หุ้นเด่นวันนี้

หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง..รับอานิสงส์มาตรการธปท.-ปันผลแจ่ม

หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง..รับอานิสงส์มาตรการธปท.-ปันผลแจ่ม

เช้านี้ หุ้นแบงก์ปิดซื้อขายบวกยกแผง คาดรับปัจจัยหนุน ธปท.ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติม ขณะที่ตลาดคาดสัปดาห์นี้ หุ้นแบงก์ เตรียมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล ให้ยิลด์ 1.7 – 2.4% กูรูมองยังน่าสะสมเหตุ Valuation ถูก ลุ้นฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ จับตาผลงานครึ่งปีหลัง อาจไม่แย่อย่างที่คิด! 
 

*** ปิดเช้าบวกยกแผง รับแผนช่วยเหลือใหม่ธปท.
 

หุ้นแบงก์ปิดซื้อขายเช้านี้ (23 ส.ค.64) บวกยกแผง โดยเฉพาะ 5 แบงก์ใหญ่ อย่าง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปิดภาคเช้าด้วยราคา 116.50 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท หรือ 7.37%, ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปิดภาคเช้าด้วยราคา 111 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาท หรือ 6.73%

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิดภาคเช้าด้วยราคา 104 บาท เพิ่มขึ้น 5.25 บาท หรือ 5.32%, ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 1.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ 5.05% และ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 10.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.85% 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ระบุสาเหตุที่ทำให้ หุ้นในกลุ่มแบงก์ปิดซื้อขายเช้านี้ บวกยกแผง เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติ ผ่อนเกณฑ์จัดชั้นสำรองให้กับลูกหนี้ ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้เป็นปี 66 (เดิมสิ้นปี 64)

รวมถึง ธนาคารพาณิชย์ สามารถคงการจัดชั้นลูกหนี้ SME และรายย่อยที่เข้าสู่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ช่วงที่ผ่านมาได้ถึง 31 มี.ค.65 นอกจากนี้ ธปท. ยังคงอัตราเงินนำส่ง FIDF ที่ 0.23% ของเงินฝาก จากเดิมสิ้นสุดปี 64 เป็นสิ้นปี 65
 

*** แผนช่วยเหลือใหม่ธปท. ให้ประโยชน์กลุ่มแบงก์แค่ไหน ?
 

บล.กรุงศรี มองว่า มาตรการช่วยเหลือใหม่ของ ธปท.ที่ออกมาล่าสุด เช่น การผ่อนปรนการจัดชั้นลูกหนี้ จะทำค่าใช้จ่ายจากการตั้งสำรองในงบกำไรขาดทุนของหุ้นธนาคารพาณิชย์ลดลง ส่วน การขยายเวลานำส่งเงินกองทุน FIDF ที่ 0.23% ไปจนถึงปี 65 ช่วยประหยัดต้นทุนให้กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะหากขึ้น FIDF เป็น 0.46% ตามเดิม แต่ธนาคารพาณิชย์ ขึ้นดอกเบี้ยกับผู้กู้ไม่ได้ จะทำให้กำไรของผู้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ ลดลงทันที

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่มองว่า มาตรการข้างต้นของ ธปท. ช่วยให้ ธนาคารพาณิชย์ มีระยะเวลาในการตั้งสำรอง (ECL) มากขึ้น เอื้อต่อการบริหารจัดการ Credit cost เพียงแต่ย่อมได้อย่างเสียอย่างกับการที่งบการเงินอาจยังไม่สะท้อน Credit Risk ของลูกหนี้ที่แท้จริง 

ขณะที่ การขยายเวลานำส่งเงินกองทุน FIDF เนื่องจากประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ใหญ่ ในปี 65 ของฝ่ายวิจัย อยู่บนสมมติฐานที่กลุ่มแบงก์ใหญ่ มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย M –rate ชดเชย FIDF ที่กลับไปสู่ 0.46% จึงไม่มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรสุทธิ ของ 5 แบงก์ใหญ่ในปี 65 

ตรงข้ามกับ TISCO และ KKP ที่โครงสร้างสินเชื่ออิงกับ Fix Rate เป็นหลัก ทำให้ประมาณกำไรปี 65 มีอัพไซด์ไม่เกิน 10% ของประมาณการเดิม ที่คาดกำไรสุทธิปี 65 ของ TISCO และ KKP ไว้ที่ 6.8 พันล้านบาท และ 5.7 พันล้านบาท ตามลำดับ 

ส่วน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีมุมมองเป็นบวกต่อมาตรการช่วยเหลือของ ธปท. โดยมองเป็นโอกาสสะสมหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ช่วงที่ราคาอ่อนตัว ซึ่งหุ้นในกลุ่มดังกล่าว ถือเป็นกลุ่มที่น่าลงทุนในธีมเปิดประเทศ เนื่องจากราคาหุ้นยังถูก ประกอบกับ มีความคาดหวังต่อการเติบโตของผลการดำเนินงานค่อนข้างต่ำ 
 

*** คาดสัปดาห์นี้ทยอย ประกาศปันผลระหว่างกาล
 

นอกจาก มาตรการช่วยเหลือใหม่ของ ธปท.แล้ว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ยังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในช่วงสัปดาห์นี้อีกด้วย

โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า BBL จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2.12 บ./หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 2.1%, KBANK คาดจ่าย 1.94 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 1.8%, SCB คาดจ่าย 1.57 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 1.7%, 

ต่อด้วย KKP คาดจ่าย 1.2 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 2.2%, KTB คาดจ่าย 0.24 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 2.4% และ TTB คาดจ่าย 0.02 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 1.9%
 

*** FTSE จ่อเพิ่มน้ำหนักลงทุน KBANK – BBL 17 ก.ย.นี้
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า FTSE จะมีการปรับน้ำหนักลงทุนหุ้นใหม่ มีผลบังคับ 17 ก.ย.64 โดยหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ มี KBANK และ BBL ถูกคัดเข้าในรอบนี้ โดยคาดว่า KBANK จะมีน้ำหนักการลงทุน 170 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 5.4 พันล้านบาท) ส่วน BBL มีน้ำหนักการลงทุน 82 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 2.6 พันล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม การปรับน้ำหนักการลงทุนรอบนี้ ไม่ได้ทำให้น้ำหนักการลงทุนรวมใน KBANK และ BBL เปลี่ยนไป แต่เป็นการ Swap สถานะสู่กระดาน Local เท่านั้น จึงทำให้เรามีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นนี้ แต่มีมุมมองเป็นบวก จากคาดการณ์เดิม ที่คาดว่าทั้ง KBANK และ BBL จะถูกถอดออก แบบไม่มีการ swap การลงทุนแต่อย่างใด
 

*** กูรู เปิดโผหุ้นเด่นกลุ่มแบงก์ 
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ระบุว่า เลือก KBAK และ TISCO เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากราคาหุ้น KBANK ลดลงราว 25% ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/64 และซื้อขายต่ำกว่า 2SD สำหรับ PER และ P/BV ส่วน TISCO แนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิ โดดเด่นกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์อื่น ที่มี NPL coverage และ ROE สูง

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์เท่ากับตลาด มองว่า PBV กลุ่มฯ ซื้อขายที่ 0.6 เท่า สะท้อนความเสี่ยงด้านงบดุลมากพอสมควรแล้ว โดยเลือก KBANK, SCB และ TISCO เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน เลือกหุ้น KBANK และ BBL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจาก KBANK มีมูลค่า (Valuation) ที่น่าสนใจ เทรด PBV เพียง 0.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ส่วน BBL ราคา Laggard ตลาดมากพอสมควร ประกอบกับ เทรด PBV เพียง 0.4 เท่า และยังให้เงินปันผล คิดเป็น Dividend Yield สูงเฉลี่ย 4%/ปี
 

*** ครึ่งปีหลัง รอลุ้นผลงานอาจไม่แย่อย่างที่คิด
 

เดิมที นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า ผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ งวดครึ่งหลังของปี 64 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากช่วงครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงสุดในช่วงไตรมาส 3/64 กระทบผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยตรง 

แต่หลังจากที่ ธปท. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเมื่อ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา อาจทำให้ผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ งวดครึ่งหลังของปี 64 อาจไม่แย่อย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้เดิม ก็เป็นได้... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด