสุดใกล้มาถึง...ระวังกูรูหั่นเป่ากำไร!

OSP จุดต่ำสุดใกล้มาถึง...ระวังกูรูหั่นเป่ากำไร!

OSP ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.16% คาดรับปัจจัยหนุนประกาศปันผลครึ่งปีแรกให้ยิลด์ 1.3% - งบโค้งสองโตตามคาด แต่กูรูหวั่นงบโค้งสาม เป็นจุดต่ำสุดปีนี้ เหตุโควิดยังระบาดหนัก กระทบรายได้ทั้งในประเทศ – ต่างประเทศ ส่งผลต้องหั่นเป้ากำไรปีนี้ลง คาดกรณีแย่สุด กำไรปี 64 หดตัว 5.9% จากปีก่อน
 

*** ปิดเช้าบวก 2.16% หลังประกาศปันผลครึ่งปีแรกให้ยิลด์ 1.3%
 

ราคาหุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ช่วงเช้าวันนี้ (13 ส.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 35.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.16% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 83.09% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น OSP ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.16% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล อัตรา 0.45 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 1.3% โดยจะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 24 ส.ค.64 และจ่ายเงินปันผล วันที่ 10 ก.ย.64

นอกจากนี้ OSP ยังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 2/64 ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 820 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในตลาด อีกด้วย
 

*** แต่งบโค้งสาม จ่อวูบทั้ง YoY-QoQ เหตุโควิดกระทบหนัก
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ OSP มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวของ OSP จะหดตัวทั้งเทียบปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ) โดยมีปัจจัยกดดันหลัก จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังคงระบาดหนัก ส่งผลให้ประเทศไทย ต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งกระทบต่อยอดขายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศเมียนมาร์ ก็มีความรุนแรงเช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญกดดันยอดขายต่างประเทศ ในช่วงไตรมาส 3/64 ของ OSP ปรับตัวลดลง

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ OSP มีแนวโน้มหดตัวทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยมีเหตุผลหลัก จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ในประเทศ ที่ยังคงความรุนแรง ส่งผลให้รัฐบาลไทย ต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งกระทบต่อยอดขายของ OSP อย่างมีนัยสำคัญ
 

*** โควิดยังระบาดหนัก กูรูจ่อหั่นเป้ากำไรปี 64
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ OSP เหลือ 3.2 พันล้านบาท หดตัว 5.9% จากปีก่อน สะท้อนจากการปรับลดประมาณการรายได้ปี 64 ลงจากเดิม 8.6% เหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 4.48% จากปีก่อน หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงความรุนแรง

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ OSP ลงจากเดิม 8% เหลือ 3.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังระบาดรุนแรง และยาวนานกว่าคาดการณ์ ทั้งในประเทศ และกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการจ้างงานในกลุ่ม Blue Collar ส่งผลให้การบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังปรับตัวลง
 

*** แม้งบโค้งสามไม่สวย–โดนหั่นกำไร แต่กูรูมองเป็นจังหวะเข้าสะสม
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น OSP ตั้งแต่ 20 ก.ค. – ปัจจุบัน ปรับตัวลงราว 9.2% สะท้อนว่า ราคาหุ้นได้ตอบรับ ปัจจัยลบของผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ไปพอสมควรแล้ว ดังนั้น แม้ว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ OSP ลงจากเดิม เพื่อลดความเสี่ยงลง แต่ยังมี Upside gain ค่อนข้างสูง จึงยังสามารถทยอยเข้าสะสมได้

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่ระบุว่า ราคาหุ้น OSP ปรับตัวลงราว 11% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าได้สะท้อนปัจจัยลบเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ไปมากพอสมควรแล้ว ขณะที่ PER ปัจจุบันซื้อขายที่ 27.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ตั้งแต่ OSP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ 33 เท่า ทำให้มองว่า นักลงทุนยังสามารถทยอยสะสมหุ้น OSP ได้ เพื่อรอการฟื้นตัวไตรมาส 4/64
 

*** กำไรไตรมาสสุดท้าย คาดเป็นจุดสูงสุดในปีนี้
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ OSP มีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดในปีนี้ ภายใต้สมมติฐานการแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วงดังกล่าว ไม่รุนแรงขึ้นกว่าในช่วงไตรมาส 3/64 

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ OSP มีแนวโน้มกลับมาเติบโต ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน ได้อีกครั้ง โดยมีเหตุผลหลัก จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย เริ่มผ่อนคลายความรุนแรงลงจากช่วงไตรมาส 3 /64 

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/64 จะเป็นช่วงที่ธุรกิจของ OSP เข้าสู่ฤดูกาลขายมากขึ้น รวมทั้งคาด Gross Margin ในช่วงดังกล่าว จะปรับตัวขึ้นสูงสู่ระดับ 36% หลังเตาหลอมขวดแก้วใหม่ สามารถเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างต่อเนื่อง 
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงแนะนำ"ซื้อ" แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ OSP มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แต่ราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลงราว 10% ได้สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปมากพอสมควรแล้ว จึงทำให้ราคาหุ้นเริ่มมีดาวน์ไซด์จำกัด ขณะที่ ผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้าย ยังมีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดของปี 64 อีกด้วย

บล.  คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     45.00
หยวนต้า ซื้อ     40.50
เอเชีย พลัส ซื้อ     38.00
เคทีบีฯ  ถือ     38.00


เดิมที นักวิเคราะห์ในตลาดส่วนใหญ่ประเมินว่า กำไรสุทธิปี 64 ของ OSP มีแนวโน้มเติบโตระดับเลขสองหลัก โดยมีโครงการลดต้นทุน Fit Fast Firm เป็นพระเอก ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ปัจจุบัน กลับไม่เป็นเหมือนที่นักวิเคราะห์คาดไว้เมื่อช่วงต้นปีแล้ว 

หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 รุนแรงกว่าคาด ส่งผลให้นักวิเคราะห์ เริ่มปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ OSP เหลือเติบโตเพียงเลขหลักเดียว นอกจากนี้ ยังมีบางโบรกฯ คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้ของ OSP มีความเสี่ยงที่จะหดตัวครั้งแรก นับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 60 อีกด้วย...  







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด