สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 18 มิถุนายน 2561 | 09:16

KCE ลุ้นผ่านจุดต่ำสุด หลังบาทอ่อนค่ารอบ 6 เดือน

KCE ลุ้นผ่านจุดต่ำสุด หลังบาทอ่อนค่ารอบ 6 เดือน

           KCE ลุ้นผ่านจุดต่ำสุด หลังราคาหุ้นร่วงลงมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 60 ผู้บริหารคาดเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนช่วยหนุนผลประกอบการ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ความต้องการซื้อยังเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องระวังทิศทางกำไรยังหดตัว

           หุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE เริ่มสร้างฐานอยู่ในกรอบ 33 – 37 บาท หลังจากที่ราคาหุ้นร่วงลงมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 60 ซึ่งเคยขึ้นไปสูงสุดถึง 65 บาท แต่ด้วยแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากราว 36 บาทต่อดอลลาร์ มาเป็น 31 – 32 บาทต่อดอลลาร์ และต้นทุนทองแดงที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิของ KCE หดตัวลงมา 16.2% จากปีก่อน เหลือ 2.5 พันล้านบาท ในปี 60
           KCE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB ซึ่งเป็นแผ่น Epoxy Glass ที่มีสื่อนำไฟฟ้า เช่น ตะกั่ว ทองแดงเคลือบอยู่ และผลิตแผ่น PCB หลายชั้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานสำคัญในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิด
           ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น KCE เริ่มจะสร้างฐานได้ พร้อมๆ กับที่เงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าจากราว 31 บาทต่อดอลลาร์ ล่าสุดอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 32.6 บาทต่อดอลลาร์ และด้วยเหตุนี้ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มราคาหุ้น KCE มีลุ้นที่จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
           บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุว่า เราคาด KCE ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/61 จะต่ำกว่าคาด ซึ่งทำได้ 516.7 ล้านบาท ลดลง 13.5% จากไตรมาสก่อน และ 22% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่เป็นค่าเงินดอลลาร์ในไตรมาส 1/61 เพิ่มขึ้น 7.7% จากปีก่อน สะท้อนความต้องการที่สูงขึ้น ซึ่งเราคาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 62
           โดยรวมคงคำแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 39.5 บาท เพื่อนเป็นการสะท้อนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และอัตรากำไรที่ลดลงในไตรมาส 1/61 ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงคือ การแข็งค่าของเงินบาท และการฟื้นตัวของคอขวดจากการผลิตที่ช้ากว่าคาด
           ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เรามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อย โดยผู้บริหารมองว่ากำไรสุทธิของ KCE ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของปีแล้ว และจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 2 แสน ตารางฟุตต่อเดือน คำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ และอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะดีขึ้นจากค่าเงินและราคาต้นทุนวัตถุดิบดีขึ้น
           อย่างไรก็ตาม เรามองว่ากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอาจจะไม่เพียงพอในการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ ประกอบกับ KCE ยังมีงานในมือที่ผลิตไม่ทัน เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 61 เท่าเดิมที่ 2,455 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน และคาดว่าจะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นในปี 62 จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและคำสั่งซื้อจากลูกค้าอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหม่ แต่เราคาดว่าในปีแรกจะมีปริมาณคำสั่งซื้อเข้ามายังไม่มากนัก ก่อนจะค่อยๆ ดีขึ้น ทั้งนี้ เรายังคงแนะนำ ถือ ที่ราคาเหมาะสม 40 บาท
           ขณะที่ "ธัญรัตน์ เทศน์สาลี" ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและบริหาร KCE คาดว่ารายได้ของ KCE ปีนี้จะโตได้ 12-15% หลังคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยายนต์ที่มียอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
           นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการขยายการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตเฟสที่ 3 จากไตรมาส 1/61 ที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.3 ล้านตารางฟุต/เดือน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 95%
           ขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนเป็นปัจจัยกดดันในปีที่ผ่านมาก็เริ่มมีทิศทางที่อ่อนค่าแล้ว จึงคาดว่าในปีนี้กำไรสุทธิจะฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน
           ทั้งนี้ ผลประกอบการของ KCE ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้นจาก 2.11 พันล้านบาท ในปี 57 เพิ่มขึ้นเป็น 2.24 พันล้านบาท ในปี 58 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 3.03 พันล้านบาท ในปี 59 ก่อนจะกลับมาหดตัวลงอีกครั้งในปี 60 ซึ่งทำได้ 2.54 พันล้านบาท

           ด้วยผลงานที่หดตัวลง (เทียบจากปีก่อน) มา 5 ไตรมาสติดต่อกัน ทำให้ KCE ยังคงต้องพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้อย่างที่คาดการณ์กันเอาไว้ นอกจากนี้ ทิศทางค่าเงินบาท ซึ่งแม้ว่าจะเริ่มอ่อนค่ากลับมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้และคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด