สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 3 พฤษภาคม 2561 | 13:24

GULF ซิ่งทะลุป้าย XD ลุ้นคำนวณ MSCI จับตาราคานี้แพงไปหรือยัง

GULF ซิ่งทะลุป้าย XD ลุ้นคำนวณ MSCI จับตาราคานี้แพงไปหรือยัง

    GULF ซิ่งทะลุป้าย XD ทำนิวไฮรอบ 1 เดือน ลุ้นเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard วันที่ 14 พ.ค.นี้ หลังมาร์เก็ตแคปทะลุ 1.4 แสนล้านบาท ฟากโบรกฯ มองมีศักยภาพโตอีกมากจากแผนขยายกำลังผลิตใน 8 ปีข้างหน้า แต่ปัจจุบันอัพไซด์แทบไม่เหลือ หลังราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปหมดแล้ว 

    ราคาหุ้น บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์(GULF)พุ่งตั้งแต่เปิดตลาด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดเช้าวันนี้ที่ 72 บาท ทำนิวไฮรอบ 1 เดือน ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 71.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.5 บาท หรือ 3.64% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 268.72% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    GULF เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีบริษัท กัลฟ์ วีทีพี จำกัด (GVTP) เป็นบริษัทแกน โดยเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 6 ธ.ค. 60 ล่าสุดมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ที่สัดส่วน 35.44% ซึ่งปัจจุบันเป็นเศรษฐีอันดับ 7ของไทย และมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยอยู่ที่ 14,169 ราย 

    GULF ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของไทย โดยในปี 60 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าที่ 48.9% และมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 47.8% รายได้ค่าบริหารจัดการ 3.3%

    แม้ GULF จะก่อตั้งมาตั้งแต่ในปี 54 และเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของไทยแต่บริษัทกลับเริ่มมีกำไรสุทธิเข้ามาในปี 59 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูง โดยในปี 57 - 58 มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 431.06 ล้านบาท และ 811.39 ล้านบาท และเริ่มมีกำไรสุทธิในปี 59 - 60 อยู่ที่ 417.56 ล้านบาท และ 3,451.42 ล้านบาทตามลำดับ

    ราคาหุ้น GULF พุ่งแรงวันนี้ แม้ถูกแขวนป้าย XD รับเงินปันผลหุ้นละ 0.40 บาท หลังมีข่าวลุ้นเข้าคำนวนดัชนี MSCI Global Standard ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ซึ่งจะหนุนเงินเข้าลงทุนหุ้น GULF ราว 1.7 พันล้านบาท

    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เผย จากการคำนวณพบว่า GULF มีโอกาสในการเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard เนื่องจาก ยังมีจำนวนหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติสามารถถือเพิ่มได้ และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(Market Cap) ซึ่งจะประกาศภายในวันที่ 14 พ.ค.นี้ และมีผลในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งหากได้รับเข้าคำนวนจะมีเงินจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาราว 1.7 พันล้านบาท  

    ฟากโบรกฯ มองบริษัทมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากจาก แผนเพิ่มกำลังผลิตที่ยาวถึง 8 ปี ทำให้กำไรจากธุรกิจหลักจะโตเฉลี่ย 34.4% ต่อปีในช่วงปี 61 - 68 แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยบวกต่างๆไปหมดแล้ว แต่ยังมีลุ้นจากแผนเข้าลงทุนโครงการใหม่ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มอีก 1GW ช่วยเพิ่มอัพไซด์

    บล.เคจีไอ เผย GULF มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตที่สูงถึง 3.9 กิกะวัตต์(GW)ในช่วงปี 61 - 67 เป็น 5.9 GW ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตแซงหน้าคู่แข็งทุกราย และมีกำไรจากธุรกิจหลักโตถึงปีละ 34.4% ในช่วงปี 61 - 68 ขณะที่กำไรปกติปีนี้จะโตแรงสุดในกลุ่มที่ 144% จากการเปิดโรงไฟฟ้า SPPs 4 โครงการในปีนี้ และรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีจาก SPPs 5 โครงการ
    อย่างไรก็ตามมองว่าราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 68 บาท เป็นราคาที่สะท้อนการเติบโตในอนาคตไปทั้งหมดแล้ว ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันไม่มีอัพไซด์เหลือ และปันผลในขณะนี้ก็ยังไม่น่าสนใจจนกว่าทุกโครงการของบริษัทจะเปิดดำเนินการครบทั้งหมด
    โดยปัจจัยที่จะสร้างอัพไซด์เพิ่มคือ บริษัทต้องได้รับโครงการใหม่ๆ เพิ่มอีก รวมถึงประสิทธิภาพการผลิตจะต้องดีเกินคาดจากการทำ Tie-Line อุปสงค์การใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นจากเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) และต้นทุนการก่อหนี้ลดลงจากการรีไฟแนนซ์หนี้เดิม

    บล.หยวนต้า เผยปรับประมาณการกำไรในปี 61 - 62 ลง 25% และ 21% เป็น 3,203 ล้านบาทและ 4,306 ล้านบาทตามลำดับเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและ SG&A ที่สูงกว่าคาดตามการทยอย COD ของโรงไฟฟ้า แต่ในระยะยาวจะได้รับผลดีจากการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต 
    ด้านโครงการโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม ที่รวมทุนกับ Thanh Thanh Cong Group (TTC Group)กำลังผลิต 48 เมกะวัตต์(MW)ในสัดส่วนถือหุ้น 49% จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์(COD)ภายในปี 62 ซึ่งจะสร้างกำไรได้ราว 10 - 20 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลประมูลโรงไฟฟ้า 300 MWในโอมานเพิ่มและจะรู้ผลภายในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งหากชนะประมูลจะเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 2.5 - 3.5 บาท/หุ้น
    ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ซื้อเก็งกำไร" และเพิ่มราคาเหมาะสมปี 61 เป็น 77.20 บาท จากเดิม 63 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC 5.4%และ Terminal growth 0% เท่าเดิม)

    บล.เคทีบี ประเมินผลประกอบการใน 7 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นจากโรงไฟฟ้าที่ทยอย COD อีก 4,209 MW ซึ่งจะหนุนกำไรปกติโตเฉลี่ย 20% ต่อปี ในปี 60 - 67 โดยในปีนี้คาดมีกำไรปกติอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท โต 30% จากช่วงเดียวกันปีก่อนจากการเพิ่มกำลังผลิต 290 MW 
    นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากโครงการทั้งในและต่างประเทศอีกกว่า 1 GW แบ่งเป็น โครงการโซลาร์ในเวียดนาม 200MW โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในประเทศโอมาน 300MW และโรงไฟฟ้าหลักในไทย 500MW ซึ่งจะรู้ผลภายในปีนี้ ขณะที่บริษัทยังมีศักยภาพในการลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 2GW ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นอัพไซด์ให้ประมาณการกำไรสุทธิได้อีก และมีโอกาสเทรดถูกกว่าอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
    แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 80 บาท อิงวิธี DCF(WACC 5.5%,ไม่มี Terminal Growth)ด้วยผลประกอบการระยะยาวที่เติบโตโดดเด่นและมีความมั่นคงสูงจากทุกโครงการมีสัญญารองรับในอีก 7 ปีข้างหน้า 

    ราคาหุ้น GULF ที่ปรับตัวขึ้นมาวันนี้สะท้อนกับความคาดหวังที่จะได้รับเข้าคำนวณดัชนี MSCI GLobal Standard ทำให้นักลงทุนต่างประเทศอาจต้องซื้อเพื่อถ่วงน้ำหนักหุ้นในพอร์ต แต่หากพิจารณาพื้นฐานจะพบว่าราคาหุ้นได้สะท้อนไปแล้วถึง 8 ปีข้างหน้าทำให้อัพไซด์เหลือไม่มาก นอกจากจะมีเซอร์ไพร์สได้รับโครงการใหม่ที่นอกเหนือจากแผน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด