หุ้นเด่นวันนี้

OR ดีดแรง-วอลุ่มแน่น ...รับธุรกิจเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว !

OR ดีดแรง-วอลุ่มแน่น ...รับธุรกิจเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว !

เช้านี้ OR พุ่งสูงสุด 5.8% ด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่น รับข่าวกำไรปี 64 โต 30% แถมปันผลอีก 0.19 บ./หุ้น ขณะที่โบรกฯ มองกำไร Q1/65 ยังฟื้นต่อ หลังมาตรการคุมโควิดลดความเข้มงวด หนุนการเดินทางฟื้น เป็นบวกทั้งธุรกิจน้ำมัน - Non-oil แถมรัฐลดภาษีน้ำมันดีเซล 3 บ./ลิตร ดันกำไรทั้งปีโตระหว่าง 7 - 13%
 

*** เช้านี้บวกสูงสุด 5.8% รับข่าวกำไรปี 64 โต 30%
 

ราคาหุ้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.พ.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 27 บาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้า ด้วยราคา 26.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 4.9% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 304.10% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น OR เช้านี้บวกสูงสุด 5.8% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศงบการเงินปี 64 ที่มีกำไรสุทธิ 1.14 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 30% จากปีก่อน ประกอบกับ ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 64 ในอัตรา 0.19 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 0.7% โดยจะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 28 ก.พ.นี้ และ จ่ายเงินปันผล 28 เม.ย.65
 

*** โบรกฯมองกำไรต้นปียังฟื้นต่อ หลังคาดเดินทางฟื้น
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ของ OR ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนืองจากไตรมาสก่อน โดยมีเหตุผลหลัก คือ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาล ที่ลดความเข้มงวดลง หนุนให้การเดินทางปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับ ธุรกิจ Lifestyle ที่จะได้รับอานิสงส์จากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสนับสนุนการขายลดลง

นอกจากนี้ ยังมีปัจัยหนุน จากการลดภาษีน้ำมันดีเซลลงในอัตรา 3 บาท/ลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ค่าการตลาดของบริษัทดีขึ้น เพราะไตรมาสที่ผ่านมา OR พยายามรักษาราคาดีเซลให้อยู่ในระดับ 30 บาท/ลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาด

สอดคล้องกับ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ที่มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ของ OR ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อนได้ โดยมีปัจจัยหนุน จากการเติบโตของยอดขายธุรกิจน้ำมัน และ Non-oil 
 

*** กูรูมองปีนี้ทุกธุรกิจยังไปต่อ หนุนกำไรโต 7 - 13%  
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ OR ไว้ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยหนุน จากปริมาณการขายน้ำมันโดยรวม และยอดขาย Cafe Amazon ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แม้จะยังมีการแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่ก็ตาม

ทั้งนี้ ประเมินว่า OR จะเปิดสถานีบริการน้ำมัน และร้าน Cafe Amazon ในประเทศ เพิ่มขึ้นปีละ 100 สถานี และ 400 สาขา ตามลำดับ ขณะที่ การเปิดสถานีบริการน้ำมัน และร้าน Cafe Amazon ในต่างประเทศ จะเพิ่มขึ้นได้ปีละ 35 สถานี และ 35 สาขา ตามลำดับ

สอดคล้องกับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ที่มองว่า กำไรสุทธิปี 65 ของ OR มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อนต่อเนื่อง หลังความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นตามการเติบโตเศรษฐกิจ และยอดขายอาหาร -  เครื่องดื่มเพิ่มขึ้นต่อด้วย โดย OR มีแผนขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน และสถานีชาร์จแบตฯ EV รวมทั้งขยายผลิตภัณฑ์อาหาร กาแฟ และร่วมทุนซื้อกิจการเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังจะลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ด้วย

สรุป นักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ OR ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.)   %chg YoY
คันทรี่ฯ 12,917   13
เอเซีย พลัส 12,880  12
ทรีนีตี้ 12,237 7


*** แผนลงทุน 5 ปี หนุนกำไรระยะยาวมีอัพไซด์
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า OR มีงบลงทุน 5 ปี (ปี 65 - 69) มูลค่ารวม 9.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะลงทุนในธุรกิจน้ำมัน 3.3 หมื่นล้านบาท, กลุ่ม Non-Oil มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท, กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 1.3 หมื่นล้านบาท, กลุ่ม  Innovation & New Business มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท และอื่นๆ 6.8 พันล้านบาท

ทั้งนี้ แผนการลงทุนของ OR จะครอบคลุมทั้งการขยายเครือข่ายธุรกิจเดิม และการรุกธุรกิจใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น การติดตั้ง EV Charger เพิ่มเติม 350 หัวจ่ายในปี 65, การทำ Solar Rooftop ในสถานีบริการ และการลงทุนธุรกิจใหม่ เช่น Pomelo และ Gowabi ซึ่งจะเป็นอัพไซด์ต่อกำไรสุทธิของ OR ในระยะยาว
 

*** โบรกฯชี้อัพไซด์น่าสนใจ แนะหาจังหวะสะสมลงทุนยาว
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ภาพรวมกำไรของ OR ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณฟื้นตัว ประกอบกับ ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์ที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเราที่ 28 บาท/หุ้น จึงแนะนำนักลงทุน เน้นหาจังหวะทยอยสะสมหุ้น เพื่อลงทุนระยะยาว  
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานปี 65 ของ OR ยังมีแนวโน้มเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี หลังประเมินว่า ทุกธุรกิจในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนได้ ประกอบกับ รัฐบาลมีนโยบายลดภาษีน้ำมันดีเซล 3 บาท/ลิตรทำให้ค่าการตลาดของ OR ลดลงตามไปด้วย
 

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ทรีนีตี้  ซื้อ     32.00
ยูโอบีฯ  ซื้อ     31.00
เอเซีย พลัส ซื้อ     28.00
คันทรี่ฯ ถือ     27.00
หยวนต้า ซื้อเก็งกำไร 25.50
ราคาเฉลี่ย 28.70


หากอ้างอิงจากข้อมูลของนักวิเคราะห์ ดูเหมือนสิ่งที่แตกต่างออกไปจากปีก่อน คือ แม้จะยังมีการแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่ แต่ส่วนใหญ่มองว่า การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จะไม่กดดันผลการดำเนินงานของ OR อย่างมีนัยสำคัญอีกแล้ว โดยมาตรการคุมโรคที่ผ่อนคลายลง จะเป็นตัวกระตุ้นผลการดำเนินงานในปีนี้ของ OR ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด