หุ้นเด่นวันนี้

KTC นิวโลว์รอบ 10 เดือน..ราคานี้จูงใจซื้อหรือยัง?

KTC นิวโลว์รอบ 10 เดือน..ราคานี้จูงใจซื้อหรือยัง?

เช้านี้ KTC ดิ่งทำนิวโลว์รอบ 10 เดือน หลังงบ Q3/64 แย่กว่าตลาดคาดถึง 20% ขณะที่ โบรกฯ หั่นเป้ากำไรปีนี้ลงทันที หลังงบ 9 เดือนแรกแย่กว่าคาด แต่มองธุรกิจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว คาด Q4/64 กำไรพลิกโตทั้ง YoY – QoQ หลังเข้าไฮซีซั่นรูดบัตร – เศรษฐกิจฟื้น ประเมินกำไรปี 63–65 ยังโตแจ่มเฉลี่ย 14%/ปี
 

*** นิวโลว์รอบ 10 เดือน รับงบ Q3/64 ต่ำกว่าคาด 20%
 

ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ช่วงเช้าวันนี้ (18 ต.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดของวันที่ราคา 54 บาท ทำนิวโลว์รอบ 10 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 54.50 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ -2.24% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 155.83% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุ ที่ทำให้ราคาหุ้น KTC ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวลงทำนิวโลว์รอบ 10 เดือน เนื่องจากมีปัจจัยลบ จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 3/64 ที่มีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน แต่ลดลง 22% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าตลาดคาดไว้ถึง 20% หลังรายได้ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าคาด
 

*** โบรกฯหั่นเป้ากำไรทันที หลังงบ Q3/64 ต่ำคาด
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ KTC ลงจากเดิม 5% เหลือ 6.09 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุจากการปรับลดการเติบโตของสินเชื่อลงเหลือขยายตัว 4% (เดิมขยายตัว 8%) เพื่อสะท้อนถึงสินเชื่อที่ขยายตัวต่ำในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

ประกอบกับ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จากการลงทาแข่งขันในตลาดล่างของ Card X ส่งผลให้ KTC ปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสดได้ลดลง นอกจากนี้ ยังปรับรายได้ค่าธรรมเนียมลงจากเดิมอีก 11% และเพิ่มค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to income) เป็น 37% ต่อปี (เดิม 34-35%) เพื่อให้ใกล้เคียงกับช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

เช่นเดียวกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ KTC ลงเหลือ 6 พันล้านบาท (เดิม 6.5 พันล้านบาท) เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากรายได้ค่าธรรมเนียมช่วง 9 เดือนแรก น้อยกว่าคาดการณ์เดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ KTC ไว้ดังนี้

 

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %chg YoY
เมย์แบงก์ฯ 6,160  15
เอเชียเวลท์   5,975 12


*** แต่ธุรกิจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว งบ Q4/64 จ่อโตทั้ง YoY-QoQ
 

บล.เอเชียเวลท์ มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ KTC เป็นจุดต่ำสุดของปี 64 ขณะที่ เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 4/64 ผลประกอบการจะเข้าสู่โหมดการฟื้นตัว โดยมีปัจจัยหนุน จากปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เริ่มมีทิศทางดีขึ้น ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จะช่วยหนุนให้รายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวขึ้น

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างของ KTBL จะไม่มีในช่วงไตรมาส 4/64 ประกอบกับ การตั้งสำรองฯที่จะทรงตัวในระดับต่ำตามการอนุมัติสินเชื่อที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อดีกว่าในช่วงกรแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งนี้ คาดว่า KTC จะเริ่มกลับมาขยายพอร์ตสินเชื่อ ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ

สอดคล้องกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ KTC จะเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากสินเชื่อหลักที่จะกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ภายหลังที่มีการคลายล็อกดาวน์

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวโน้มที่รายได้หนี้สูญรับคืนของ KTC จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และการตัดจำน่ายหนี้สูญของ KTBL ปรับตัวลดลง

 

*** กูรูชี้น่าสนใจสะสม หลังราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบมากแล้ว
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มูลค่าพื้นฐานของ KTC ณ ปัจจุบัน มีความน่าสนใจเข้าสะสมมากขึ้น จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น"ซื้อ"(เดิมเก็งกำไร) จากราคาหุ้นที่มีอัพไซด์สูงถึง 34.5% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเราที่  75 บาท/หุ้น หลังราคาหุ้น KTC ปรับตัวลงตอบรับความกังวล SCBX หันมาแข่งขันในสินเชื่อบัตรเครดิตมากพอสมควรแล้ว

ทั้งนี้ มองว่า KTC เป็นหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์ จากเศรษฐกิจในประเทศกำลังเข้าสู่โหมดการฟื้นตัว ซึ่งจะหนุนให้ผลการดำเนินงาน ฟื้นตัวขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ระบุว่า ราคาหุ้น KTC ปรับตัว Underperform SET (ดัชนีหุ้นไทย) ถึง 14% และ 23% ในช่วง 1 เดือน และ 3 เดือนล่าสุด จากการ Spin-off ธุรกิจบัตรเครดิตของ SCB เป็น Card X และการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ที่ลดลงในช่วงล็อคดาวน์

อย่างไรก็ตาม ยังมองว่า การเข้าลงทุนในหุ้น KTC ยังมีความน่าสนใจ จากผลการดำเนินงานปี 63 – 65 ที่กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี ตามสินเชื่อที่จะกลับมาขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น และ KTBL เริ่มกลับมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ประกอบกับ การตั้งสำรองฯที่ลดลง รวมถึง รายได้หนีสูญรับคืนเพิ่มขึ้น
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"เหตุอัพไซด์สูง – งบกำลังฟื้น
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ KTC มีแนวโน้มกลับมาเติบโตโดดเด่น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของผลการดำเนินงาน ประกอบกับ ราคาหุ้นมีอัพไซด์สูง หลังตอบรับปัจจัยลบมากพอแล้ว
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟิลลิป  ซื้อ     82.00
เคทีบีฯ  ซื้อ     75.00
หยวนต้า ซื้อ     75.00
โนมูระฯ ซื้อ     68.00
เอเชียเวลท์ ซื้อ     66.00
ยูโอบีฯ ขาย     45.00
ราคาเฉลี่ย 68.50


ราคาหุ้น KTC ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงราว 25.68% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ แต่นักลงทุนยังต้องตามลุ้นต่อว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 จะกลับมาเติบโตโดดเด่น ได้อย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์หรือไม่ เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดัน อย่างตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ทรงตัวอยู่ในระดับหมื่นราย/วัน ประกอบกับ กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวโดดเด่นนัก...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด