หุ้นเด่นวันนี้

ROBINS ลุ้นกำไรกลับมาโต แต่ราคายังซึม

ROBINS ลุ้นกำไรกลับมาโต แต่ราคายังซึม

            ROBINS กำไรปี 60 สะดุด กดดันราคาหุ้นร่วงกว่า 20% ด้านนักวิเคราะห์แห่เชียร์ ‘ซื้อ’ มองราคาหุ้นยังต่ำเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่ม คาดไตรมาสแรกกลับมาเติบโตเกิน 10% หนุนจากรายได้สาขาเดิมที่น่าจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง  

            หุ้น บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS ร่วงลงมาต่อเนื่องกว่า 20% จากระดับ 78 บาท เมื่อปลายปีก่อน ลงไปแตะ 60 บาท ในช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ล่าสุดราคาหุ้นจะฟื้นตัวกลับมายืนอยู่ในระดับ 65 บาท โดยก่อนหน้านี้ ราคาหุ้นถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 4/60 ที่ลดลงถึง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำได้ 820 ล้านบาท ทำให้กำไรรวมทั้งปีลดลง 2.6% จากปีก่อน อยู่ที่ 2.74 พันล้านบาท
            ROBINS ประกอบธุรกิจค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในนามห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซึ่งมีสาขาครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ
            ระหว่างปี 57-59 ผลประกอบการของ ROBINS เติบโตมาต่อเนื่อง จากกำไรสุทธิ 1.92 พันล้านบาท ขยับมาเป็น 2.15 พันล้านบาท ในปี 58 ก่อนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 2.81 พันล้านบาท ในปี 59 ส่วนปี 60 ที่กำไรลดลงนั้น หากตัดรายการพิเศษจากการกลับหนี้สูญและเงินชดเชยน้ำท่วมของ ‘เพาเวอร์บาย’ จำนวน 316 ล้านบาท ออกไป กำไรสุทธิรวมทั้งปีจะยังคงเติบโตได้ 8.7% ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ค่าเช่า ซึ่งมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า 99%
            นักวิเคราะห์คาดไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิโตเกิน 10% จากปีก่อน จากแรงหนุนของยอดขายสาขาเดิมที่พลิกกลับมาเป็นบวก ขณะที่ราคาหุ้นยังถูกเมื่อเทียบกับกลุ่ม
            บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 เท่ากับ 787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากรายได้เติบโต 8% เป็น 6.8 พันล้านบาท อีกทั้งรายได้จากค่าเช่าขยายตัว 12% เป็น 1.1 พันล้านบาท ส่งผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัวได้ที่ 25.4% อย่างไรก็ดีหากเทียบกับไตรมาส 4/60 พบว่ากำไรปกติทำได้เพียงทรงตัวเนื่องจากไตรมาสก่อนได้ประโยชน์จากช่วงฤดูกาล
            เราคงแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ด้วยราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 61 ที่ 78 บาท ปัจจุบัน P/E ปี 61 เท่ากับ 22.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 31 เท่า ซึ่งเรามองว่า ROBINS มีปัจจัยบวกระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่เติบโตดี และ SSSG ที่กลับมาเป็นบวกได้ราว 1-2% อีกทั้งแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวจะยังมีต่อเนื่องในไตรมาส 2/61
            ด้าน บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี คาดว่า ROBINS จะมียอดขายสาขาเดิมกลับมาเติบโต 2% ในไตรมาส 1/61 จากฐานที่ต่ำเมื่อปีก่อน และบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าที่คึกคักมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ
            การเปิดตัวกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับบ้านที่เป็นแบรนด์ของ ROBINS น่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาสแรก ขณะที่พื้นที่ให้เช่าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ใหม่ 2 แห่งและกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มาร์จินสูงน่าจะช่วยผลักดันให้กำไรเติบโต 13% ในปีนี้ เรายังแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 86 บาท โดยปัจจุบัน ROBINS ซื้อขายที่ P/E 21.7 เท่า ในปี 61 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งในกลุ่มค้าปลีกที่ 31.9 เท่าอยู่มาก ทำให้ ROBINS กลายเป็นหุ้น laggard play
            จับตาปรับแผนธุรกิจเน้นรายได้จากค่าเช่ามากกว่าการขายสินค้า โดยตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 2-3 แห่งต่อปี
            บล.บัวหลวง ระบุว่า ภายใต้แผนธุรกิจ 5 ปี ROBINS ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาอีก 2-3 แห่งต่อปี ซึ่งจะทำให้มีสาขาในประเทศทั้งหมด 59-60 สาขาภายในปี 65 จาก 46 สาขาในตอนนี้ รวมถึงการปรับปรุง 3-4 สาขาต่อปี เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากสินทรัพย์ให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ตนเองมาอยู่ที่ 20% ในปี 65 ส่วนการสร้างแพลตฟอร์ม Omni channel ในมุมมองของเรายังมีความไม่ชัดเจน
            โดยภาพรวมดูเหมือนว่าการเติบโตของ ROBINS จากนี้ไปจะมาจากธุรกิจศูนย์การค้าเป็นหลัก โดยค่าเช่าที่เติบโต 3-5% จะมากกว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ในขณะที่พื้นที่ให้เช่ามีแนวโน้มจะเติบโตมากกว่า 60% ในอีก 5 ปีข้างหน้าเทียบกับพื้นที่ขายในห้างสรรพสินค้าที่ขยายตัวเพียง 30% เนื่องจากสาขาใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ Lifestyle ซึ่งมีพื้นให้เช่า 15,000 ตารางเมตรต่อสาขา 
            ขณะเดียวกัน ROBINS พยายามที่จะขยายพื้นที่ให้เช่าในสาขาเดิมที่มีศักยภาพ และบริษัทวางแผนที่จะปรับลดพื้นที่ห้างสรรพสินค้าและเปลี่ยนเป็นพื้นที่ให้เช่า โดยสัดส่วนของกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาจากธุรกิจศูนย์การค้ามีแนวโน้มว่าจะมากกว่า 50% นับจากปีนี้เป็นต้นไป
            ทั้งนี้ จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 8 แห่ง พบว่า 7 ราย แนะนำให้ซื้อ 7 แห่ง และแนะนำถือ 1 ราย โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 80.56 บาท (คิดเป็นอัพไซด์ราว 23% จากปัจจุบัน) ส่วนราคาสูงสุดที่แนะนำอยู่ที่ 90 บาท และต่ำสุดที่ 74 บาท

            หากตัดรายการพิเศษเมื่อปี 59 ออกไป กำไรสุทธิของ ROBINS ยังคงเติบโตมาต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน และมีแนวโน้มว่าจะทำได้เป็นปีที่ 4 จากความเห็นของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงมาแรงในช่วงที่ผ่านมาอาจจะเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้ออีกครั้ง หากผลงานไตรมาสแรกเป็นไปอย่างที่คาดหวังกันเอาไว้ 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด