สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 30 พฤษภาคม 2561 | 12:52

EPG งบฟื้น! แต่ระวังค่าเงิน-น้ำมันดิบยังกดดัน

EPG งบฟื้น! แต่ระวังค่าเงิน-น้ำมันดิบยังกดดัน

    EPG เด้ง! หลังเปิดกำไรสุทธิ Q4/61(สิ้นสุดมี.ค.61) แตะ 232 ลบ.โต 27% จากไตรมาสก่อนหน้า ตอกย้ำการฟื้นตัวชัดเจน แม้เจอค่าเงินแข็งค่า-ราคาน้ำมันดิบพุ่ง ฟากนักวิเคราะห์ฯ พลิกคำแนะนำเป็น "ซื้อ" มั่นใจทุกธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ระวังแนวโน้มดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนจากราคาน้ำมันดิบยังผันผวน

    ราคาหุ้นบมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป(EPG) เด้งทำจุดสูงสุดเช้านี้ที่ 7.60 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 7.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 4.17% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 192% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการ 

    EPG ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ได้แก่ 1.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็นภายใต้เครื่องหมายการค้า "AEROFLEX" 2.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ภายใต้เครื่องหมายการค้า "AEROKLAS" และ 3.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้เครื่องหมายการค้า "EPP"

    ในงวดปี 59/60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจ AEROFLEX 28.5% AEROKLAS 45% และ EPP 26.5% ซึ่งปัจจุบันมีรายได้จากต่างประเทศคิดเป็น 60% ของรายได้รวม และบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 70% ในอนาคต

    EPG เข้าจดทะเบียนใน SET ปี 57 โดยมีงวดบัญชีเริ่มต้นวันที่ 1 เม.ย. และสิ้นสุด 31 มี.ค. ซึ่งในด้านผลประกอบการสามารถทำกำไรสุทธิปี 57/58 ไปได้ที่ 629.17 ล้านบาท ก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็น 1,413.47 ล้านบาทในปี 58/59 สอดคล้องกับราคาหุ้นเคยปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดถึง 15.80 บาทในปี 59 ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงสะท้อนงบการเงินที่อ่อนแอ มาทำจุดต่ำสุดรอบ 3 ปีกว่าที่ 6.40 บาท

    ล่าสุดราคาหุ้น EPG เด้งสวนตลาด หลังรายงานผลประกอบการ Q4/61 มีกำไรสุทธิ 232 ลบ. โต 27% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากลดต้นทุนการผลิต และได้รับผลดีจากการปรับเพิ่มราคาขายสินค้า

    EPG รายงานผลประกอบการประจำปี 60/61(สิ้นสุดมี.ค. 61) แม้มีกำไรสุทธิเพียง 993.21 ล้านบาท ลดลง 28.17% จากปีก่อนที่ 1,382.70 ล้านบาท แต่กลับพบว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/61 สามารถทำไปได้ถึง 232 ล้านบาท เติบโต 27% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากที่บริษัทปรับลดต้นทุนการผลิตโดยรวมลง รวมถึงมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น และยังได้รับอานิสงส์จากการปรับเพิ่มราคาขายสินค้าขึ้น

    ฟากนักวิเคราะห์ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ทันที หลังมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน มั่นใจธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำไรสุทธิในปี 61/62 จะฟื้นแตะ 1,083 ล้านบาท จากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น และราคาหุ้นปรับตัวสะท้อนราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปแล้ว แต่ระวังต้นทุนผันผวนยังต้องจับตา

    บล.เคทีบี เผยกำไรสุทธิไตรมาส 4/61 ที่ 232 ล้านบาท ดีกว่าที่คาดถึง 4% ซึ่งเป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มมาเป็น 28.2% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 24.7% แม้จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน
    เชื่อว่าผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 60/61 และจะฟื้นตัวมามีกำไรสุทธิ 1,083 ล้านบาทภายในปี 61/62 ซึ่งถือเป็นการเติบโต 9% จากปีก่อน ตามธุรกิจ AEROFLEX ที่มีแผนเพิ่มกำลังผลิตในสหรัฐเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ และการเพิ่มช่องทางการขาย Aero-Roof ส่วนธุรกิจ AEROKLAS จะได้ผลบวกจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว และจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Flexiglass เข้ามาด้วย ขณะที่ธุรกิจ EPP จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากการขยายฐานลูกค้า
    ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ขาย" แต่คงราคาเป้าหมายที่ 9 บาท อิง PER 23 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ย PER ในอดีต -1SD 

    บล.เออีซี คาด EPG มีกำไรปกติในปี 61/62 อยู่ที่ 1,352 ล้านบาท พลิกกลับมาโต 25.9% จากปีก่อน หนุนจาก 3 ธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง  ได้แก่ ยอดขายของ AEROFLEX ยังแข็งแกร่งทั้งในสหรัฐฯ และเอเชีย พร้อมเริ่มรับรู้ผลบวกจากเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงไลน์ใหม่ในสหรัฐ 
    ธุรกิจ AEROKLAS ยังมีทิศทางโตต่อ หลังเริ่มเห็น Synergy ระหว่าง Flexiglasss (มีดีลเลอร์และ Distributor กว่า 100 แห่งในออสเตรเลีย) และ TJM (เจ้าของแบรนด์อะไหล่รถ 4WD ที่ได้รับความนิยมสูง)มากขึ้น  พร้อมมีแผนทยอยออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง และ EPP ที่จะฟื้นตัวจากปีก่อน หลังปรับแผนเน้นการผลิตสินค้าเกรดรองลงมาเพื่อเพิ่ม Utilization Rate และการประหยัดต่อขนาดให้ดีขึ้น
    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคา 9.20 บาท เนื่องจากระยะยาวมองว่าธุรกิจยังน่าสนใจ แม้ตลาดปัจจุบันยังไม่สดใส และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แย่ลง จึงปรับ PER ของ EPG ลงจากเดิมที่ 23.7x เป็น 19.x

    บล.หยวนต้า เผย แม้ผลการดำเนินงานจะฟื้นตัว แต่พบว่าการฟื้นตัวยังเปราะบาง เพราะต้นทุนหลักยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลก อีกทั้งธุรกิจยังมีการแข่งขันสูง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ที่ 28 - 29% ต่อเนื่องหรือไม่
    คงประมาณการกำไรปี 61/62 ไว้ที่ 1,172 ล้านบาท แต่ปรับวิธีการประเมินราคาเหมาะสมเป็น -1.0SD ของค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 22.9x เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง 
    แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ที่ราคาเหมาะสม 9.60 บาท ปรับลดจากเดิม 10.80 บาท 

    ราคาหุ้น EPG เด้งทันที หลังจากที่งบการเงิน Q4/61 ออกมาตอกย้ำการฟื้นตัวอย่างชัดเจน และนักวิเคราะห์มองว่าทุกธุรกิจจะกลับมาเติบโตเด่นในปี 61/62 แต่จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักผันผวนอย่างมาก และค่าเงินดอลลาร์ที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในขณะนี้ ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด