หุ้นเด่นวันนี้

RBF เด้งแรงวอลุ่มแน่น...หลังธุรกิจเข้าไฮซีซั่น!

RBF เด้งแรงวอลุ่มแน่น...หลังธุรกิจเข้าไฮซีซั่น!

เช้าวันนี้ หุ้น RBF มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่น ดันราคาหุ้นพุ่งทำนิวไฮรอบ 2 เดือน สวนทาง SET Index ที่ปิดเที่ยงในแดนลบ คาดได้รับแรงหนุนจากธุรกิจเข้าไฮซีซั่น ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ฉุดคำสั่งซื้อลดลง แต่การเข้าลงทุนช่วงนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่? ต้องติดตาม!
 

*** ดีดทำนิวไฮรอบ 2 เดือน รับธุรกิจเข้าไฮซีซั่น
 

ราคาหุ้น บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ช่วงเช้าวันนี้ (20 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 9.70 บาท ทำนิวไฮในรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 9.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.65 บาท หรือ 7.26% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 497.51% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น RBF ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 2 เดือน สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปรับตัวลง 7.64 จุด หรือ -0.50% เนื่องจาก ได้รับปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ โดยมีลูกค้าออกสินค้าใหม่มากขึ้น และยังได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐ ทั้ง"คนละครึ่ง"และ "ช้อปดีมีคืน"
 

*** กำไร Q4/63 ยังโตแกร่ง 
 

 บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า RBF จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 137 ล้านบาท เติบโตขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุน จากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง หลังเริ่มเดินเครื่องจักรโรงงานในประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนามมากขึ้น  

นอกจากนี้ RBF ยังประสบความสำเร็จในการปรับปรุงความสามารถทำกำไรของแต่ละกลุ่มสินค้า ซึ่งช่วยคุมรายจ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น โดยคาดจะช่วยหนุนอัตรากำไรปกติในช่วงไตรมาส 4/63 ปรับตัวขึ้นเป็น 16.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 13.0% 

สอดคล้องกับ บล.ทิสโก้ ที่คาดว่า RBF จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน  131 ล้านบาท เติบโตขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มกำลังการผลิตในต่างประเทศ, การเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายในประเทศ และอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อยอดขายที่ต่ำลง ซึ่งจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงไตรมาส 4/63 เพิ่มขึ้นเป็น 40.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 36.0% 
 

*** โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ ยังไม่ฉุดคำสั่งซื้อ
 

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทย กลับมาเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงอีกครั้ง หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมากกว่า 100 รายต่อวัน 

แต่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบกับ RBF มากนัก และยังมั่นใจว่า RBF จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า แม้จะเริ่มมีการล็อกดาวน์บางจังหวัด และภาครัฐเริ่มใช้มาตรการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวดอีกครั้ง 

เนื่องจากการล็อกดาวน์ครั้งแรกทำให้ร้านอาหารส่วนใหญ่ตกใจ จึงมีการชะลอคำสั่งซื้อชั่วคราว กระทบรายได้ของ RBF ในช่วงไตรมาส 2/63 ราว 1 เดือน ส่งผลให้รายได้ในช่วงดังกล่าวลดลง 11.4% จากไตรมาสก่อน แต่ยังเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักที่ทำให้มั่นใจว่า RBF จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ เนื่องจากผู้ประกอบการต่างมีประสบการณ์รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวมาแล้ว ขณะที่ เมื่อสอบถามไปยังผู้บริหาร RBF พบว่า ยังไม่มีสัญญาณการชะลอตัวของคำสั่งซื้อ ซึ่งภาพรวมยังอยู่ในภาวะปกติ

ขณะที่ธุรกิจโรงแรม อาจฟื้นตัวช้าออกไปจากประมาณการเดิม ซึ่งธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 1.4% ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น โดยคาดว่าจากสถานการณ์ปัจจุบัน จะทำให้ธุรกิจโรงแรมของ RBF ขาดทุนต่อไตรมาสอยู่ที่ 14 – 15 ล้านบาท เท่านั้น 
 

*** ส่องแนวโน้มปี 64 ยังไปได้สวย
 

นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน RBF ระบุว่า รายได้ปี 64 จะเติบโตขึ้น 10 – 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ มีแนวโน้มเติบโตตามทิศทางของรายได้ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้มั่นใจว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจยังไปได้สวย เนื่องจาก ยังมีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเกล็ดขนมปัง, แป้ง,ซอส กลุ่มแต่งกลิ่นรส และ สี 

ส่วน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ล็อกดาวน์ หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดในประเทศ ยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ และรายย่อยเป็นปกติ 

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ RBF อยู่ที่ 660 ล้านบาท เติบโตขึ้น  18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานที่ประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย ที่ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 70% สะท้อนความต้องการสินค้ายังอยู่ในระดับสูง แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิด-19 นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าขนส่งสินค้า ซึ่งจะทำให้มาร์จิ้นขยายตัวต่อเนื่อง

สอดคล้องกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่มองว่า กำไรสุทธิปี 64 ของ RBF จะอยู่ที่ 598 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการออกสินค้าใหม่ๆ และการประหยัดต่อขนาดของโรงงานที่ประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น
 

*** โบรกฯ แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลประกอบการไตรมาส 4/63 ของ RBF ยังเติบโตโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ขณะที่การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดคำสั่งซื้ออย่างมีนัยสำคัญ ส่วนปี 64 ยังมีปัจจัยบวกจากการประหยัดต่อขนาดของโรงงานต่างประเทศ ช่วยกระตุ้นผลประกอบการ 

บล. คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซื้อ         10.20
โนมูระ พัฒนสิน ซื้อ         10.50
ทิสโก้ ซื้อ         11.10
ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ         12.00
ราคาเฉลี่ย 10.95

สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาสนใจหุ้น RBF ช่วงนี้ อาจยังไม่สายเกินไปที่จะเข้าลงทุน เนื่องจากราคาซื้อขายปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์จากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ราว 13.47% ขณะที่แนวโน้มการดำเนินธุรกิจยังมีภาพการเติบโตที่ชัดเจน แม้จะมีการแพร่ระบาโควิด-19 เป็นปัจจัยฉุดอยู่บ้างก็ตาม....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด