หุ้นเด่นวันนี้

NER ทำ All Time High แต่ยังห่างไกลราคาเป้าหมาย!

NER ทำ All Time High แต่ยังห่างไกลราคาเป้าหมาย!

เช้านี้ NER ดีดทำ All Time High หลังเพิ่งอัพเป้ารายได้ปีนี้อีก 11% เป็น 2.45 หมื่นลบ. ขณะที่ โบรกฯ ประเมิน ราคายางพารายังทรงตัวสูง–ออเดอร์ล้น หนุนกำไรทั้งปีโตเด่นทุกไตรมาส จนต้องอัพเป้ากำไรขึ้นจากเดิมอีก 23 - 27% หนุนกำไรปี 64 โตแรง 106–107% 
 

*** ดีด All Time High หลังอัพเป้ารายได้ปีนี้
 

ราคาหุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ช่วงเช้าวันนี้ (8 มิ.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 7.40 บาท ทำสถิติราคาหุ้นสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคาดงกล่าว เพิ่มขึ้น 0.55 บาท หรือ 8.03% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 378.26% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น NER ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำ All Time High เนื่องจากราคาหุ้นกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังผู้บริหาร NER เพิ่งประกาศเพิ่มเป้ารายได้ปี 64 เป็น 2.45 หมื่นล้านบาท (เดิมตั้งเป้า 2.2 หมื่นล้านบาท) เติบโตขึ้น 49.71%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังเพิ่มเป้าปริมาณขายขึ้นเป็น 4.4 แสนตัน (เดิมตั้งเป้า 4.1 แสนตัน)
 

*** อัพเป้ารายได้ สะท้อนราคายางอยู่ระดับสูงทั้งปี
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า การปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 64 ของ NER ขึ้นจากเดิมอีก 11.13% สามารถสะท้อนเป็นราคายางขายได้ที่ 5.55 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งราคาขายดังกล่าว ถือว่าสูงกว่าประมาณการณ์ของเราประมาณ 11% จึงอาจสะท้อนได้ว่าราคาขายยางจะทรงตัวในระดับสูงตลอดทั้งปี

ขณะที่ นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NER ประเมิน ทิศทางราคายางยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยคาดราคายางแผ่นรมควันเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 75 บาท/ก.ก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 66 บาท/ก.ก. เทียบปีก่อนที่ 55 บาท/ก.ก. 

โดย ราคายางที่ปรับขึ้น มีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ซัพพลายน้ำยางข้นถูกดูดออกไปทำถุงมือยางจำนวนมาก ทำให้ซัพพลายหายจากตลาดพอสมควร และคาดว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ความต้องการใช้ยางพาราก็จะมากขึ้น ทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ การขนส่ง โลจิสติกส์ ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
 

*** กำไร Q2/64 ยังเดินหน้าโตต่อเนื่อง
 

ก่อนหน้านี้ NER รายงานงบการเงินไตรมาส 1/64 โดยมีกำไรสุทธิ 366 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 511.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังดีกว่าตลาดคาดไว้ราว 4%

โดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า NER จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 2/64 ได้โดดเด่นกว่าไตรมาสก่อน โดยประเมินไว้ที่ 450 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน และ เติบโตขึ้น 182% จากปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลัก จากปริมาณการส่งออกไตรมาส 2/64 มีแนวโมฟื้นตัวดีกว่าทุกปี เนื่องจากมีสินค้าตกค้างมาจากไตรมาส 1/64 ทำให้คาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยราว 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน 

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ตามทิศทางราคายางพาราตลาด ที่ยังยืนค้างต่อจากไตรมาส 1/64 ผลักดันจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ในประเทศจีน 

สอดคล้องกับ นายชูวิทย์ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/64 ของ NER มีแนวโน้มดีกว่าไตรมาสก่อน ทั้งปริมาณขาย และราคายางยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ การขยายกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนของโรงงานยางแท่งแห่งที่ 2 เสร็จ 100% ทำให้คาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าได้
 

*** โบรกฯ ทยอยอัพเป้ากำไรปีนี้ คาดโต 106-107%
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ NER ขึ้นจากเดิมอีก 23% เป็น 1.76 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 106% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับเพิ่มปริมาณยอดขายปีนี้เป็น 4.4 แสนตัน (เดิมคาด 4.1 แสนตัน) ประกอบกับ ได้ปรับประมาณการกำไรขั้นต้น ขึ้นเป็น 12% (เดิมคาด 11%) 

เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ NER ขึ้นอีก 27% เป็น 1.78 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 107% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขึ้นเป็น 12.5% (เดิม 11.5%) หลัง ออร์เดอร์, ราคา และ วัตถุดิบ ได้กำหนดล๊อคไว้ถึงเดือน ต.ค.64 ในระดับมาร์จิ้นที่สูงกว่าประมาณการก่อนหน้าของเราหมดแล้ว
 

*** ปีหน้ากำลังผลิตเพิ่ม 11% - จ่อรับรู้รายได้ธุรกิจแผ่นรองนอนปศุสัตว์
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ในช่วงปลายปีนี้ NER จะมีกำลังการผลิตใหม่อีก 5 หมื่นตัน/ ปี ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมปี 65 จะเพิ่มอีก 11% เป็น 5.15 แสนตัน/ ปี ดังนั้น การเติบโตในเชิงปริมาณ เชื่อว่าจะเห็นได้ต่อไป ส่วนขนาดของกำไรนั้น ยังต้องติดตามทิศทางราคายางพารา และ อัตราแลกเปลี่ยน ในระยะยาวอีกครั้ง

ขณะที่ ธุรกิจแผ่นรองนอนปศุสัตว์ยังเดินตามแผนต่อ ซึ่งในปี 65 จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจดังกล่าว โดยผู้บริหาร NER จะเดินทางไปทำสัญญาซื้อเครื่องจักร เพื่อนำมาติดตั้งในไตรมาส 4/64 และ เริ่มผลิตส่งออกในปี 65 โดยตั้งเป้า 3 แสนแผ่นในปีแรก คิดเป็นเงิน 560 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ตลาดส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ อินเดีย, ญี่ปุ่น และ จีน เป็นต้น ซึ่งหากเป็นไปตามแผนธุรกิจทั้งหมด เป้ารายได้รวมในปี 65 ของ NER จะแตะ 2.93 หมื่นล้านบาท 
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ NER ยังคงเดินหน้าเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับ ราคายางที่คาดทรงตัวในระดับสูงทั้งปี ประกอบกับ คำสั่งซื้อที่มียาวไปจนถึงปลายปีแล้ว จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตทั้งปีได้อย่างแข็งแกร่ง
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสมเดิม 
เอเชีย พลัส ซื้อ     9.50
เคทีบีฯ ซื้อ     8.50
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     7.70
ราคาเฉลี่ย  8.56

แม้ช่วงเช้าวันนี้ ราคาหุ้น NER จะปรับตัวขึ้นแรงถึง 8.03% จนทำ All Time High แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์สูง 15.67% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ประกอบกับ ผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นทุกไตรมาส ซึ่งอาจทำให้การเข้าลงทุนในช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่พอสมควร....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด