หุ้นเด่นวันนี้

OSP ดีดทำนิวไฮรอบ 7 เดือน ...ราคานี้แพงไปหรือยัง ?

OSP ดีดทำนิวไฮรอบ 7 เดือน ...ราคานี้แพงไปหรือยัง ?

เช้านี้ OSP ดีดทำนิวไฮรอบ 7 เดือน รับข่าวกำไร Q1/6 5 จ่อโต YoY หลังยอดขายตั้งแต่ต้นปีดีกว่าตลาด ขณะที่โบรกฯมองแม้ต้นทุนสูงขึ้น แต่กระทบกำไรจำกัด เหตุล็อคราคาซื้อถึงปลายปี แถมเตรียมออก M-150 ราคาใหม่ ดันมาร์จิ้นเพิ่ม คาดกำไรปีนี้โต 8 – 13% แถมยังมีอัพไซด์ซ่อนอยู่
 

*** นิวไฮ 7 เดือน รับข่าวงบ Q1/65 จ่อโต YoY
 

ราคาหุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ช่วงเช้าวันนี้ (1 มี.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 37.25 บาท ทำนิวไฮในรอบ 7 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 37 บาท เพิ่มขึ้น .75  บาท หรือ 4.96% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 164.73% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น OSP เช้านี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 7 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 

*** เปิดสาเหตุทำไมกำไร Q1/65 ถึงจ่อโต YoY
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุสาเหตุ ที่ทำให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ของ OSP มีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1 พันล้านบาท มีปัจจัยหนุน จากยอดขายเครื่องดื่มในประเทศของ OSP ตั้งแต่ต้นปี เติบโต 2.6% จากปีก่อน เทียบกับตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ติดลบถึง 10.3% และ 8.1% ตามลำดับ

ทั้งนี้ มองว่าสภาวะการเติบโตดังกล่าวของ OSP จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งไตรมาส 1/65 ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว เติบโตขึ้นจากปีก่อนได้

เช่นเดียวกับ บล.เอเซีย พลัส ที่มองว่า กำไรไตรมาส 1/65 (ไม่รวมรายได้เงินลงทุน ซึ่งไตรมาส 1/64 รับรู้เงินปันผลจากยูนชาร์มราว 300 ล้านบาท แต่รอบปีนี้อาจรับรู้ปันผลช่วงไตรมาส 2/65 แทน)ของ OSP มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อน ตามยอดขายในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวได้ดีกว่าตลาด 

อีกทั้ง ช่วงไตรมาส 1/64 ทาง OSP ยังมีการปิดซ่อมเตาเผาใหญ่ กดดันให้ Gross Margin ช่วงดังกล่าว เหลือ 33.5% แต่เทียบกับงวดไตรมาส 4/64 ถือว่า Gross Margin ของ OSP ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 34.6% และคาดว่า ไตรมาส 1/65 ยังทรงตัวใกล้เคียงระดับเดียวกับไตรมาสก่อน
 

*** แม้ต้นทุนสูงขึ้น แต่โบรกฯชี้ไม่กระทบกำไร
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ OSP กำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนวัตถุดิบหลายอย่าง อาทิ แก๊ส และ อลูมิเนียม ปรับตัวขึ้น ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/64 แต่มองว่า ปัญหาดังกล่าว จะไม่กระทบต่ออัตราการทำกำไรของ OSP ในปีนี้แล้ว เนื่องจากบริษัท ปรับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเริ่มเห็นผล ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 แล้ว

นอกจากนี้ OSP ยังได้มีการล็อคราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สำคัญไว้ถึงช่วงปลายปี 65 แล้ว เช่น น้ำตาล และ อลูมิเนียม ส่วนขวดแก้วที่ปรับขนาดให้บางลง แต่ยังคงคุณภาพความแข็งแรงไว้ดังเดิม จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ ด้านเชื้อเพลิงได้อีกด้วย

ทั้งนี้ มองว่า หากราคาก๊าซธรรมชาติไม่ปรับตัวขึ้นสูงไปกว่าระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้ OSP รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ที่ 35% หรือ มากกว่าระดับ 35% ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า OSP ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงวัตถุดิบสำคัญทั้งหมด เช่น กระป๋อง และ อลูมิเนียม (ทำสัญญาปลายปี 64 ราว 2.8 – 2.9 เหรียญ/ตัน) นอกจากนี้ OSP ยังได้สะสมเศษแก้วเพิ่มไว้มาก ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ผลิตถึงช่วงครึ่งหลังของปี 65 
 

*** จับตา M-150 ราคาใหม่ ดัน GPM สูงขึ้น
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า จากราคาก๊าซธรรมชาติ และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ OSP ปรับสูตร M-150ด้วยการเพิ่มวิตามินบี 12 ขึ้น 2 เท่า และราคาเพิ่มขึ้น 20% เป็น 12 บาท/ขวด (เดิม 10 บาท) ซึ่งจะทำให้ตลาดขวด 12 บาท เป็นตลาดหลักแทนที่ราคา 10 บาท/ขวด ภายในปีนี้

ปัจจุบัน สินค้าขนาด 10 บาท/ขวด มีการเพิ่มราคาขายส่งราว 3% รวมทั้งงดให้ส่วนลดทางการค้า ส่งผลให้ GPM ของผู้ค้าปลีกลดลงตามไปด้วย ซึ่งการออกสินค้าราคา 12 บาท/ขวด จะทำให้ผู้ค้าปลีกมี GPM สูงขึ้น จูงใจร้านค้าดังกล่าวจำหน่ายสินค้าใหม่มากขึ้น และ ในระยะยาว เมื่อต้นทุนการผลิตกลับสู่ระดับปกติ จะทำให้ GPM ของ OSP เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


*** คาดกำไรปี 65 โต 8 - 13% แต่มีอัพไซด์ซ่อน
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ OSP ไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากรายได้รวมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 4% จากปีก่อน และ GPM ที่ขยายตัวขึ้นเล็กน้อยจาก อัตรากำลังการผลิตของโรงงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ของเรา ที่ประเมินกำไรสุทธิของ OSP ไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท ยังมีอัพไซด์ เพราะยังไม่ได้รวมรายได้จากโรงงานผลิต และ จำหน่ายขวดแก้ว ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และเครื่องดื่มผสมกัญชงไว้ในประมาณการ โดยคาดว่า จะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/65

สรุป นักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ OSP ไว้ดังนี้

บล.   กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.)  %chg YoY
เอเชีย พลัส 3,665         13
ฟินันเซียฯ   3,647 12
เคทีบีฯ  3,512         8


*** กูรูมอง Valuation ยังน่าสนใจ
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ราคาหุ้นของ OSP ณ ปัจจุบัน มีการซื้อขายบน P/E  ปี 65 ที่ระดับ 27.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่บริเวณ 31.9 เท่า และยังต่ำกว่า P/E ของคู่แข่งรายสำคัญอย่าง CBG ที่อยู่ในระดับ 29.8 เท่า ประกอบกับ มองว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดใหม่ของ OSP ที่เริ่มก่อนคู่แข่ง จะยิ่งเป็นความได้เปรียบในทางการแข่งขัน จึงยังแนะนำซื้อ


*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ เนื่องจากชอบการเติบโตของยอดขายตั้งแต่ต้นปีที่ดีกว่าอุตสาหกรรม ส่งผลให้กำไรสุทธิปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตในระดับเลข 2 หลัก ประกอบกับ ยังมีอัพไซด์ จากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกัญชง และ โรงงานผลิตในเมียนมา ที่จะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/65 อีกด้วย
 

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     42.00
โนมูระฯ  ซื้อ     42.00
เอเชีย พลัส  ซื้อ     37.00
เคทีบีฯ   ถือ     37.00
ราคาเฉลี่ย 39.50


แม้โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมองว่า ผลการดำเนินงานปีนี้ของ OSP มีลุ้นเติบโตในระดับเลข 2 หลัก แต่ราคาหุ้นเช้านี้ที่ปรับตัวขึ้นแรงจนทำนิวไฮในรอบ 7 เดือน เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ทำให้ OSP มีอัพไซด์เหลืออยู่เพียง 7% เท่านั้น ประกอบกับ ราคาหุ้นช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นแรงพอสมควร อาจเป็นการตอบรับการเติบโตที่ตลาดคาดหวังไปพอสมควรแล้ว .... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด