หุ้นเด่นวันนี้

CPALL เด้งสวนตลาด..ธุรกิจใกล้พ้นจุดต่ำสุด ลุ้นงบพลิกโตปี65

CPALL เด้งสวนตลาด..ธุรกิจใกล้พ้นจุดต่ำสุด ลุ้นงบพลิกโตปี65

CPALL ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 1.2% สวนทาง SET ปิดลบ 3.64 จุด คาดรับปัจจัยหนุนลดช่วงเวลาเคอร์ฟิว – น้ำท่วมหนุนความต้องการสินค้าอุปโภค – บริโภค แต่โควิดยังกดดันกำไรโค้งสามวูบแรง ด้านโบรกฯเริ่มทยอยหั่นเป้ากำไรปี 64 ลง คาดหดตัว 25-37% YoY สองปีต่อเนื่อง ก่อนฟื้นแรงปี 65 ราว 60-70% YoY
 

*** ปิดเช้าบวก 1.2% รับลดเวลาเคอร์ฟิว–น้ำท่วม หนุนยอดขาย
 

ราคาหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 63.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.2% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 65.73% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุ ที่ทำให้ราคาหุ้น CPALL ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 1.2% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 3.64 จุด หรือ -0.23% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เห็นชอบลดระยะเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) เป็น 22.00 น. – 04.00 น. (เดิม 21.00 น. – 04.00 น.) พร้อมกับขยายเวลาเปิดร้านสะดวกซื้อถึง 21.00 น. (เดิม 20.00 น.) ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส ระบุว่า นอกจาก CPALL จะได้รับปัจจัยหนุน จากการขยายเวลาเคอร์ฟิวแล้ว ยังได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์น้ำท่วมอีกด้วย เนื่องจาก CPALL เป็นบริษัทที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค จึงคาดว่าจะมีความต้องการสินค้าดังกล่าวมากขึ้น เพื่อยังชีพ ในสถานการณ์น้ำท่วม ณ ปัจจุบัน
 

*** โควิดฉุดงบ Q3/64 วูบแรง แต่ดอกเบี้ยจ่ายเริ่มลดลงแล้ว
 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ CPALL ไว้ที่ 2.7 พันล้านบาท ลดลง 33% จากปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้จำนวนชั่วโมง ที่เปิดให้บริการแต่ละวันลดลง ซึ่งกว่า 70% ของสาขาทั้งหมด ต้องปิดบริการหลัง 20.00 น. ตามาตรการรัฐฯ ประกอบกับ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 0.3 ppts จากปีก่อน เหลือ 21.7% เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มี Margin สูง ลดลงในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19

แต่กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ CPALL ยังเติบโตขึ้น 23% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่าย ในช่วงไตรมาส 3/64 ของ CPALL จะลดลง หลังก่อนหน้านี้ มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จากการกู้ยืมเงินระยะสั้น (Bridge Loan) เพื่อมาทำดีล Lotus’s

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ CPALL ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยลบ จากมาตรการล็อกดาวน์ ตั้งแต่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ CPALL ในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค.ที่ผ่านมา มีแนวโน้มติดลบ 8% และ 10% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ CPALL ยังเติบโตขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากเริ่มได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงราว 300 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน 
 

*** บุ๊ครายได้เซเว่นฯกัมพูชาแล้ว คาดเปิดเพิ่ม 200-250 สาขา/ปี
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า CPALL เริ่มรับรู้รายได้จากร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ที่เปิดดำเนินการในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี จากลูกค้าชาวกัมพูชา ทั้งนี้ คาดว่า CPALL จะพยายามเปิดสาขาร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น แห่งใหม่ ที่ประเทศกัมพูชา ราว 200-250 สาขา/ปี เทียบกับประเทศไทย ที่เปิดเพิ่มราว 700 สาขา/ปี ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตระยะยาวอีกหนึ่งทางของ CPALL
 
ขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดค้าปลีกกัมพูชา ถือว่า ยังไม่ค่อยมีความรุนแรงนัก เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศกัมพูชา มีร้านสะดวกซื้อเพียงไม่กี่แบรนด์ และมีจำนวนสาขาน้อยมาก เมื่อเทียบกับเป้าหมายการขยายสาขาของ CPALL สะท้อนจากจำนวนร้านสะดวกซื้อทั้งหมด ดังนี้

1.ร้าน Circle K มีสาขาทั้งหมด 22 แห่ง และมีเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มเป็น 300 สาขา ภายในระยะเวลา 10 ปี
2.ร้าน Kiwi Mart มีสาขาทั้งหมด 20 แห่ง (ยังไม่มีแผนขยายสาขา)
3.ร้าน Aeon MaxValu มีสาขาทั้งหมด 12 แห่ง (ยังไม่มีแผนขยายสาขา)
4.ร้าน Smile Mini mart  มีสาขาทั้งหมด 11 แห่ง (ยังไม่มีแผนขยายสาขา)
5.ร้าน Lucky Express มีสาขาทั้งหมด 5 แห่ง (ยังไม่มีแผนขยายสาขา)
6.ร้าน Chip Mong Express มีสาขา 2 แห่ง (ไม่นับรวมห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่)

 

*** คาดงบฟื้นไตรมาสสุดท้าย หลังโควิดเริ่มคลี่คลาย
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า กำไรสุทธิของ CPALL มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป หลังรัฐบาลเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้จำนวนลูกค้าเข้าร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ ผลการดำเนินงานของ MAKRO และ Lotus’s ที่จะฟื้นตัวขึ้นด้วยเช่นกัน โดยคาด Lotus’s จะเริ่มกลับมารายงานกำไรสุทธิ ในช่วงดังกล่าว

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า SSSG ของ CPALL ในเดือน ก.ย.นี้ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจาก 2 เดือนก่อนหน้า ที่ติดลบ 8% และ 10% ตามลำดับ หลังรัฐบาลเริ่มมีนโยบายควบคุมโรคที่ผ่อนคลายมากขึ้น หนุนให้ CPALL มีระยะเวลาในการเปิดบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงช่วงไตรมาส 4/64  
 

*** แต่บางโบรกฯ หั่นเป้ากำไรปี 64 คาดหดตัว 25-37%YoY
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ CPALL ลงจากเดิม 33% เหลือ 1.01 หมื่นล้านบาท หดตัว 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากำไรสุทธิไตรมาส 2-3/64 ของ CPALL มีแนวโน้มต่ำกว่าคาดการณ์ หลังได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 รุนแรง สะท้อนจากจำนวนสาขากว่า 70% ต้องปิดให้บริการ ตั้งแต่ 20.00 น.เป็นต้นไป ในช่วงไตรมาส 3/64 

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CPALL ไว้ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)   %chg YoY
ฟินันเซียฯ  10,406 -35
เอเซียพลัส  12,000  -25


*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" แม้กำไรเสี่ยงหดตัว 2 ปีติด
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงแนะนำ"ซื้อ" แม้จะมองว่ากำไรสุทธิปี 64 ของ CPALL มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากปี 63 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แต่โบรกฯส่วนใหญ่ ยังคงให้น้ำหนักการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ช่วยกระตุ้นผลการดำเนินงานฟื้นตัว ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 หนุนให้กำไรสุทธิปี 65 พลิกกลับมาเติบโตได้ ในรอบ 2 ปี ที่ราว 1.6 - 1.7 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 60 - 70% จากปีก่อน

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ซีจีเอสฯ  ซื้อ     84.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ     76.00
เคจีไอ ซื้อ     70.00
หยวนต้า ซื้อ     69.00
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     68.00
ราคาเฉลี่ย 73.40


CPALL นับเป็นหนึ่งในบริษัท ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 โดยตรง สะท้อนจากกำไรสุทธิ ที่หดตัวทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน มาแล้ว 3 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งความหวังที่จะเห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม คือ ผู้ถือหุ้น CPALL ทั้งหลาย คงต้องช่วยกันภาวนาให้การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ จบลงเร็วๆนี้

ซึ่งหากอ้างอิงข้อมูลของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ เริ่มมีมุมมองบวก ต่อการแพร่ระบาดดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้โบรกฯ เริ่มให้น้ำหนักลงทุนในปี 65 มากกว่าปี 64 เพราะคาดว่า ผลการดำเนินงานของ CPALL ในปีดังกล่าว จะพลิกกลับมาเติบโตได้ในรอบ 2 ปี จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับ การรุกเข้าไปในตลาดกัมพูชา และ เตรียมรุกตลาดลาว ต่อในปี 65... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด