หุ้นเด่นวันนี้

กลุ่ม CP ปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก..หนุนหุ้นทั้งกลุ่มแค่ไหน?

กลุ่ม CP ปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก..หนุนหุ้นทั้งกลุ่มแค่ไหน?

กลุ่ม CP สร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก โดยราคาหุ้น MAKRO เช้านี้ตอบรับเชิงบวกมากสุด ดีดทำนิวไฮรอบ 3 ปีครึ่ง ขณะที่ โบรกฯส่วนใหญ่มอง MAKRO ได้ประโยชน์สูงสุดจากดีลนี้ เหตุได้ Lotus’s มูลค่าต่ำกว่ากลุ่ม CP ซื้อตอนแรก ส่วนระยะยาว แนะจับตาดูการ Synergy ของกลุ่ม คาดสร้างการเติบโตระยะยาว
 

*** ราคาหุ้น MAKRO เช้านี้ ตอบรับสูงสุดทำนิวไฮรอบ 3 ปีครึ่ง
 

กลายเป็นข่าวใหญ่ทันที หลังกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์(CP) ประกาศปรับโครงสร้างการถือหุ้น Lotus’s ของบริษัทในเครือใหม่ โดยจะโยกกิจการ Lotus’s ทั้งหมด (เดิม CPALL ถือหุ้น 40%, CPG ถือหุ้น 20% และ CPF ถือหุ้น 20% ผ่านบริษัท CPRH) ให้ MAKRO ถือหุ้นทั้งหมด 

โดยที่ MAKRO จะชำระด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ส่วนที่ 1 จำนวน 5 พันล้านหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้น Lotus’s เดิมชดเชย คิดเป็นมูลค่า 2.18 แสนล้านบาท หลังจากนั้น MAKRO จะระดมทุนอีกรอบผ่านการขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป (Public offering) จำนวน 1.36 พันล้านหุ้น เพื่อเพิ่มฟรีโฟลท และนำเงินไปจ่ายคืนหนี้

สำหรับ เช้านี้ (1 ก.ย.64) ราคาหุ้น บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ตอบรับเชิงบวกสูงสุด โดยราคาหุ้น ดีดทำจุดสูงสุดที่ราคา 52.25 บาท ทำนิวไฮรอบ 3 ปีครึ่ง ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 48 บาท เพิ่มขึ้น 6 บาท หรือ 14.29% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 1,655.67% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

รองลงมา คือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่เช้านี้ดีดทำจุดสูงสุดที่ราคา 67.75 บาท ทำนิวไฮรอบ 5 เดือน ก่อนปิดซื้อขายเช้านี้ด้วยราคา 66 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 1.54% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 248.16% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

ส่วน ราคาหุ้น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ปิดซื้อขายภาคเช้า ด้วยราคา 27 บาท เท่ากับราคาเปิดช่วงเช้า มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 46.42% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 
 

*** ส่องสัดส่วนถือหุ้น MAKRO ใหม่ หลังปรับโครงสร้างเสร็จ
 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า หลังการปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่ม CP แล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ จะทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้น MAKRO เปลี่ยนไปดังนี้ 

1.CPALL จะเหลือถือหุ้น MAKRO เพียง 65.97% (เดิมถือ 93.08%)

2.CPH จะถือหุ้น MAKRO เพิ่มเป็น 20.43% (เดิมไม่มีสัดส่วนถือหุ้น)

3.CPM จะถือหุ้น MAKRO เพิ่มเป็น 10.20% (เดิมไม่มีสัดส่วนถือหุ้น)

4.สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยของ MAKRO เป็น 3.39% (เดิม 6.92%)
 

*** ทีนี้ไปดูทีละบริษัท ใครได้ใครเสียอะไรจากดีลนี้บ้าง ?
 

เริ่มจาก MAKRO ก่อนเลย ซึ่งโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ มองว่า เป็นผู้รับประโยชน์สูงสุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า MAKRO เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดในดีลนี้ จากการขึ้นแท่นความเป็นผู้นำ ทั้งธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของประเทศ ด้วยยอดขายแต่ละปีกว่า 4.3 แสนล้านบาท (เพิ่มเกือบเท่าตัวจากเดิม), ลดภาระหนี้ Lotus’s เดิมบางส่วน เบื้องต้นคาดไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท จากระดมทุน PO (คิดเป็น 5.4 บ./หุ้น MAKRO) และ ได้ปลดล็อคข้อจำกัดเรื่องฟรีโฟลท ที่ปัจจุบันยังไม่ถึง 15% ทันที

เช่นเดียวกับ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ที่มองว่า MAKRO คือผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปรับโรงสร้างธุรกิจครั้งนี้ของกลุ่ม CP โดยมองว่า MAKRO จะได้รับประโยชน์หลัก ดังนี้   

1.MAKRO จะมีความแข็งแกร่งทางการเงินมากขึ้น เนื่องจากหลังการควบรวม อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของ MAKRO ที่ปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 2 เท่า จะลดลงเหลือประมาณ 1 เท่าทันที

2.มูลค่าธุรกิจ Lotus’s ในระยะยาว มีความคุ้มค่ากับการเผชิญความเสี่ยงด้านผลประกอบการระยะสั้น ที่ยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดย MAKRO ได้ธุรกิจ Lotus’s เข้ามาในราคาเพียง 2.17 แสนล้านบาท ต่ำกว่าตอนกลุ่ม CP ซื้อที่ราคา 3.38 แสนล้านบาท ค่อนข้างมาก
 

*** แล้ว CPALL ได้ – เสีย อะไรบ้าง ?
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า CPALL จะได้ประโยชน์ในระยะสั้น จากฐานะการเงินที่จะตึงตัวลดลง จากการได้เงิน หลังร่วมขาย PO จำนวน 363 - 704 ล้านหุ้น ราว 1.6-3.1 หมื่นล้านบาท ประกอบกับ สัดส่วนการถือหุ้น Lotus’s (CPRD) โดยอ้อมที่จะมากขึ้นผ่าน MAKRO เป็น 52 - 55% ของทุน MAKRO หลังทำ PO จากปัจจุบันที่ถือตรงราว 40% ซึ่งคาดจะไปชดเชยกับสัดส่วนการถือหุ้นใน MAKRO ที่น้อยลงจากปัจจุบันถือ 93.1% 

ขณะที่ บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า มีมุมมอเป็นบวกต่อ CPALL เพราะจะทำให้ภาระหนี้สินลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงด้วย นอกจากนี้ หลัง ธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้น Lotus’s  จะกลายเป็นบริษัทย่อยของ CPALL (เดิมเป็นบริษัทร่วม) ส่งผลให้ CPALL จะรวมงบการเงินของ Lotus’s ผ่านงบการเงิน MAKRO เข้ามาในงบการเงินของบริษัทด้วย จากเดิมรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน

ส่วน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองผลกระทบระยะสั้นของ CPALL คือ มีความเสี่ยงที่จะได้รับกำไรจาก MAKRO ลดลงตามสัดส่วนการถือหุ้น แต่ในระยะยาวก็มีโอกาสจะได้รับผลดีมากขึ้น เมื่อธุรกิจของ Lotus’s พลิกกลับมาทำกำไรได้ หลังผลการดำเนินงานปัจจุบันขาดทุน เพราะผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19
 

*** CPF หวัง Synergy ธุรกิจในอนาคต
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า CPF จะได้ประโยชน์จากดีลดังกล่าว จากการได้ Unlock value จากการลงทุนใน Lotus’s มาเป็น MAKRO แทน ซึ่งมีสภาพคล่องมากขึ้น และหลังจากนั้น จะได้ผลบวกจากการขายหุ้น MAKRO แบบ PO จำนวนไม่เกิน 181.6 ล้านหุ้น หรือ 1.85% ของจำนวนหุ้นของ MAKRO ทั้งหมดภายหลัง การโอนกิจการ Lotus’s เพื่อไปลดภาระหนี้สินในอนาคต
 
นอกจากนี้ ในอนาคต จะเกิดการ Synergy จากการ ขายอาหารสดเข้า MAKRO และ Lotus’s ในไทยเพิ่มขึ้นในระยะยาว และหาก MAKRO และ Lotus’s ขยายธุรกิจในต่างประเทศ ก็เป็นปัจจัยหนุน CPF เพิ่มเติมด้วย เพราะ CPF มีการลงทุนใน 17 ประเทศทั่วโลก จึงสามารถขายอาหารสดระหว่างกันได้ และยังมีปัจจัยวกทางอ้อม จากการถือหุ้น CPALL สัดส่วน 34.12% ซึ่งจะได้ผลบวกในระยะยาวเช่นกัน

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเมินผลการดำเนินงานปี 64-65 ของ Lotus’s อาจยังขาดทุนหรือกำไรน้อย เนื่องจากมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้จากการซื้อกิจการ ขณะที่ MAKRO มีกำไรสุทธิปีละ 6 พันล้านบาท ดังนั้นการเปลี่ยนจากถือหุ้น 20% ในบริษัทที่ขาดทุน มาเป็นถือหุ้น 10% ในบริษัทที่มีกำไร ย่อมเป็นสิ่งที่ดีขึ้น ขณะที่ในอนาคต CPF ยังมีกำไรพิเศษ หากขายหุ้นบางส่วนของ MAKRO ออกไปได้
 

*** โบรกฯมองโดยรวมดีลนี้ หนุนทั้งกลุ่ม
 

หากอ้างอิงมุมมองนักวิเคราะห์เบื้องต้น ดูเหมือนว่าดีลนี้ จะสร้างผลประโยชน์ให้เครือ CP ทั้งกลุ่ม สะท้อนจากการ Synergy ที่จะเกิดขึ้นมากมาย ช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงในระยะสั้นยังสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการขายหุ้น PO ของ MAKRO ได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสดีในการเพิ่มฟรีโฟลท ให้กับ MAKRO ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการถือหุ้นรายย่อยต่ำเพียง 6.92% เท่านั้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด