หุ้นเด่นวันนี้

HANA ดีดทำนิวไฮรอบ 3 เดือน..จังหวะนี้ควรเข้าหรือไม่?

HANA ดีดทำนิวไฮรอบ 3 เดือน..จังหวะนี้ควรเข้าหรือไม่?

ช่วงเช้าวันนี้ ราคาหุ้น HANA ดีดทำนิวไฮในรอบ 3 เดือน และยังปรับตัวขึ้นแรงกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน โดยนักวิเคราะห์มองว่า HANA กำลังได้รับปัจจัยบวกระยะสั้น จากเงินดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาแข็งค่า ซึ่งกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าระยะสั้น แต่ระยะยาว HANA ยังน่าสนใจหรือไม่? ต้องติดตาม!  
 

*** ดีดนิวไฮรอบ 3 เดือน โบรกฯมองเป็นหุ้น Laggard
 

ราคาหุ้น บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ช่วงเช้าวันนี้ (11 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 52.50 บาท ทำนิวไฮรอบ 3 เดือน ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 51.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 9.57% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 117.66% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น HANA ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเช้า เนื่องจากได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เงินบาทยังทรงตัวอยู่บริเวณ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในระยะสั้น โดยมี HANA เป็นหุ้นเก็งกำไรที่น่าสนใจสุดในกลุ่ม เนื่องจากราคายัง Laggard กว่ากลุ่ม 
 

*** ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงกว่ากลุ่ม
 

ราคาหุ้น HANA หลังปิดซื้อขายช่วงเช้าปรับตัวขึ้นแรงกว่าหุ้นกลุ่มเดียวกัน อย่าง บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปิดซื้อขายช่วงเช้าที่ราคา 778 บาท เพิ่มขึ้น 60 บาท หรือ 8.36% และ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ปิดซื้อขายช่วงเช้าที่ราคา 51.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 3%
 

*** รายได้ปี 64 เติบโตในรอบ 3 ปี
 

ตั้งแต่ปี 61 – 63 รายได้ของ HANA ปรับตัวลงต่อเนื่องทุกปี แต่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่าปี 64 จะเป็นปีที่รายได้ของ HANA กลับมาเติบโตครั้งแรกในรอบ 3 ปี จากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ Smartphone 5G ที่จะเติบโตในอีก 4 ปีข้างหน้า 

โดย INTERNET DATA CENTER หรือ IDC ประเมินว่ายอดขาย Smartphone ทั่วโลกจะกลับมาเติบโตได้ประมาณ 3.4% ต่อปี ตั้งแต่ช่วงปี 64 - 67 (เทียบกับลดลง -3.3% ต่อปี ในช่วงปี 59- 63) และสัดส่วนผู้ใช้งานเครือข่าย 5G จะเพิ่มขึ้นเป็น 36% ในปี 64 และ 58% ในปี 67 จากที่ปี 63 มีสัดส่วนอยู่ที่ 19%

นอกจากนี้ ยังคาดว่า อุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ (semiconductor)โลกปี 64 จะเติบโตอยู่ในกรอบ 7 - 9% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน ส่งผลให้ความต้องการสินค้าของ HANA เติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน 
 

*** โบรกฯมองรับอานิสงส์จากโควิดระบาดรอบสอง 
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศที่เริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้หลายหน่วยงานเริ่มกลับมาใช้นโยบาย Work From Home ซึ่งคาดว่า HANA เป็นหุ้นอีก 1 บริษัท ที่จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวด้วยเช่นกัน
 

*** ธุรกิจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่า กำไรสุทธิปี 63 ของ HANA จะอยู่ที่ 1,727 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับกำไรสุทธิที่ต่ำสุดในรอบ 7 ปี จากการหยุดผลิต 2-3 เดือน และความต้องการ Smartphone ทั่วโลกหดตัวราว 10%

อย่างไรก็ตาม มองว่าธุรกิจของ HANA พ้นจุดต่ำสุดแล้ว และคาดกำไรสุทธิปี 64 ของ HANA จะอยู่ที่ 2,020 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ขยายตัว 15% ตามยอดจำหน่าย Smartphone ทั่วโลก และคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1/64 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ประเมินว่า กำไรปกติปี 64 ของ HANA จะเติบโตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยอดขาย Smartphone ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงเป็น 5G
 

*** ระวังบาทแข็งฉุดการเติบโตของกำไร
 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาท อาจเป็นปัจจัยลบฉุดการทำกำไรปี 64 ของ HANA ลดลง เนื่องจาก HANA มีรายได้เป็นเงินดอลลาห์สหรัฐฯทั้งหมด แต่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 40 -50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเงินบาท โดยปัจจุบันค่าเงินบาทคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับปี 60 เงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ 33.90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ 

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การแข็งค่าของเงินบาท จะกดดัน Gross Margin ของ HANA ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตั้งแต่ไตรมาส 4/63 เป็นต้นไป และถ้าเงินบาทยังเคลื่อนไหวเฉลี่ยในกรอบ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อไป จะกดดันการทำกำไรปี 64 ของ HANA ลดลง
 

*** บางโบรกฯมอง Valuation ไม่น่าสนใจ
 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ปัจจุบัน HANA เทรด Valuation ค่อนข้างสูงที่ 2021E PER ที่ 18 เท่า ขณะที่ระยะสั้นยังขาดปัจจัยบวก เนื่องจากคาดกำไรปกติไตรมาส 4/63 จำนวน 313 ล้านบาท ลดลง 31.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากค่าเงินบาทแข็งค่า
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่แนะนำแค่”ถือ”
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำเพียงแค่”ถือ”เท่านั้น แม้ว่านักวิเคราะห์จะมีความเห็นตรงกันว่ารายได้ปี 64 ของ HANA จะเติบโตอย่างโดดเด่น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความต้องการสินค้าไอที อย่าง Smartphone ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปัจจัยลบ อย่างการแข็งค่าของเงินบาท ที่มีแนวโน้มฉุดการเติบโตกำไรสุทธิปี 64 ลดลงกว่าที่ควรจะเป็น
 

บล.   คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
เอเชีย พลัส ขาย        38.50
เคทีบี  ถือ 40
ดีบีเอส วิคเคอร์ส ถือ 42.25
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ซื้อ 55
ราคาเฉลี่ย 43.93


สำหรับ นักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาสนใจหุ้น HANA ช่วงนี้อาจไม่ใช่จังหวะการเข้าลงทุนที่เหมาะสมนัก เนื่องจากราคาหุ้นที่ซื้อขายปัจจุบันเกินราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ไปแล้วราว 16.32% ขณะที่ระยะยาว ยังมีแนวโน้มถูกการแข็งค่าของเงินบาท กดดันกำไรสุทธิปี 64 ให้เติบโตน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด