หุ้นเด่นวันนี้

ผู้บริหารจับมือนักวิเคราะห์เป่า JKN ฟื้น! จับตาลูกหนี้ชำระช้ายังกดดัน

ผู้บริหารจับมือนักวิเคราะห์เป่า JKN ฟื้น! จับตาลูกหนี้ชำระช้ายังกดดัน

    JKN ฟื้น! หลังหุ้นรูดยาวหลายวันติด ผู้บริหารออกโรงยันกำไรสุทธิครึ่งแรกปีนี้โตก้าวกระโดด รับทีวีดิจิทัลรุมจีบซื้อซีรีส์อินเดีย-ฟิลิปปินส์ และค่าใช้จ่ายบริหารลดลง พร้อมยันไร้แผนขายหุ้นออก ขณะที่โบรกฯ เห็นพ้องคาดกำไรสุทธิปีนี้โตเด่น 51.5% แตะ 284 ล้านบาท แต่ยังต้องจับตาประเด็นลูกหนี้ชำระล่าช้า 218 ล้านบาท

    ราคาหุ้นบมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย(JKN)เปิดตลาดกระโดด ทำจุดสูงสุดเช้าวันนี้ที่ 9.85 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 9.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท หรือ 3.70% 

    JKN ปัจจุบันดำเนินธุรกิจ 1. ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์2. ธุรกิจให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าทางสถานีโทรทัศน์ 3. ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยเน้นไปที่ซีรีส์อินเดีย เช่น หนุมาน สงครามมหาเทพ , นาคิน ในปี 60 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขายสทธิ 93.6% ธุรกิจบริการโฆษณา 6.15%  และอื่นๆ 0.25%

    ผลประกอบการ JKN เติบโตขึ้นมาตลอดทุกปี ซึ่งในปี 57 - 60 มีกำไรสุทธิ 49.46 ล้านบาท 133.40 ล้านบาท 164.09 ล้านบาท และ 187.67 ล้านบาท ตามลำดับ จากรายได้ค่าสิทธิ์ของคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละปี ขณะที่ไตรมาส 1/61 ทำกำไรสุทธิไปได้ที่ 70.56 ล้านบาท โต 53.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ทุกธุรกิจเติบโตขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง

    แม้ผลประกอบการจะเติบโตอย่างโดดเด่นแต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 61 จากราคา 15.20 บาท ลงมาที่ 9.15 บาท ในวันที่ 30 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา จากความกังวลต่อคุณภาพลูกหนี้ที่อ่อนแอลง หลังมีลูกหนี้ค้างชำระนาน 6 - 12 เดือน เพิ่มเป็น 218 ล้านบาทในไตรมาส 1/61 จากไตรมาส 4/60 ที่มีเพียง 30 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทอาจต้องตั้งสำรองหนี้ 50% ของมูลค่าหนี้

    ล่าสุดราคาหุ้น JKN พุ่งแรงขึ้นมาอีกครั้ง 2 วันทำการติด หลังจากที่ผู้บริหารออกมาสร้างความเชื่อมั่น ยืนยันกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกโตก้าวกระโดดจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 82.55 ล้านบาท และยืนยันไม่มีแผนขายหุ้นออกมาแม้จะพ้นช่วง Silent Period ไปแล้ว

    นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JKN เผย แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/61 จะเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 82.55 ล้านบาท หลังจากที่ซีรีส์อินเดียและฟิลิปปินส์ยังได้รับความนิยมอย่างมากจากสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิทัลอีกหลายช่องซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

    สำหรับการเติบโตในอนาคตมองว่าช่องทาง Video on Demand ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมขึ้นอย่างมาก และแบรนด์ CNBC จะเข้ามาช่วยหนุนผลการดำเนินงานโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันมีรายการ First Class Thailand by JKN CNBC ออกอากาศแล้วหนึ่งรายการทางช่อง 3 HD และจะมีรายการอื่นของ CNBC ตามมาในอนาคต ซึ่งจากแนวโน้มธุรกิจที่ยังโตต่อเนื่อง ขอยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีนโยบายขายหุ้นออกมาหลังจากที่พ้นเกณฑ์ Silent Period ไปแล้วก็ตาม 

    ฟากโบรกฯ เห็นพ้อง คาดผลประกอบการปีนี้โตเด่น 51.5% จากปีก่อนแตะ 284 ล้านบาท หลังเริ่มรับรู้รายได้การขายสิทธิ์จากลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง ขณะที่ประเด็นลูกหนี้มองมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากเป็นคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจร่วมกันมานาน แนะ "ซื้อ" เป้าสูงถึง 13.20 บาท

    บล.เออีซี เผยผลประกอบการในไตรมาส 2/61 จะได้รับผลดีจากการทยอยส่งมอบหนังและซีรีส์เอเชียให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่สูงขึ้นจากปีก่อน และเริ่มรับรู้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ให้กับลูกค้าใน CLMV ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเซ็นสัญญาขายลิขสิทธิ์ซีรีส์อินเดีย 3 เรื่อง ให้กับลูกค้าในพม่าและกัมพูชา ขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลง เรื่องจากมีการจัดงานแสดงContent น้อยลง และไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางการเงินเข้ามาเหมือนปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิในปีนี้จะโตแตะ 284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

    ขณะที่ประเด็นลูกหนี้ที่ค้างชำระเพิ่มนั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มลูกหนี้ที่เป็นผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีรายใหญ่ 2 ราย มูลหนี้รวม 110 ล้านบาท และ 2.กลุ่มลูกหนี้ที่เป็นคู่ค้าดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี 2 รายมูลหนี้รวมกัน 108 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มีแผนการชำระเงินรวมกันไว้แล้ว และที่ผ่านมาลูกหนี้สองกลุ่มแม้จะจ่ายหนี้ล่าช้า แต่ก็มีประวัติชำระหนี้ต่อเนื่อง ทำให้ประเด็นดังกล่าวมีความเสี่ยงจำกัด

    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคา 13.20 บาท ด้วยวิธี DCF ภายใต้สมมุติฐานให้ผู้ถือ Warrant ใช้สิทธิ 108 ล้านหุ้นในปี 62 แนวโน้มธุรกิจยังโตสดใส ล่าสุดปรับเพิ่ม WACC เป็น 10.3% จากเดิม 9.4% เพื่อสะท้อนค่าเบต้าของ JKN ที่สูงขึ้นจาก 0.9x เป็น 1.2x ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีอัพไซด์สูง

    ราคาหุ้น JKN ฟื้นกลับมาทันทีหลังจากที่ผู้บริหารออกมาเรียกความเชื่อมั่นว่ากำไรจะเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับมุมมองของนักวิเคราะห์ แต่อย่างไรก็ดีประเด็นลูกหนี้ที่อ่อนแอลงยังต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ยังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด