หุ้นเด่นวันนี้

TOP นิวโลว์รอบ 7 เดือน แต่จุดต่ำสุดของปีอาจยังมาไม่ถึง!

TOP นิวโลว์รอบ 7 เดือน แต่จุดต่ำสุดของปีอาจยังมาไม่ถึง!

เช้านี้ TOP ทำนิวโลว์รอบ 7 เดือน คาดรับ Sentiment เชิงลบ งบ Q2/64 จ่อหดตัวทั้ง YoY-QoQ ขณะที่ โบรกฯประเมินผลงานครึ่งปีหลังยังไม่ฟื้น หลังค่าการกลั่นขาลง –โควิดกดดัน แถมเสี่ยงต้องเพิ่มทุน หากยืนยันทำ M&A ตามแผนเดิม
 

*** นิวโลว์ 7 เดือน หลังงบ Q2/64 จ่อหดตัวทั้ง YoY-QoQ
 

ราคาหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 50 บาท ทำสถิติราคาหุ้นต่ำสุด (นิวโลว์) ในรอบ 7 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 50.25 บาท ลดลง 1.5 บาท หรือ -2.9% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 63.78% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TOP ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวลงทำนิวโลว์รอบ 7 เดือน  เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงลบ จากการเตรียมประกาศงบการเงินไตรมาส 2/64 ที่มีแนวโน้มหดตั้งทั้งเทียบปีก่อน (YoY) และ ไตรมาสก่อน (QoQ)
 

*** กูรู เปิดสาเหตุฉุดงบ Q2/64 วูบแรง
 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ TOP ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ลดลง 37% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลัก คือ กำไรสต็อกลดลง, ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 1.6 พันล้านบาท และ มาร์จิ้นโรงกลั่นลดลง 

เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ TOP ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ลดลง 37% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากค่าการกลั่นของตลาดในช่วงไตรมาส 2/64 ที่ลดลงเป็น 0.4 เหรียญ/บาร์เรล เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ 0.7 เหรียญ/บาร์เรล เนื่องจากราคาน้ำมันดิบมีส่วนเพิ่มที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่า TOP จะมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 540 ล้านบาท แต่จะมีรายการกำไรสต๊อก จำนวน 3.6 พันล้านบาท ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อน ที่รับรู้กำไรส่วนนี้จำนวน 4.8 พันล้านบาท ขณะเดียวกัน TOP ยังต้องขาดทุนป้องกันความเสี่ยง จำนวน 1 พันล้านบาท เนื่องจาก TOP ป้องกันความเสี่ยงจากการซื้อน้ำมันดิบจากแหล่ง Murban ประกอบกับ จะมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 1.4 พันล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่า
 

*** ครึ่งปีหลัง ค่าการกลั่นขาลง – กำไรยังไม่ฟื้น
 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ค่าการกลั่นในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลัก จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับ มีอุปทานใหม่จากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค และ ตะวันออกกลางเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ TOP มีแนวโมสูงที่จะหดตัวจากไตรมาส 2/64 หลังอุปสงค์น้ำมันถูกกดดันจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เข้มงวดมากขึ้น หลังไวรัสสายพันธ์ใหม่เข้ามาระบาดในประเทศ และ ภูมิภาคมากขึ้น ประกอบกับ เงินบาทที่ยังมีทิศทางอ่อนค่า ทำให้ผลประกอบการของ TOP มีความผันผวนมากขึ้น จากกำไร/ขนาดทุนสต็อก และ อัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความหวังว่า ค่าการกลั่นจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงปลายปี 64 – ต้นปี 65 ภายใต้สมมติฐานการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศทำได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้กิจกรรมการเดินทางทั้งในประเทศ และ นอกประเทศ ฟื้นตัวขึ้นได้บ้าง แต่หากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโรคดังกล่าวได้ อาจทำให้มุมมองการฟื้นตัวของกิจกรรมการเดินทางมีดาวน์ไซด์ 
 

*** มีความเสี่ยงเพิ่มทุน หากยืนยันทำ M&A ตามแผนเดิม
 

บล.กรุงศรี ระบุว่า ปัจจุบัน TOP ยังคงอยู่ระหว่างพิจารณา เข้าลงทุนในโครงการโรงแยกโอเลฟิน ซึ่งคาดว่า การเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าว จะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ที่จะทำให้ TOP ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติม จากการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ หรือการเพิ่มทุน
 
เช่นเดียวกับ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการซื้อกิจการ (M&A) ของ TOP ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปีนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (D/E) ของ TOP ที่ปัจจุบัน อยู่ในระดับสูงมากพอสมควรแล้ว 

 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่"ยังไม่แนะนำซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่"ยังไม่แนะนำซื้อ" เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ TOP ที่กำลังจะรายงานออกมานั้น มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นตัวเลขไม่น่าประทับใจเท่าไรนัก ขณะที่ ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีแนวโมชะลอตัวต่อเนื่อง จากค่าการกลั่นลดลง และ กิจกรรมการเดินทางยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดหวัง หลังจากได้รับผลกระทบที่รุนแรง จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกที่สาม 
 

บล.  คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
หยวนต้า ทยอยซื้อ 70.00
ดีบีเอสฯ ซื้อ     68.00
ยูโอบีฯ ถือ     57.00
ธนชาต ขาย     48.00
กรุงศรี  ขาย     48.00
ราคาเฉลี่ย 58.20


ดูเหมือนว่า การเข้าลงทุนในหุ้น TOP ช่วงนี้ จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากการรายงานงบการเงินไตรมาส 2/64 ที่มีแนวโน้มหดตัวแรง ประกอบกับ ทิศทางผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง ที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า มีแนวโน้มฟื้นตัวช้า เพราะยังมีหลายปัจจัยกดดัน และ ยังมีความเสี่ยงที่อาจต้องเพิ่มทุน จากการเข้าลงทุนเพิ่มอีกด้วย...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด