หุ้นเด่นวันนี้

ORI นิวไฮรอบ 3 ปี..กำไรฟื้น-สตอรี่แน่น!

ORI นิวไฮรอบ 3 ปี..กำไรฟื้น-สตอรี่แน่น!

เช้านี้ ORI ทำนิวไฮรอบ 3 ปี หลังประกาศร่วมทุน JWD ลุยธุรกิจให้เช่าคลังสินค้า ขณะที่ โบรกฯประเมิน ผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง จับตา Q4/64 จุดพีคของปีนี้ เหตุรับรู้ยอดโอนคอนโดใหม่เต็มไตรมาส ส่วนการเติบโตระยะยาว หนุนโดย New S-curve หลายธุรกิจที่จ่อเขาลงทุน
 

*** นิวไฮรอบ 3 ปี หลังร่วมทุน JWD ลุยธุรกิจให้เช่าคลังสินค้า
 

ราคาหุ้น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 10.50 บาท ทำนิวไฮรอบ 3 ปี ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 10.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.4 บาท หรือ 4.12% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 78.98% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้เช้านี้ ORI ทำนิวไฮรอบ 3 ปี เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก หลังประกาศร่วมมือกับ JWD ตั้งบริษัทร่วมทุน ALPHA ประกอบธุรกิจให้เช้าคลังสินค้า โดยตั้งเป้ามีพื้นที่บริหาร 1 ล้านตารางเมตร ภายในปี 68
 

*** จุดพีคปีนี้ รออยู่ปลายปี
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของ ORI จะเร่งตัวขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก ตามกำหนดโอนคอนโดฯ 2 โครงการใหม่ ได้แก่ Nottiing Hill ระยอง มูลค่า 1.2 พันล้านบาท (ขายแล้ว 50%) ตามด้วยโครงการ Park Origin พญาไท มูลค่า 4.6 พันล้านบาท (ขายแล้ว 61%) ซึ่งจะเป็นแรงส่งกำไรไตรมาส 3/64 ก่อนทำจุดสูงสุดไตรมาส 4/64 

ทั้งนี้ ประเมินยอดโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งปี 64 ของ ORI ไว้ที่ 1.16 หมื่นล้านบาท (มี Backlog ของบริษัท รอโอนฯในช่วงครึ่งปีหลังราว 6.2 พันล้านบาท ครอบคลุมเป้าหมายทั้งปีของ ORI แล้ว)
เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่มองว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของ ORI จะเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก เนื่องจากจะมีคอนโดใหม่ เริ่มโอน 4 โครงการ โดยมีโครงการขนาดใหญ่เริ่มโอน ได้แก่ โครงการ Park Origin พญาไท เริ่มโอนปลายไตรมาส 3/64

นอกจากนี้ ORI ยังมี Backlog ที่จะรับรู้ เป็นรายได้ในปีนี้ สูงไม่ต่ำกว่า 90% ของรายได้รวม (รวม JV) ช่วยจำกัดความเสี่ยง จากกำลังซื้อลูกค้าที่อาจชะลอตัว ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 
ส่วน บล.ฟินันเซียไซรัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ORI ยังมีสต็อกคอนโดฯพร้อมโอน (รวม JV) ราว 1 หมื่นล้านบาท ประกอบกับ การปรับกลยุทธ์หันมาเปิดโครงการแนวราบมากขึ้น จะทำให้ครึ่งปีหลัง มียอดโอนส่วนเพิ่มจากโครงการดังกล่าวเพิ่มอีกด้วย 

 

*** New S-curve หนุนโตระยะยาว
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า การเติบโตในระยะยาวของ ORI มีความน่าสนใจ จากธุรกิจใหม่ (New S-curve) ที่ ORI กำลังอยู่ระหว่างเข้าลงทุน ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการด้านสุขภาพและเสริมความงาม, โรงพยาบาลกายภาพบำบัด, บริหารสินทัพย์, พลังงานทดแทนในโครงการอาศัย และธุรกิจการเงิน เช่น การรับขายฝากที่ดิน รวมถึงนายหน้าประกันฯ

ทั้งนี้ ประเมินว่า ธุรกิจข้างต้น สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ และเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างไปจากกลุ่มผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น จึงทำให้ ORI มีความน่าสนใจมากขึ้น จากแผนแตกไลน์ธุรกิจใหม่ดังกล่าว

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการจับมือร่วมลงทุนในธุรกิจคลังสินค้า – โลจิสติกส์ กับ JWD ภายใต้บริษัท ALPHA ว่า ในระยะสั้น อาจยังไม่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ ORI อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ แต่มองว่าด้วยจุดแข็งของทั้ง ORI และ JWD จะช่วยเกื้อหนุน ต่อภาพการเติบโตในระยะกลาง – ยาว มากขึ้น

โดยประเมินว่า ORI จะเริ่มรับรู้รายได้จาก ALPHA ในช่วงไตรมาส 2/65 หลังก่อสร้างคลังสินค้าแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ALPHA ยังมีแผนพัฒนาโครงการสินค้าให้เช่าอีก 3 แห่ง มีพื้นที่เช่าราว 2 แสนตรม.โดยจะทยอยก่อสร้างตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/64 ทั้งนี้ประเมินกำไรสุทธิของ ALPHA ตั้งแต่ปี 65-68 ไว้ที่ 55, 270, 465 และ 600 ล้านบาท ตามลำดับ 
 

*** ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ จากแผนดันบริษัทลูกเข้าตลาดฯ
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แผน Spin-off บริษัทลูกของ ORI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นอีกหนึ่ง Upside Risk สำคัญสำหรับการปลดล็อคมูลค่าหุ้น ORI ที่แท้จริง โดยปัจจุบัน ORI ได้ยื่นไฟลิ่ง ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อของอนุญาตจดทะเบียนบริษัท บริทาเนีย (BRI) เข้าตลาดหุ้น

สอดคล้องกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่มองว่า ความชัดเจนของการให้สิทธิจองซื้อหุ้น BRI จะเป็น Sentiment บวกต่อราคาหุ้น ORI ในระยะถัดไป 
 

*** โบรกฯมอง Valuation น่าสนใจ
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบันของ ORI ยังมีความน่าสนใจ สะท้อนจาก ราคาหุ้นปัจจุบัน เทรด PE ปี64-65 เพียง 7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มอสังหาฯ อยู่ที่ระดับ 7.6 เท่า ประกอบกับ ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วย IBD/E ณ สิ้นไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 1.2 เท่า ต่ำกว่า Debt Covenant ที่ 2.5 เท่า พร้อมกับเงินปันผลปี 64 ที่คาดอยู่ในระดับสูง คิดเป็น Dividend Yield ราว 6%

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่มองว่า Valuation ณ ปัจจุบัน ของ ORI มีความน่าสนใจ จากกำไรสุทธิปี 64 ที่จะกลับมาเติบโตระดับสูงอีกครั้ง และยังมี Backlog สูง ประกอบกับ ระยะยาว ยังได้รับปัจจัยหนุน จากแผนขยายรายได้ไปสู่ธุรกิจใหม่มากขึ้น 
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังของ ORI มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก ขณะที่ในระยะกลาง ยังมีปัจจัยหนุนราคาหุ้น อย่างการดันบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น และ การประสบความสำเร็จในแผนลงทุนธุรกิจใหม่ ช่วยต่อยอดกำไรสุทธิในระยะยาวให้มีความมั่นคงมากขึ้น
 

บล. คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
หยวนต้า ซื้อ         13.40
เคทีบีฯ ซื้อ         13.00 
ทิสโก้  ซื้อ         10.50
เอเชีย พลัส  ซื้อ         10.30
ฟินันเซียฯ  ซื้อ         10.10
ราคาเฉลี่ย 11.46


แม้เช้านี้ราคาหุ้น ORI จะบวกเพิ่มอีก 4.12% แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์อีก 13.46% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ยังมีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ หากอิงตามข้อมูลของโบรกเกอร์ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยดัน BRI เข้าตลาดหุ้นในช่วงปี 65 ช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด