หุ้นเด่นวันนี้

GULF ดีดแรงคลายกังวลเพิ่มทุน ลุ้นโบนัสจากดีล INTUCH

GULF ดีดแรงคลายกังวลเพิ่มทุน ลุ้นโบนัสจากดีล INTUCH

GULF ปิดซื้อขายช่วงเช้าบวกแรง 6.20% หลังคลายกังวลเรื่องเพิ่มทุน จากดีลเทกโอเวอร์ INTUCH ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมิน GULF อาจใช้งบลงทุนเพียง 1.3 แสนลบ. ต่ำกว่าคาด 1.69 แสนลบ. หลัง Singtel ยันไม่ขายหุ้นให้ คาดดีลนี้หนุนกำไร GULF ราว 2.5 – 5 พันลบ./ปี  
 

*** ปิดเช้าบวกแรง 6.20% หลังคลายกังวลดีล INTUCH 
 

ราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ช่วงเช้าวันนี้ (20 เม.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 34.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 34.25 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 6.20% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 364.65% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น GULF ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุน หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อประเด็นการทำคำเสนอซื้อหุ้น(เทนเดอร์ฯ) INTUCH 
 

*** สบายใจได้ ดีลนี้ไม่ต้องเพิ่มทุน
 

"สมิทธ์ พนมยงค์" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารสินทรัพย์ธุรกิจในเครือและการลงทุน GULF ยืนยันว่า บริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุน หลังประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้น INTUCH เนื่องจาก GULF ได้เตรียมเงินทุนรองรับไว้หมดแล้ว ทั้งจากกระแสเงินสดของบริษัทที่ปัจจุบันมีอยู่หลายหมื่นล้านบาท และยังมีวงเงินกู้ของบริษัทที่มีเหลืออยู่กับหลายธนาคาร 

เช่นเดียวกับ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี เอสที ที่มองว่า GULF มีความเสี่ยงต่ำมาก ที่จะเพิ่มทุนจากประเด็นดังกล่าว เนื่องจากคาดว่า GULF ไม่ต้องซื้อหุ้น ADVANC เพราะราคาเทนเดอร์ฯ 122.86 บาท/หุ้น ต่ำกว่าราคาตลาดราว 28% 

ส่วนการทำเทนเดอร์ฯ หุ้น ADVANC และ THCOM เพียงต้องทำตามเกณฑ์  Chain principle โดยขอผ่อนผัน ในส่วนของ THCOM ซึ่ง GULF คาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)โดยใช้แนวทางไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องการดำเนินการ ซึ่ง ก.ล.ต. เปิดช่องไว้ ซึ่งกระบวนการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค.นี้

ขณะเดียวกัน ณ ปัจจุบัน GULF ถือหุ้น INTUCH อยู่ราว 19% โดยคาด GULF จะซื้อหุ้น INTUCH เพิ่มได้อีกราว 60% เนื่องจาก Singtel ซึ่งถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ที่ 21% ประกาศชัดว่าจะไม่ขายหุ้น INTUCH และ GULF ระบุว่าคงไม่ปรับราคารับซื้อเพิ่มกว่า 65 บาท/หุ้น ซึ่งจะทำให้ GULF ใช้เงินลงทุนราว 1.3 แสนล้านบาท (เดิมคาด 1.69 แสนล้านบาท) 

โดยจะทำให้อัตราหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ของ GULF เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3.4 เท่า ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าข้อตกลงไม่เกิน 3.5 เท่า ซึ่งหาก GULF รวมงบของ INTUCH เข้ามา จะทำให้ D/E ของ GULF ลดลงไปอยู่ในระดับต่ำกว่า 2.5 เท่า ซึ่งยังเปิดช่องว่างสำหรับการขยายธุรกิจอื่นต่อไปได้อีก 

ส่วน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงแรก GULF จะใช้เงินทุนจากการกู้ยืมระยะสั้น (Bridging Loan) ไม่เกิน 1 ปี หลังจากนั้นจะออก Bond หรือเงินกู้ยืม ซึ่งปัจจุบัน GULF มี D/E ราว 1.4 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ข้อตกลงที่ระดับ 3.5 เท่า จึงทำให้ GULF ยังสามารถกู้เพิ่มได้อีกราว 1.2 – 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อธุรกรรมดังกล่าว และหากรวมงบ INTUCH เข้ามาจะทำให้ D/E ของ GULF ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีช่องว่างในการขอกู้เงินเพิ่มจากสถาบันการเงินได้อีก
 

*** ทำไมต้องซื้อ INTUCH เพิ่ม ?
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่าปี 64 INTUCH จะมีกำไรสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท ทำให้ GULF จะมีกำไรส่วนเพิ่มจากธุรกรรมนี้ราว 4 – 5 พันล้านบาท หลังหักดอกเบี้ยจ่าย (สมมติฐานถือหุ้น 79%) ขณะที่ ระยะยาว จะเกิดประโยชน์จากการ Synergy กับ INTUCH ที่มีฐานลูกค้ารายย่อย, รายใหญ่ ทั้งตลาด B2B และ B2C เพื่อเสริมศักยภาพให้ธุรกิจไฟฟ้าของ GULF หากมีการเปิดขายไฟฟ้าเสรีให้กับเอกชน

นอกจากนี้ ธุรกรรมดังกล่าว ทำให้ GULF ได้มาซึ่งฐานทุนของ INTUCH ที่มีเงินสดมากกว่าหนี้สิน ซึ่งจะทำให้ GULF มีเงินลงทุนในโครงการอื่นได้ใกล้เคียงเดิมหรือเพิ่มขึ้น จากเดิมฐานทุน 7.7 หมื่นล้านบาท มีหนี้ที่มีดอกเบี้ย 1.24 แสนล้านบาท กู้เพิ่มได้เพียง 1.3 - 1.4 แสนล้านบาท ภายใต้ Debt covenant ที่ 3.5 เท่า แต่เมื่อรวมงบการเงิน INTUCH ฐานทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 แสนลบ. กู้เพิ่มได้อีก 1.5 – 1.7 แสนล้านบาท (บนสมมติฐานถือหุ้น 40 - 79%)

สอดคล้องกับ บล.บัวหลวง ที่มองว่าสิ่งที่ GULF จะได้จากดีลดังกล่าว นอกจากเงินปันผลแล้ว คาด GULF จะได้เข้าสู่ตลาด retail ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานในการซื้อขายไฟฟ้าโดยที่จะเป็นการขายตรงให้กับ end-user ซึ่งเรามองว่า GULF มีโอกาสที่จะอาศัยฐานลูกค้าของ AIS ในการขายไฟฟ้าให้กับ end-user โดยตรงได้

เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่มองว่าธุรกรรมดังกล่าว จะทำให้ GULF ได้รับกำไรสุทธิเพิ่ม 2.5 - 4 พันล้านบาท โดย INTUCH เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล (โทรคมนาคม, ดาวเทียม, 5G และลงทุนในสตาร์ทอัพ) ซึ่งอาจเป็นโอกาสทำงานร่วมกันหรือสร้าง synergy กับ GULF เนื่องจากในอนาคต อุตสาหกรรมพลังงาน มีแนวโน้มปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบดิจิทัล

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ธุรกรรมดังกล่าว จะสร้างอัพไซด์ต่อกำไรสุทธิ และราคาเป้าหมายของ GULF และยังเป็นการกระจายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวอีกด้วย
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าการทำธุรกรรมดังกล่าว มีความเสี่ยงระดับต่ำที่ GULF จะต้องเพิ่มทุน อีกทั้งยังสามารถสร้างกำไรส่วนเพิ่มให้ GULF ราว 2.5 – 5 พันล้านบาท ต่อปี ขณะที่ในระยะยาวยังสามารถคาดหวังการ synergy ทางธุรกิจร่วมกันกับ INTUCH ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์กับ GULF ทั้งนั้น

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
บัวหลวง ซื้อ     45.00
หยวนต้า ซื้อ     40.75
เคทีบีฯ  ซื้อ     40.00
เอเชีย พลัส ซื้อ     38.50
เมย์แบงก์ฯ  ซื้อ     35.00
ราคาเฉลี่ย 39.85


ดูเหมือนคำกล่าวที่"สารัชถ์ รัตนาวะดี"ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF ที่เคยกล่าวไว้บนเวทีสัมมนาแห่งหนึ่งว่า "GULF เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยก็จริง แต่เมื่อเทียบกับระดับโลกแล้ว ยังมีมูลค่าเทียบกับมดเพียง 1 ตัวเท่านั้น ดังนั้นจึงทำให้ GULF ต้องพยามสร้างการเติบโตด้วยวิธีซื้อกิจการที่พร้อมทำกำไรเข้ามาในพอร์ตทันที" ซึ่งจะเป็นวิสัยทัศน์หลักสำหรับสร้างการเติบโตของบริษัท ซึ่งถ้า GULF ยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์ดังกล่าว บิ๊กดีลในการซื้อกิจการอย่าง INTUCH ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจไม่ใช้ดีลสุดท้ายของ GULF ก็เป็นไปได้เช่นกัน... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด