สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 4 กรกฎาคม 2561 | 09:19

จับอนาคต LPN หลังเปิดเกมรุกบ้านตลาดบน

จับอนาคต LPN หลังเปิดเกมรุกบ้านตลาดบน

           LPN วอลุ่มทะลัก จับอนาคตหลังเปิดเกมรุกบ้านตลาดบน จะดันยอด Presale ครึ่งปีหลังได้แค่ไหน และราคาหุ้นสะท้อนความกังวลไปหมดแล้วหรือยัง

           หุ้น บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 10.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.88% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 449% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
           LPN ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผลการดำเนินงานในปี 55-59 มีกำไรสุทธิในระดับเกิน 2 พันล้านบาท ก่อนที่จะลดลงเหลือราว 1 พันล้านบาทในปี 60 สอดคล้องกับราคาหุ้นที่เคยขึ้นทำ All Time High ที่ 28 บาท ในปี 56 ก่อนเปลี่ยนทิศเป็นขาลงต่อเนื่องมาเคลื่อนไหวราว 10 บาทบวกลบในปัจจุบัน
           ตลาดเริ่มมีความกังวลต่ออนาคตของ LPN ตั้งแต่ปี 59 หลังจาก Backlog รอรับรู้รายได้อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ จนกระทั่งบริษัทปรับกลยุทธ์มารุกโครงการบ้านหรูในราคาคอนโด ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพียงแต่ยังต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
           บล.ทิสโก้ ระบุเราได้เข้าชมโครงการบ้าน 365 มูลค่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ในบริเวณ CBD โดยมีทั้งสิ้น 99 หน่วย แบ่งเป็นทาวน์โฮม 58 หน่วย ราคา 18 – 41 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวเริ่มต้นที่ 35 ล้านบาท และจะสร้างเสร็จในเดือน ก.ค. ปี 2020 มียอดจอง 22% ตามคาด
           ก่อนหน้านี้ LPN ทำโครงการ Low-rise ในชื่อ พรสันติ แต่การเปิดโครงการบ้าน 365 ซึ่งเป็นโครงการระดับบนในทำเลกลางเมืองจะใช้แบรนด์บริษัทแม่ และด้วยราคาที่ไม่แพงทำให้มียอดจองสูง และภาพลักษณ์โครงการ Low-rise ที่ดีขึ้น เรามองว่าโครงการไม่น่าออกโครงการในระดับนี้ได้อีกจากข้อจำกัดด้านราคาที่ดิน โดยราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่เพียง 1 แสนบาท/ตร.ม. ใกล้เคียงราคาคอนโดในบริเวณ
           LPN มียอดจอง 4.5 พันล้านบาทในช่วง 5M18 เพิ่มขึ้น 24.2% YoY โดยในปีนี้โครงการส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 2H เทียบกับในปกติที่ยอดจองในช่วง 5M จะอยู่ที่ 37% ของเป้า และเราเชื่อว่างานในมือจะเพิ่มขึ้นใน 4Q18 เป็นหลัก
           แม้ว่าราคาหุ้นจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขายในราคาที่แพงกว่ากลุ่ม โดยเราประเมินราคาหุ้นด้วย PER 10.2 เท่าสำหรับปี 2018F มีความเสี่ยงคือ 1) ผลประกอบการที่โตต่ำกว่าคาด 2) การยกเลิกการจอง ในขณะที่ความเสี่ยงในเชิงบวกคือ 1) การเปิดตัวโครงการ และผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น 2) ยอดจองที่เพิ่มขึ้นจากสต็อกที่ลดลง 3) ยอดจองในกลุ่ม Low-end ที่ดีขึ้น
           ขณะที่ บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุถึง  3 เหตุผลที่คงคำแนะนำ "ซื้อ" 1) เราเห็นสัญญาณบวกจากกลยุทธ์ขยับเข้าสู่บ้านไฮเอนด์โครงการแรก รวมถึงโครงการ Mixed Use ทำให้ตลาดเริ่มคลายความกังวล แต่ 2) ยอด Presales ใน 1H61 ที่ทำได้ราว 44% ของเป้าทั้งปี ทำให้เราต้องติดตามผลการเปิดตัวโครงการใหม่ใน 2H61 อีกกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท หนุนยอด Presales เร่งขึ้นได้มากน้อยเพียงใด 
           ขณะที่ 3) ราคาหุ้นปรับตัวลง 22% YTD เชื่อว่าสะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อกลยุทธ์ของทีมผู้บริหารใหม่ไปมากแล้ว สวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการที่เร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดปี 2561 ที่ 5.5%
           ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีแรก LPN มียอด Presales ไปแล้วทั้งสิ้นราว 8 พันล้านบาท เทียบกับเป้าหมายทั้งปีที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ทำให้ 2H61 LPN จะต้องเร่งมือเปิดโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์ที่ทีมผู้บริหารชุดใหม่ต้องการขยับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ LPN ขึ้นสู่ระดับสูงขึ้น พร้อมกระจายธุรกิจสู่ Mixed Use เพื่อต่อยอดธุรกิจคอนโดมิเนียมซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ LPN 
           รวมถึงจับตาโครงการออฟฟิศสำนักงานของโครงการ Mixed Use มูลค่า 2.8 พันล้านบาทและ บ้าน 365 โครงการที่ 2 ย่านพระราม 9 มูลค่า 1 พันล้านบาทที่จะเปิดตัวใน 2H61 จะได้รับการตอบรับดีมากน้อยเพียงใด ซึ่งหมายถึงความเชื่อมั่นต่อแนวธุรกิจใน 2-3 ปีข้างหน้าจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้งได้หรือไม่
           ราคาหุ้น LPN ปรับตัวลงถึง 22% YTD เทียบกับกลุ่มอสังหาฯ ที่ -10% สะท้อนถึงความไม่มั่นใจต่อกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุกของทีมผู้บริหารใหม่และแนวโน้มยอด Presales ใน 1H61 ที่ทำได้เพียง 44% ของเป้าหมายทั้งปีไปมากแล้ว หากกระแสการตอบรับต่อโครงการใหม่ในช่วงที่เหลือของปีเป็นไปตามแผนทำให้ยอด Presales เร่งขึ้น ย่อมเป็นปัจจัยบวกให้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้เช่นกัน
            ขณะที่กำไรในปีนี้แนวโน้มฟื้นตัวสูงถึง 36% YoY ด้วย Downside ที่จำกัดบน Backlog รองรับแล้ว 74% สูงเป็นอันดับที่ 2 รองจาก ORI เท่านั้น เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 11.60 บาท พร้อมผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.5%

           ที่ผ่านมาราคาหุ้น LPN อ่อนตัวลงมามาก อาจเป็นระดับที่จูงใจให้เข้าลงทุนเพราะยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีปันผลสูง แต่อนาคตของบริษัทดูเหมือนจะยังไม่มีความแน่นอน โดยเฉพาะกลยุทธ์การจับตลาดบน จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด